นับถอยหลังสู่ศักราชใหม่ ปี 2018 กำลังจะผ่านไป ปีใหม่ 2019 กำลังจะเข้ามา เวลานี้จังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรๆหลายๆอย่าง โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการเข้ามามีบทบาทของสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วันนี้ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. จะพาไปถอดรหัสบทสัมภาษณ์ คุณไชยชนก ชิดชอบ ที่ตอบคำถามในรายการ หลังเกมส์ไทยถล่มติมอ และ Talk กับลูกชายลุงเน | ตูดูบอลไทย Sunday Night

 

จากการวิเคราะห์บทสัมภาษณ์ของคุณ คุณไชยชนก ชิดชอบ แล้วคาดการณ์ว่าปีหน้านี้จะมีสิ่งต่างๆเกิดขึ้นมากมากยที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและจังหวัดบุรีรัมย์ เรามาตามดูกันทีละประเด็นกันเลย

1.Partnership Project กับสโมสรดอร์ทมุน แห่งบุนเดสลีก้าของเยอรมัน

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า บุรีรัมย์ จับมือ ดอร์ทมุนด์ เดินหน้าพัฒนานักเตะเยาวชนนั้น

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลอันดับ 1 ของอาเซียน และทีมแชมป์ลีกไทย ฤดูกาล 2018 จับมือร่วมเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรชั้นนำจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ซึ่งมีดีกรีแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 1996-1997

การจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ ดอร์ทมุนด์ จะนำทีมรวมตำนานของสโมสร (Dortmund Legends) เดินทางออกมาทำกิจกรรมภายนอกประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อปะทะแข้งกับ Buriram United OG (Original Gangsters) ทีมรวมอดีตนักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมไปถึงจะมีการทำความร่วมมือที่จะพัฒนาฟุตบอลระดับเยาวชนร่วมกัน โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างพันธมิตรในเอเชียของดอร์ทมุนด์ ซึ่งนอกจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้ว ก็ยังมีสโมสรชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น และ จีน ด้วย

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงการร่วมมือครั้งนี้ ว่า “ดอร์ทมุนด์ ถือเป็นหนึ่งในทีมที่พวกเราชื่นชอบสไตล์การเล่น และการบริหารจัดการทีมที่เป็นมืออาชีพอยู่แล้ว อีกทั้ง ดอร์ทมุนด์ ยังมีแฟนบอลที่ขึ้นชื่อเรื่องการเชียร์มากที่สุดในโลก แทบจะเรียกได้ว่าแฟนบอลเกือบเต็มในทุกนัดที่ลงแข่งขัน โดยเฉพาะ “Yellow wall” หรือ กำแพงสีเหลือง ของกองเชียร์ฝั่งหลังประตู ซึ่งเป็นสแตนด์ของตั๋วปีที่ขายหมดเกือบตลอด”

“ถึงแม้ว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะมีประวัติศาตร์ที่น่าภาคภูมิใจในการประสบความสำเร็จที่ได้ 24 แชมป์ใน 9 ปีที่ผ่านมา แต่เราก็ถือว่าเป็นสโมสรที่ยังมีอายุน้อย และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้เรียนรู้จากสโมสรชั้นนำอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในการร่วมมือครั้งนี้”

ทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่น ที่บุรีรัมย์ แฟนๆ ถูกเรียนกว่า GU12 ซึ่งหมายถึงผู้เล่นคนที่ 12 และเช่นกันสำหรับ ดอร์ทมุนด์ Yellow Wall หรือ กำแพงสีเหลือง ถูกใช้เรียก คลื่นมนุษย์ที่ใส่เสื้อสีเหลืองจำนวน 25,000 คนที่อัฒจันทร์หลังประตู ทั้งสองสโมสรทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และตอบแทนแฟนบอลด้วยสไตล์การเล่นเกมบุกที่ดุดัน

นายทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “พวกเรามีความยินดีอย่างมากที่จะได้ร่วมมือกับสโมสรอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ มีแฟนบอลที่เข้ามาสนับสนุนทีมเต็มสนามตลอดเวลาในทุกการแข่งขัน

แมตช์ปะทะแข้งระหว่าง ตำนานของดอร์ทมุนด์ กับ อดีตนักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาทีมร่วมกัน และยังรวมไปถึงการจับมือกันพัฒนานักกีฬาระดับเยาวชน เริ่มตั้งแต่ U-9 ไปจนถึง U-19 และอาจจะมีโอกาสก้าวไปสู่ทีมชุดใหญ่ต่อไป

ทั้งนี้ ทั้งสองทีมมีปรัชญาในการพัฒนาคล้ายกัน เช่นเดียวกันกับการแบ่งปันเทคนิค และข้อมูลที่ดอร์ทมุนด์ใช้ในการนำเทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์การกีฬา, ระบบโครงสร้าง และ การจัดการทีมเยาวชน มาใช้กับทีมซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและก้าวหน้าที่สุดในโลกของฟุตบอล การร่วมมือในครั้งนี้ ผู้เล่นเยาวชนจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการแลกเปลี่ยน และจะได้ประสบการณ์ชีวิต ที่สโมสรมืออาชีพชั้นนำของยุโรปอย่างแน่นอน

มร.คาร์สเทน คราเมอร์ Chief Marketing Officer of Borussia Dortmund กล่าวว่า “สโมสรดอร์ทมุนด์ มีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่เรา และสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้มาเป็นพันธมิตรกัน โดยสิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ เรากำลังจะรวมทีมตำนานของดอร์ทมุนด์ มาลงเตะกับ อดีตนักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอบคุณ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีความเชื่อมั่นต่อสโมสรดอร์ทมุนด์ ผมมั่นใจว่า ความพยายามในครั้งนี้จะนำมาสู่การพัฒนาระหว่างทั้งสองสโมสร

“สโมสรของเรายังได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญของบุนเดสลีกา ในภูมิภาคเอเชีย ที่จะมาช่วยสนับสนุนแมตช์สำคัญที่จะเกิดขึ้นที่บุรีรัมย์ เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับทีมงานของบุนเดสลีกา ซึ่งการสนับสนุนในครั้งนี้ทำให้เห็นว่า บุนเดสลีกาพร้อมที่จะเข้ามาช่วยยกระดับวงการฟุตบอลของเอเชีย”

เบเนดิคท์ โชลซ์ Head of International & New Business กล่าวว่า “ผมได้รับรู้ว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีความคล้ายกับ ดอร์ทมุนด์ ในหลายๆ อย่าง เช่น การเป็นทีมชั้นนำของลีก มีความภาคภูมิใจในประวัติศาตร์ของตัวเอง มีความผูกพันธ์อย่างมากกับชุมชมร่วมถึงการแสวงหาความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้นเราจึงมุ่งหวังที่จะบรรลุความสำเร็จร่วมกันทั้งใน และนอกสนาม”

สำหรับฟุตบอลนัดพิเศษ “Return of The Legends” การแข่งขันระหว่าง อดีตนักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ ตำนานนักเตะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ที่ ช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ แฟนบอลสามารถเข้าชมได้ฟรี ซึ่งในวันแข่งขันจะมีการรับบริจาคเงิน เพื่อมอบให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ไปจัดซื้อรถพยาบาล เพื่อใช้ในกิจการของโรงพยาบาลต่อไป

คาดว่าในอนาคตอันใกล้(ปี 2019) อาจจะได้มีโปรเจคการนำนักเตะของดอร์ทมุนชุดปัจจุบันเข้ามาลงสนามที่บุรีรัมย์ด้วย ทั้งนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันเพราะต้องรอดูฟีดเเบ็กของนัดพิเศษในวันที่ 18 ที่จะถึงนี้เพื่อเช็กฟีดแบ็กอีกที

