ชลประทานบุรีรัมย์ น้อมนำพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี บรรเทาภัยจากน้ำบ่าไหลหลากท่วมขังในพื้นที่

นายกิติกุล เสภาศีรากรณ์ ผอ.โครงการชลประทานจ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีฝนตกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหนึ่งเดือนนี้ ทำให้น้ำไหลบ่าจากพื้นที่สูง ลงสู่ลำน้ำหลักๆ ของจังหวัด เช่น ลำปลายมาศ ลำตะโคง ลำชีน้อย และพื้นที่นาข้าวของเกษตรกร

ขณะที่อ่างเก็บน้ำจำนวน 5 แห่ง จาก 16 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีน้ำไหลล้นสปิลเวย์ โครงการชลประทานบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ในการบรรเทาภัยที่เกิดจากน้ำไหลหลาก ด้วยวิธีการต่างๆ ตามสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ ทั้งการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ และเปิดทางน้ำให้ลงสู่ลำธรรมชาติและลงลำน้ำมูล การเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำให้มากที่สุด รวมถึงตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำในจุดต่างๆ เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางน้ำ/แก้ไขปัญหาการขัดแย้งในการระบายน้ำของพื้นที่ และเตือนภัยให้กับประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าหากไม่มีฝนตกอีกประมาณ 3-5 วันสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

ผอ.โครงการชลประทาน จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า จากการบริหารจัดการน้ำไหลหลาก สามารถเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ เช่น อ่างเก็บน้ำ แก้มลิง หนองน้ำ สระน้ำ ที่ขุดลอกและฟื้นฟูได้มากขึ้น ส่วนการท่วมขังและการระบายน้ำทำได้ดีขึ้น ลดระยะเวลาในการท่วมขังในจุดต่างๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากก่อสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการน้ำ อาทิ คลองผันน้ำ ประตูระบายน้ำ อาคารบังคับน้ำ แก้มลิง ขุดลอก

โดยได้น้อมนำพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มาใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม ในลักษณะการพัฒนาและบริหารจัดการทั้งลุ่มน้ำ จนมีผลสำเร็จระดับหนึ่งอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 2