จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ อบจ. เทศบาล และชาวเรือกว่า 1,000 คน ประกอบพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อวังกรูดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอ.สตึกอย่างยิ่งใหญ่ เตรียมจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวชิงจ้าวยุทธจักรแห่งลำน้ำมูล 3-4 พ.ย.นี้ พร้อมชมแข่งช้างว่ายน้ำข้ามลำน้ำมูล ชิงถ้วยใบใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งได้นำเรือไม้ตะเคียนโบราณอายุกว่า 100 ปีที่เคยคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานให้ ปชช.ได้ชม คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 30 ล้าน

(25 ต.ค.61) เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา นายรังสิกร ทิมาตฤกะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งเรือยาวประเพณี พร้อมด้วยนางวิมลนันท์ ทิมาตฤกะ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชนชาว อ.สตึก และชาวเรือกว่า 1,000 คน ได้ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อวังกรูด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอำเภอสตึก เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนจะมีการจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวางกูร , สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประจำปี 2561 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3-4 พฤศจิกายน นี้ ณ ลำน้ำมูล อำเภอสตึก เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ทั้งยังช่วยกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย

 

โดยพิธีบวงสรวงในปีนี้จะแตกต่างจากทุกปี คือ จัดขึ้นในช่วงกลางคืน และนอกจากจะไหว้สักการะพระเจ้าใหญ่ตามประเพณีความเชื่อแล้ว ยังมีการประดับประดาโคมไฟสว่างไสวรอบสองฝั่งแม่น้ำมูล รวมถึงชาวเรือก็ได้ถือประดับโคมไฟบนเรือ สักการะแม่ย่านาง เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย นอกจากนั้นยังได้นำเรือไม้ตะเคียนโบราณอายุกว่า 100 ปี ที่เคยคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานมาแล้ว มาตั้งโชว์บริเวณหน้าองค์พระเจ้าใหญ่ พร้อมเปิดไฟสะท้อนแสงสีสันต่างๆ อย่างสวยงาม เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้วย

สำหรับปีนี้ จะมีการแข่งเรือ 3 ประเภท คือ ประเภทเรือไม้ ก. (ไม่เกิน 55ฝีพาย) มีเรือดังชนิดแชมป์ชนแชมป์มาร่วมแข่ง ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวางกูร เช่น เรือเทพนรสิงห์ 88 จ.สระบุรี เรือรุ่งสุริยา จ.หนองคาย เรือเทพสุริยะ จ.สุรินทร์ และเรือพรพระยาตาก จ.ชัยนาท ประเภท เรือไม้ ข. (ไม่เกิน 40 ฝีพาย) มีจำนวน 8 ลำ มีเรือดังจากหลายจังหวัดในภาคอีสานมาร่วมแข่ง ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประเภทเรือโลหะ (เรือท้องถิ่นไม่เกิน 36 ฝีพาย ) มีจำนวน 16 ลำ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และไฮไลท์ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจที่สุด คือ การแข่งขันช้างว่ายน้ำระหว่าง ทีมช้าง จ.บุรีรัมย์ และช้าง จ.สุรินทร์ ชิงรางวัลถ้วยใบใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวว่า การแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานฯ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านในแถบบริเวณแม่น้ำมูล อำเภอสตึก ทั้งเพื่อสร้างความรักความสามัคคีเรื่อยมาจนปัจจุบัน ดังนั้นการจัดงานประเพณีแข่งเรือในครั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในอีกทางหนึ่ง โดยคาดการณ์ว่าตลอดการจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวครั้งนี้ จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

สุรชัย พิรักษา / สวท..บุรีรัมย์