จากศิลปินธรรมดาสู่ราชินี!!! เปิดตำนาน”น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์” Queen of กันตรึม ศิลปินผู้ต่อลมหายใจให้ศิลปะอีสานใต้

น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ ศิลปินพื้นบ้านกันตรึมที่มีชื่อเสียงมากโดยเฉพาะในแถบจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ

น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์
น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์

 

น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ หรือ นางสำรวม ดีสม เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2513 ณ บ้านเลขที่ 186 หมู่ 6 บ้าปราสาทเบง ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เป็นบุตรีของนายรี ซ่อนกลิ่น และนางเรียม ซ่อนกลิ่น ชอบการแสดงตั้งแต่ในวัยเด็ก เนื่องจากในเขตหมู่บ้านนั้นนิยมการละเล่นกันตรึม จึงทำให้น้ำผึ้งมีความสนใจและมีใจรักในด้านกันตรึม และได้ฝึกร้องกันตรึมตั้งแต่เป็นเด็ก

โดยอาศัยการถามและจำจากผู้ใหญ่ แล้วนำมาฝึกหัดขับร้องเองโดยมีพ่อเป็นครูผู้ฝึกสอนให้อย่างใกล้ชิด เมื่ออายุ 9 ขวบได้เริ่มฝึกร้องกันตรึมพอคล่องและเก่งแล้วพ่อจึงเริ่มพาไปเล่นด้วยตามสถานที่ต่างๆ เช่น ร้องเพลงเชียร์ในงานกีฬาในระดับอำเภอ และจังหวัด และเริ่มได้รับเชิญให้ไปช่วยงานต่างๆ

หลังจากที่สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบ้านปราสาทเบงแล้ว น้ำผึ้งได้หยุดพักการเรียน และเริ่มฝึกร้องกันตรึมอย่างจริงจังจากผู้รู้ท่านอื่นๆ อาทิ พ่อ ปู่ ย่า ตา ยาย และบุคคลอื่นที่มีความรู้ในด้านนี้ โดยน้ำผึ้งได้รู้อีกว่ากันตรึมไม่ใช่การถ่ายทอดกันเฉพาะแบบปากต่อปากหรือการท่องจำ แต่เราสามารถแต่งเองได้จากการมองเห็นสิ่งต่างๆ เช่น ธรรมชาติ ต้นไม้

ซึ่งน้ำผึ้งได้อาศัยหลักการนี้ในการเริ่มหัดแต่งเพลงกันตรึม นำสิ่งที่เห็นมาเรียบเรียงเป็นบทกลอนให้สัมผัสกัน ในช่วงนี้น้ำผึ้งได้มีโอกาสได้แสดงกันตรึมทั้งร้องและรำเองกับ “วงสมรชัย” ซึ่งเป็นวงที่หมู่บ้านเดิมของตัวเอง โดยเป็นตัวเอกของวงร้องกันตรึมคนเดียว ไม่มีใครช่วย

น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ ได้กลับเข้าศึกษาอีกครั้งในปี 2531 และสำเร็จการศึกษาขั้นสูงสุดระดับปริญญาตรี เอกนาฏศิลป์ และได้สำเร็จการศึกษาเมื่อปีพ.ศ. 2538 จากสถาบันราชภัฏสุรินทร์ (มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ) ในปัจจุบัน

ปัจจุบันสมรสกับนายโฆษิต ดีสม ซึ่งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านดงมัน ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ เด็กหญิงพิมพ์วลี ดีสม และเด็กชายมฆวี ดีสม

ชีวิตการทำงานในวงกันตรึมของน้ำผึ้งเริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ. 2527 ผ่านความสำเร็จและความล้มเหลวมาหลายครั้ง จนกระทั่งปีพ.ศ. 2530 เดือนพฤศจิกายนได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ศูนย์วัฒนธรรมหมู่บ้านดงมัน ซึ่งในจังหวะนั้นตรงกับเทศกาลงานช้างของจังหวัดสุรินทร์พอดี การย้ายเข้ามาครั้งนี้ถือเป็นการเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว ได้ตระเวนไปแสดงที่ต่างๆ แทบทุกจังหวัด นับตั้งแต่ปี 2530-2533 มีการแสดงเกือบพันครั้ง