ส่วนการแลกเปลี่ยนนักเตะในอคาเดมี่ เป็นเงื่อนไขข้อหนึ่งของการเป็นพาร์ทเนอร์ชิปอยู่แล้ว

 

2.Gimmick ใหม่ของ สนามฟุตบอล ช้างอารีน่า

สนามช้างอารีน่า เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ สนามแห่งนี้มีความจุ 24,000 ที่นั่ง (ในปี พ.ศ. 2557 ได้ต่อเติมเป็น 32,600 ที่นั่ง)

โครงสร้างประกอบด้วยเหล็กและไฟเบอร์ ซึ่งสร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท โดยเป็นเงินสนับสนุนภายใต้สัญญาการกำหนดชื่อจากไอ-โมบายและบางส่วนของนายเนวิน ชิดชอบ จัดเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนามและผ่านมาตรฐานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ, สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย และสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน ผ่านมาตรฐานสนามกีฬาระดับเอจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย และยังผ่านมาตรฐานระดับโลกจากสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ และยังได้บันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่าแห่งเดียวในโลกที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วัน

สนามนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยชั้นที่ 1 เป็นสำนักงานห้องแถลงข่าว ห้องสื่อมวลชน ร้ายขายสินค้าที่ระลึก ห้องนักกีฬาทีมเหย้า-เยือน ห้องพักผู้ตัดสิน ห้องปฐมพยาบาล และห้องประชุม ชั้นที่ 2 จะเป็นห้องจัดเลี้ยงใหญ่จำนวน 400 ที่ นั่ง ชั้นที่ 3 เป็น ห้องวีไอพี 6 ห้อง และห้องจัดเลี้ยง 1 ห้อง และชั้นที่ 4 มี ห้องวีไอพีจำนวน 15 ห้อง สนามแห่งนี้ยังมีการติดตั้งไฟส่องสว่างของฟิลิปส์อย่างมาตรฐานจะมีความสว่างของไฟอยู่ที่ 1,500 ลักซ์ โดยในส่วนอัฒจันทร์ฝั่งกองเชียร์นั้นมีเก้าอี้ที่นั่งเชียร์เป็นสีน้ำเงินเกือบหมด แต่จะใช้เก้าอี้สีขาวตรงที่มีคำว่า ธันเดอร์คาสเซิล และ บุรีรัมย์ มีหัวหน้ากองเชียร์คือ นางกรุณา ชิดชอบ เป็นแกนนำหลักในการเชียร์

ช้างอารีนา เคยใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมรื่นเริงครั้งใหญ่ในเทศกาลสงกรานต์ในปี พ.ศ. 2555 โดยการจัดของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร โดยมีศิลปินนักร้องมากมาย อาทิ โซะระ อะโอะอิ, เอ็นเอส ยุน จี, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, นูโว, ไมโคร, ปกรณ์ ลัม, บอดี้แสลม, คาราบาว, ลาบานูน, บิ๊กแอส, โลโซ เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2560 เมื่อกลุ่มสามารถคอร์ปอเรชั่น ได้ยุติตราสินค้าไอ-โมบาย ชื่อสนามจึงได้เปลี่ยนตามผู้สนับสนุนหลักของสโมสรอีกบริษัทหนึ่ง คือ ช้าง โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งสนามแข่งรถที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ก็ใช้ชื่อตามตราสินค้านี้เช่นกัน

ซึ่งคุณไชยชนก ชิดชอบบุตรชายของนายเนวินให้สัมภาษณ์กับทางรายการว่า ภายในปี 2019 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 10 ปีของสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ดนั้น จะมีการเพิ่มกิมมิกบางอย่างของสนามช้างอารีน่าเข้าไปเพื่อเพิ่มความดึงดูด (More Attracktion) ที่ไม่ใช่แค่การมาถ่ายรูปสนามอย่างเดียวให้นักท่องเที่ยวเข้ามาลองสัมผัสด้วย ส่วนจะเป็นอะไรนั้นต้องรอติดตามกันอีกที

 

