งานเทศกาลตรุษจีน บุรีรัมย์ 2018 เริ่มแล้ววันนี้ ชาวไทยเชื้อสายจีนพาครอบครัวนำอาหารคาวหวาน ผลไม้มงคล กราบไหว้เทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล

(14 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบุรีรัมย์ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดโต๊ะ เก้าอี้ไว้บริการและอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่จะเซ่นไหว้

จึงมีประชาชน และชาวไทยเชื้อสายจีน พาครอบครัวลูกหลาน นำอาหารคาวหวานผลไม้มงคล และเครื่องเซ่นไหว้ มากราบไหว้ศาลพระหลักเมือง เทพปึงเถ่ากง ปึงเถ่าม่า เทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไหว้บรรพบุรุษ เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว ให้ค้าขายร่ำรวย ธุรกิจเจริญก้าวหน้า อยู่เย็นเป็นสุขตามประเพณีความเชื่อ

ซึ่งในปีนี้ ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับคณะกรรมการศาลพระหลักเมืองบุรีรัมย์ 6 องค์กร ประกอบด้วย มูลนิธิสว่างจรรยาธรรม หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัด สมาคมท่องเที่ยวจังหวัด และโรงเรียนฮั้วเคี้ยวกงฮัก จ.บุรีรัมย์

ได้จัดงานเทศกาลตรุษจีน บุรีรัมย์ 2018 อย่างยิ่งใหญ่ ในระหว่างวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2561 ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบุรีรัมย์ โดยนายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ จะมาเป็นประธานพิธีเปิด ในเวลา19.00 น.วันนี้

โดยภายในงาน ได้จัดให้มีการเชิดสิงโต คาราวะศาลหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ชมด้วยเปิดให้กราบไหว้สักการะพระหลักเมืองและศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ชิมอาหารมงคลฟรี ที่คัดสรรอาหารมามากกว่า 15 ร้าน

ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมจีน และนิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่องของคนไทยเชื้อสายจีน กิจกรรมวาดภาพหน้ากากจีน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมลุ้นรางวัลกับ “อั่งเปาพาโชค” และมีการจัดสถานที่เป็นจุดสำหรับให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอีกด้วย

ขณะที่บรรยากาศโดยรอบศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบุรีรัมย์ ได้มีการประดับประดาโคมแดง สัญลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายจีนอีกด้วย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ไม่เคยจัดทำขึ้นมาก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งในและต่างจังหวัด รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มาเที่ยวชมและร่วมงานมงคลเป็นจำนวนมาก ตลอดการจัดงานในช่วง 2 วันนี้

สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่
 
คณะกรรมการศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกัน จังหวัดบุรีรัมย์  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสาขาสุรินทร์  หอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ และสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์   จัดงาน เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์ ในวันที 14 – 15 กุมภาพันธ์ ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบุรีรัมย์ ในเวลา 16.00น.-23.00น.
สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่
สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่
มากราบไหว้ สักการะหลักเมือง เจ้าพ่อหลักเมือง และ ศาลปึงเถ้ากงม่า  เพื่อความสิริมงคลตลอดปี นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมมากมาก เช่น  กิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมไทยจีน 
นิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่อง  การออกบูธ ร้านอาหารมงคลที่หาทานยากกว่า 15 บูธ   
การจัดแสดงโคมจีน  ซุ้มถ่ายภาพมุมสวยๆ ซุ้มเด็กสำหรับวาดรูประบายสี  และ กิจกรรมอั่งเปาชิงโชค  ชิงของรางวัลมูลค่ามากมาย
 
ทางคณะกรรมการหลักเมืองบุรีรัมย์ ขอเชิญชวน พี่น้องชาวจังหวัดบุรีรัมย์ทุกท่านมาเที่ยวชมงานทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์ 2018 ในวันที 14 – 15 กุมภาพันธ์ ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบุรีรัมย์ ในเวลา 16.00น.-23.00น.  ทางผู้จัดหวังจะให้เป็นกิจกรรมเริ่มต้น เพื่อให้มีงานเทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์ทุก
ปี และยิ่งใหญ่ขึ้นต่อไป
สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่
สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่

สำหรับเทศกาลตรุษจีน (จีนตัวย่อ: 春节; จีนตัวเต็ม: 春節; พินอิน: Chūnjíe ชุนเจี๋ย) เป็นวันหยุดตามประเพณีของจีนที่สำคัญที่สุด ในประเทศจีน ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า “เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ” เพราะฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินจีนเริ่มต้นด้วยวันลีชุน

สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่
สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่

ซึ่งเป็นวันแรกในทางสุริยคติของปีปฏิทินจีน วันดังกล่าวยังเป็นวันสิ้นสุดฤดูหนาว ซึ่งคล้ายกันกับงานเทศกาลของตะวันตก เทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 (อักษรจีน: 正月, พินอิน: Zhēngyuè) ในปฏิทินจีนโบราณและสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ด้วยเทศกาลโคมไฟ คืนก่อนตรุษจีนเป็นวันซึ่งครอบครัวจีนมารวมญาติเพื่อรับประทานอาหารเย็นเป็นประจำทุกปี ซึ่งเรียกว่า ฉูซี่ (อักษรจีน: 除夕, พินอิน: Chúxī) หรือ “การผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน” เนื่องจากปฏิทินจีนเป็นแบบสุริยจันทรคติ ตรุษจีนจึงมักเรียกว่า “วันขึ้นปีใหม่จันทรคติ”

