กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทุ่ม 16 ล้าน เสริมศักยภาพเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิตและจำหน่ายให้กลุ่มเกษตรกรทำนาปะเคียบ จ.บุรีรัมย์ โดยมอบโรงสีขนาด 24 ตันต่อวันพร้อมโรงเรือน และอุปกรณ์ผลิตข้าวสารบรรจุถุงสุญญากาศครบวงจรได้มาตรฐาน สามารถเพิ่มมูลค่ากระจายรายได้ให้แก่เกษตรกว่า 1,000 ราย

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.62 นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดและส่งมอบโรงสีข้าวขนาด 24 ตันต่อวันให้กลุ่มเกษตรทำนาปะเคียบ ที่บ้านดงย่อ หมู่ที่ 3 ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการก่อสร้างจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรสมทบ รวมเป็นเงินกว่า 18 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจรับซื้อ และรวบรวมข้าวเปลือกจากสมาชิกเกษตรกรตลอดทั้งเกษตรกรทั่วไป สีแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงออกจำหน่าย ให้มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน โดยมีนายดุสิต ทองทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน เครือข่ายสหกรณ์ โรงสี และเกษตรกรทั่วไป ร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

สำหรับกลุ่มทำนาปะเคียบ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ จดทะเบียนเป็นกลุ่มเกษตรกรเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2536 มีสมาชิกแรกตั้ง จำนวน 150 คน ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 392 คน ส่วนใหญ่มีอาชีพหลัก ทำนา ดำเนินธุรกิจบริการสมาชิก ประกอบด้วยการให้สินเชื่อเพื่อนำไปประกอบอาชีพ การจัดหาสินค้าและปัจจัยการผลิตมาจำหน่ายสมาชิกและการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่าย ธุรกิจรวบรวมข้าวเปลือกจากสมาชิก และเกษตรกรทั่วไปเพื่อแปรรูปเป็นข้าวสาร ปีละประมาณ 2,000 ตัน มูลค่า 39.128 ล้านบาท ซึ่งได้กำหนดแผนธุรกิจ ที่จะรวบรวมข้าวเปลือก จำนวน 2,000 ตัน/ปี ราคาตันละ 15,000 บาท นำมาแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงสุญญากาศเพื่อเพิ่มมูลค่าตันละ 35,000 บาท เพื่อยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรให้ดีขึ้น

นายดุสิต ทองทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรทำนาปะเคียบ ได้รับอุดหนุนงบประมาณตามโครงการสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน ผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์ จำนวน 16,272,000.- บาท และ กลุ่มเกษตรกรสมทบเพิ่มเติมอีก จำนวน 1,808,000.- บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 18,080,000 บาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงสีข้าวพร้อมอุปกรณ์และโรงเรือนขนาด 24 ตันต่อวัน จำนวน1 แห่ง /เครื่องยิงสี ขนาด 130 ช่อง จำนวน 1 เครื่อง /เครื่องซีลสุญญากาศ ขนาด 1 แรงม้า/ เครื่องชั่งและกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 15-50 กิโลกรัม จำนวน 1 เครื่อง

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บริการสมาชิกกลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปลงใหญ่ข้าว และเกษตรกรใกล้เคียง จำนวน 1,000 ราย โดยมีพื้นที่ปลูกข้าว ประมาณ 15,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 5,000 ตัน/ปี โดยได้มีเชื่อมโยงเครือข่ายกับสหกรณ์การเกษตรที่รวบรวมข้าวเปลือกในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรคูเมือง จำกัด สหกรณ์การเกษตรพุทไธสง จำกัด สหกรณ์การเกษตรนาโพธิ์ จำกัด สหกรณ์นิคมแคนดง จำกัด กลุ่มนาแปลงใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง การเชื่อมโยงเครือข่ายข้าวสารกลุ่มเกษตรกรโคเนื้อวากิวบุรีรัมย์ สหกรณ์การเกษตรประเหลียน จำกัด จังหวัดตรัง และสหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลพระปกเกล้า จำกัด จังหวัดจันทบุรี

ที่มาภาพ//ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์