3.Brand Ambassador คนแรกในรอบ 10 ปีของบุรีรัมย์ยูไนเต็ดพร้อมเปิดตัวในงาน Count Down 2019

ในวาระครบรอบ 10 ปีของบุรีรัมย์ยูไนเต็ดในวันที่ 4 ตุลาคม 2019 ทางสโมสรมีอะไรที่พิเศษๆมาเซอร์ไพรส์แฟนๆกันด้วย หนึ่งในนั้นคือการที่สโมสรจะมี Brand Ambassador คนแรกในรอบ 10 ปี ซึ่งหลายๆคนคาดการณ์และลงความเห็นว่า (และบางส่วนอาจมีหลุดมาจาก Social Media ของคุณกรุณา ชิดชอบ) ตำแหน่งของ Brand Ambassador คนแรกนั้นน่าจะตกเป็นของหนึ่งในสมาชิก Idol Girls Group ชื่อดังน้องสาวของ AKB48 จากญี่ปุ่น อย่าง น้ำหนึ่ง BNK48 (มิลิน ดอกเทียน)

โดยก่อนหน้านี้ นำ้หนึ่ง BNK48 เธอเคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับความประทับใจและชื่นชอบสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดและติดตามเป็นแฟนคลับตามคุณพ่อที่นั่งดูด้วยกันประจำ

สำหรับการประกาศตำแหน่งของ Brand Ambassador คนแรกอย่างเป็นทางการนั้นจะมีขึ้นภายในงาน Buriram Count Down 2019 ที่จะถูกจัดขึ้นภายในบริเวณลานช้างอารีน่าในวันสิ้นปี ซึ่งต้องรอลุ้นกันอีกทีว่าจะมีนักร้องคนใดบ้างที่จะมาขึ้นคอนเสิร์ตภายในงาน

 

4.ฉลอง 10 ปีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและ Event ร่วมเดินฉลองในฐานะครบรอบ 10 ปี

อย่างที่ทราบกันดีว่า วันที่ 4 ตุลาคม ของทุกๆปีนั้นเป็นวันก่อตั้งสโมสรและเป็นวันเกิดของคุณเนวินด้วย คุณไชยชนกเปิดเผยต่ออีกว่า จะมีการจัดกิจกรรมที่จะเป็นการให้อะไรกลับคืนไปยังแฟนๆ พร้อมทั้งให้แฟนๆสามารร่วมเฉลิมฉลองวาระนี้ได้ตลอดทั้งปี นอกจากกิจกรรมสงกรานต์และวันเด็ก ด้วย

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวอาจจะยังลงรายละเอียดได้ไม่มากนัก เพราะมีหลากหลายโมเดลที่ได้คิดเอาไว้า และต้องรอดูสถานการณ์อื่นๆด้วย แต่รับรองว่ามีแน่นอน

5.E-sport Festival

จากกิจกรรมที่หลากหลายในปีหน้านั้น คุณไชยชนกระบุว่าบางอย่างอาจจะยังไม่สามารถยืนยันได้จริงๆ แต่หนึ่งในสิ่งที่สามารถคอนเฟิร์มได้ตอนนี้คือ E-sport Festival เพราะการก้าวเข้าไปสู่วงการ E-spor เต็มตัวของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยจัดขึ้นให้แฟนๆ E-sport หรือว่าใครที่ชื่นชอบในการเล่นเกมให้ได้มาลองอีกหลากหลายเกม

 

6.เสื้อ 10 ปี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

จากสถิติยอดจำหน่ายเสื้อบุรีรัมย์ยูไนเต็ดในปีนี้กว่า 6 แสนตัว (ยังไม่ใช่ยอดล่าสุด) ภายในปีหน้า แฟนๆจะได้พบกับเสื้อชุดครบรอบ 10 ปีบุรีรัมย์ยูไนเต็ดซึ่งบอกได้เลยว่า พิเศษกว่าครั้งไหนๆแน่นอน