 

สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่
สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่

ตรุษจีนเป็นงานเฉลิมฉลองที่ยาวที่สุดและสำคัญที่สุดในปฏิทินจีน จุดกำเนิดของตรุษจีนนั้นมีประวัติหลายศตวรรษและมีความสำคัญเพราะตำนานและประเพณีหลายอย่าง ตรุษจีนมีการเฉลิมฉลองกันในหลายประเทศและดินแดนซึ่งมีประชากรจีนอาศัยอยู่มาก อย่างเช่น จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเก๊า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย

 

สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่
สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่

รวมทั้งในชุมชนชาวจีนที่อื่น ตรุษจีนถูกมองว่าเป็นวันหยุดสำคัญสำหรับชาวจีนและได้มีอิทธิพลต่อการเฉลิมฉลองการขึ้นปีใหม่จันทรคติของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมทั้งเกาหลี (โซลนาล) ภูฏาน และเวียดนาม

ในประเทศจีน ธรรมเนียมและประเพณีท้องถิ่นเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองตรุษจีนนั้นหลากหลายมาก ประชาชนจะเทเงินของตนเพื่อซื้อของขวัญ ของประดับตกแต่ง วัสดุ อาหารและเครื่องนุ่งห่ม นอกจากนี้ยังมีประเพณีว่า

 

สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่
สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่

ทุกครอบครัวจะทำความสะอาดบ้านอย่างละเอียดลออ เพื่อปัดกวาดโชคร้ายด้วยหวังว่าจะเปิดทางให้โชคดีเข้ามา มีการประดับหน้าต่างและประตูด้วยกระดาษตัดสีแดงและคู่กับธีม “โชคดี”, “ความสุข”, “ความมั่งคั่ง” และ “ชีวิตยืนยาว” ที่ได้รับความนิยม

ในคืนก่อนตรุษจีน อาหารค่ำเป็นการกินเลี้ยงกับครอบครัว อาหารนั้นจะมีเช่น หมู เป็ด ไก่และอาหารอย่างดี (delicacies) รสหวาน ครอบครัวจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยประทัด เช้าวันรุ่งขึ้น เด็กจะทักทายบิดามารดาของตนโดยอวยพรพวกท่านให้มีสุขภาพดีและสวัสดีปีใหม่ และได้รับเงินอั่งเปา ประเพณีตรุษจีนนั้นเพื่อการสมานฉันท์ ลืมความบาดหมางและปรารถนาสันติและความสุขแก่ทุกคนอย่างจริงใจ

แม้ปฏิทินจีนแต่โบราณไม่ใช้ปีตัวเลขต่อเนื่องกัน นอกประเทศจีน ปีจีนจึงมักนับเลขนับแต่รัชสมัยจักรพรรดิเหลือง แต่เนื่องจากมีการกำหนดให้อย่างน้อยสามปีเป็นเลข 1 ที่นักวิชาการใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน จึงทำให้ปี พ.ศ. 2555 เป็น “ปีจีน” 4710, 4709 หรือ 4649

วันตรุษจีน คณะรัฐมนตรี มีมติให้เป็นวันหยุดราชการประจำปีเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, สตูล และสงขลา

ตรุษจีนในประเทศไทยและจังหวัดบุรีรัมย์

ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว

วันจ่าย คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ไม่จำเป็นจะต้องมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ (地主爺 / 地主爷 ตี่จู้เอี๊ย) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้วเพราะว่าเจ้าที่ไม่ได้ไปไหนเมื่อสี่วันที่แล้ว ตัวเราส่งแต่ เจ้าซิ้ง หรือเจ้าเตา

วันไหว้

ตอนเช้ามืดจะไหว้ “ป้ายเล่าเอี๊ย” (拜老爺 / 拜老爷) เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ ซำเช้ง) ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง (โหงวแซ) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง

ตอนสาย จะไหว้ “ป้ายแป๋บ้อ” (拜父母) คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ)

รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว

ตอนบ่าย จะไหว้ “ป้ายฮ่อเฮียตี๋” (拜好兄弟) เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล

วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่หนึ่ง (初一 ชิวอิก) ของเดือนที่หนึ่งของปี วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบันคือ “ป้ายเจีย” เป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก

โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะส้มออกเสียงภาษาแต้จิ๋วว่า “กิก” (橘) ไปพ้องกับคำว่าความสุขหรือโชคลาภ 吉 แปลว่า โชคลาภ หรือ ภาษาฮกเกี้ยน และ ภาษากวางตุ้ง ส้มเรียกว่า “ก้าม” (柑) ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง (金)

เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำความสุขหรือโชคลาภไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล (เสมือนมี 吉 ประกอบกัน 4 ตัว กลายเป็น 𡅕) ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น

ได้เห็นความสำคัญของประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีนอย่างนี้แล้วอย่าลืมไปเที่ยวชมงานของจังหวัดบุรีรัมย์กันได้ที่ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า ที่บริเวณศาลหลักเมืองจังหวัดบุรีรัมย์กันนะครับ รับรองว่าสวยงามจริงๆ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลย

สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่
สักการะศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า เทศกาลตรุษจีนบุรีรัมย์   อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่

สุรชัย พิรักษา สวท.บุรีรัมย์