รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบนโยบายการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมโรค มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยแก่บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ ที่จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อช่วงเย็นวันที่16 สิงหาคม 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพระดับพื้นที่ แก่ผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้อำนวยการเขตสุขภาพ สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาล

ผู้บริหารและศูนย์วิชาการเขตของกรมควบคุมโรค และกรมอนามัยจำนวนกว่า 800 คน ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุมช้างอารีน่า อำเภอเมือง จ.บุรีรัมย์ โดยกรมอนามัยและกรมควบคุมโรคจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้เครือข่ายส่งเสริมสุขภาพและป้องกันควบคุมโรคภัยสุขภาพ และงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้มาตรการ แนวทาง และนวัตกรรมระหว่างกัน อันจะส่งผลต่อการลดเสี่ยง ลดป่วย ลดตาย ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าสถานการณ์และแนวโน้มการป่วยและตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรค ncds เช่นโรคเบาหวานความ ดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดมีจำนวนสูงขึ้น ปัญหาและปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพแต่ละกลุ่มวัยแตกต่างกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุและการระบาดของโรคติดต่อประจำท้องถิ่นเช่นไข้เลือดออก

โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนเช่นหัด คอตีบ รวมทั้งผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงโรคและภัยสุขภาพเหล่านี้ส่งผลให้คนไทยป่วยและตายก่อนวัยอันสมควร มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเศรษฐกิจและสังคมซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่ประชาชนมีอัตราความรอบรู้ด้านสุขภาพต่ำกว่าเป้าหมาย

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้มอบแนวทางการดำเนินงาน “เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ร่างกายแข็งแรง เศรษฐกิจของไทยแข็งแรง” ซึ่งต้องมีความพร้อมทุกด้าน ทั้งทางด้านประชาชน สังคม เศรษฐกิจ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งการจะไปสู่เป้าหมายคือต้องทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี ทั้งกายและใจ ได้รับบริการอย่างที่มีคุณภาพ ลดภาระค่าใช้จ่าย โดยกระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายให้ประชาชนมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย

ส่วนการเข้าถึงสารสกัดจากกัญชาในการรักษาโรค ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ปัจจุบันแพทย์ที่ได้รับการอบรมมีความรู้เกี่ยวกับกัญชา สามารถจ่ายยาให้กับผู้ป่วยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ในขณะเดียวกันจะมีการเก็บข้อมูลการรักษา ทั้งการสนองตอบต่อการรักษาโรค และผลข้างเคียงไปพร้อมกันด้วย