วงกันตรึมบ้านดงมันได้พัฒนาต่อมาเรื่อยๆ ทั้งด้านการแสดงและการแต่งกาย และในปีพ.ศ. 2535 ได้ทำการบันทึกเทปชุดแรกกับบริษัทไพโรจน์ซาวด์ที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีชื่อชุดว่า “มรดกกันตรึม” และนำไปจำหน่ายด้วยทุกครั้งเมื่อมีการแสดง ซึ่งได้รับผลตอบรับทั้งด้านดีและไม่ดีมากมายเพื่อนำมาใช้ปรับปรุงการแสดงให้สอดรับกับความต้องการของผู้ชม และพัฒนามาจนกระทั่งประสบความสำเร็จเป็นวงกันตรึมระดับแนวหน้าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมา

ด้วยความสามารถที่หาตัวจับยาก จึงทำให้ได้รับรางวัลประกวดกันตรึมมากมายนับสิบรางวัลจาก จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อีกทั้งการเสียสละตนเพื่อถ่ายทอดงานศิลปวัฒนธรรมแขนงนี้ ทำให้น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ได้รับเชิญให้มาสอนวิชานาฏศิลป์พื้นบ้าน สาขานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และยังได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิตเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมอยู่เนืองๆ

สำหรับวงกันตรึมคณะที่น้ำผึ้งแสดงอยู่นั้นปัจจุบันมีชื่อว่า ” ดงมันรักกันตรึม ” โดย เริ่มแรกเป็นดนตรีบรรเลงประกอบในพิธีกรรม การเข้าทรง รักษาไข้ และบรรเลงกล่อมหอแต่งงาน ต่อมาได้พัฒนารูปแบบอย่างหลากหลาย ทั้งแนวพื้นบ้านโบราณ แนวประยุกต์ทันสมัย ความโดดเด่น อยู่ที่ความไพเราะของปี่อ้อ ความหวานของซอกันตรึม และการขับร้องประกอบการบรรเลง นอกจากนั้นก็จะมีการฟ้อน จากการประดิษฐ์ท่าฟ้อนรำ ให้เหมาะสมกับเอกลักษณะของท้องถิ่น

อัลบั้มเพลง

ชุดการแสดงพื้นบ้าน

ชุดพระคุณแม่(เปรียรกุนแม)

ชุดเด็กขแมร์ ขี้คุย

และผลงานอื่นๆอีกมากมาย

การแสดงในต่างประเทศ

2529 ร่วมแสดงพื้นบ้านนานาชาติ ณ ประเทศเกาหลีใต้

2538 ร่วมการแสดงพื้นบ้าน ณ ประเทศลาว

2543 ร่วมการแสดงที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

2544 ร่วมการแสดงพื้นบ้าน ณ สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 33 วัน

รางวัล


ชนะเลิศตะโพนทอง ปี 2527 จาก ชวน หลีกภัย

ชนะเลิศระดับจังหวัด สุรินทร์ หลายสมัย

ชนะเลิศภาคอีสาน ปี 2543 ที่ จ.ร้อยเอ็ด

ชนะเลิศระดับจังหวัด ที่ศรีสะเกษ

ชนะเลิศถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันแม่แห่งชาติ ปี 2547

รางวัลสื่อพื้นบ้านดีเด่นแห่งชาติ ปี 2539-40

ศิลปินอีสานแห่งชาติ ปี 2545

ศิลปินดีเด่นระดับจังหวัดสุรินทร์ ปี 2546

สุดยอดศิลปินอีสาน ปี 2547

รางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ(ราชาทำนุบำรุงวัฒนธรรม) ปี 2547 จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

รางวัลศิลปินมรดกอีสาน ปี 2558 จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น