โดยยังไม่เปิดเผยว่าแยกกันกับเสื้อแข่งของทีมเลยหรือไม่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาอาจมีข่าวการหลุดของเสื้อแข่งขันกันมาบ้างแล้วแต่ยังไม่พบสัญลักษณ์ของ 10 ปีบุรีรัมย์ยูไนเต็ดแต่อย่างใด

จึงอาจจะคาดการณ์ได้ว่า เสื้อ 10 ปี (ที่มีการประกวดออกแบบโลโก้กันไปแล้วนั้น) อาจจะแยกออกจากเสื้อแข่งของทีมก็เป็นได้ ต้องรอติดตามกันต่อไป

 

7.E-Sport Stadium ของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด

จากช่วงกลางปีที่ผ่านมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลชื่อดังของไทยภายใต้การบริหารของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองที่เบนเป้ามาสู่วงการกีฬาได้เปิดตัว “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต” ทีมแข่งขัน eSports ของตัวเอง

โดยเริ่มที่สองเกมดังขวัญใจชาวไทยอย่าง RoV: Arena of Valor และ Dota 2 พร้อมเล็งสร้างอีสปอร์ตสเตเดียมและอีสปอร์ตอะคาเดมีเพื่อพัฒนาผู้เล่นเข้าสู่ระดับมืออาชีพ พร้อมตั้งเป้าหมายไว้ถึงการชิงแชมป์โลก

สาเหตุที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดตัดสินใจเข้ามาสู่วงการ eSports นั้นเพราะได้เล็งเห็นถึงโอกาสใหม่ๆ ในแง่การทำธุรกิจ เนื่องจากวงการนี้มีแฟนคลับที่เหนียวแน่น และกำลังได้รับความนิยมไม่แพ้กีฬาฟุตบอล โดยจะประยุกต์การบริหาร การตลาด และการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาจากสโมสรฟุตบอลของตัวเองมาสู่ทีมอีสปอร์ต

สำหรับการทำทีมนั้น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ได้เข้าไปซื้อสิทธิ์บริหารทีมของสองเกมดัง คือทีม Arctic Wolf ของ เกม RoV : Arena of Valor โดยจะเปลี่ยนชื่อเป็น Buriram Arctic Wolf และ ทีม Seth Gaming ของเกม Dota 2 โดยจะเปลี่ยนชื่อทีมเป็น Buriram Seth Gaming

ซึ่งนอกจาก Dota2 และ Rov แล้ว “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต” ยังได้ลงสู่สนามของ PES อีกด้วย

ในปี 2019 ที่จะถึงนี้ Phase แรกของ E-sport stadium กำลังจะถึงกำเนิดขึ้นที่บุรีรัมย์ อาจจะยังไม่ถึงขึ้น stadium ที่วางภาพไว้ตอนท้าย แต่อย่างน้อยๆ Sport Arena จะเกิดขึ้นแน่นอนและจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง Community ให้กับแฟนๆ E-sport ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดได้และสามารถจัดการแข่งขันได้

 

เป็นยังไงกันบ้าง กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้ในปี 2019?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงอีกก้าวหนึ่งของบุรีรัมย์​ ยูไนเต็ดจะมีผลกระทบกับสภาพเศรษฐกิจของจังหวัดบุรีรัมย์แน่นอน เพราะตลอด 9 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินจำนวนมหาศาลสะพัดทั่วบุรีรัมย์ ทำให้จังหวัดที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของการเป็น Destination การท่องเที่ยวกลับกลายเป็นบูมขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง

ในวันนี้ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. ขอสรุปสั้นๆในฐานะคนบุรีรัมย์ว่า หากใครที่กำลังอยากจะก้าวเดินต่อในเส้นทางธุรกิจท่ามกลางเศรษฐกิจของบุรีรัมย์ในขณะนี้ให้รีบคว้าโอกาสเอาไว้ เพราะคุณ คือหนึ่งในกลไลที่จะขับเคลื่อนบุรีรัมย์ไปข้างหน้าวเช่นเดียวกัน …