บุรีรัมย์หนาวนี้มีอะไรให้เที่ยว?

ขึ้นชื่อว่าหน้าหนาว หลายๆคนคงจะอยากสัมผัสกับบรรยากาศความเย็นยะเยือกกันแล้วล่ะสิ วันนี้ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. จะพาไปดูกันซิว่า หน้าหนาวในบุรีรัมย์ มีอะไรให้เที่ยวบ้าง?

ไปดูกันเลย

1.สัมผัสลมหนาวที่ยอดเขากระโดง สู่ยอดเขาสูง 265 เมตร

วนอุทยานเขากระโดง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วรอบ บริเวณปกคลุมด้วยป่าไม้ ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าขนาดเล็ก โดยเฉพาะนกนานาชนิด เดิมชื่อเดิม คือ “พนมกระดอง” เป็นภาษาเขมร แปลว่า ภูเขากระดอง (เต่า)

เป็นภูเขาที่มีรูปลักษณ์คล้ายกระดองเต่า ต่อมาเรียกเพี้ยนเป็น “กระโดงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจและศึกษาประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยา เพราะเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ยังคงปรากฏร่องรอยปากปล่องให้เห็นได้ชัดเจน

 

 

นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานกู่เขากระโดง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และมี “พระสุภัทรบพิตร” พระพุทธรูปองค์ใหญ่ คู่เมืองบุรีรัมย์บนยอดเขาการขึ้นไปเขากระโดง ทำได้สองวิธี คือ เดินขึ้นบันไดจำนวน 297 ขั้น หรือ ขับรถขึ้นไปถึงยอดเขา

2.ภูเขาไฟในคืนเดือนหงาย โฮโลแกรมม่านน้ำตกที่เขากระโดง ตำนานรักสองเรานิรันดร

หลายคนคงเคยได้ยินตำนานรักปาจิตอรพิม ในปี 2560 นี้ วนอุทยานเขากระโดงกำลังเตรียมการจัดงานใหญ่นี้ โดยภายในงานจะมีการแสดงประวัติความเป็นมาของการเกิดภูเขาไฟ การแสดงแสงสีเสียงอัปสราเล่นไฟ ตำนานรัก “ปาจิต อรพิม” ซึ่งท้าวปาจิต เป็นโอรสแห่งนครธม กับ “นางอรพิม” หญิงสาวชาวนา

 

ซึ่งมีความรักต่อกันแต่ต้องพลัดพรากจากกัน ต้องผจญภัยฟันฝ่าอุปสรรค และเรื่องราวปาฏิหาริย์มากมายเป็นเวลาถึง 7 ปี จึงได้กลับมาพบและครองรักกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรักแท้ของคนในสมัยอดีตที่ผ่านมา รวมถึงจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารที่เกี่ยวเนื่องกับภูเขาไฟอีกด้วย ซึ่งจะจัดเป็นครั้งแรก

ช่วงนี้ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นมาสัมผัสลมหนาวและชมวิวบนยอดเขากระโดงคึกคักแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นลง

ซึ่งคาดว่าหากอากาศหนาวมากกว่านี้ ก็จะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวและสัมผัสลมหนาวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ทางจังหวัด และวนอุทยาฯ ก็จะมีการจัดงานเทศกาลภูเขาไฟ สัมผัสลมหนาวคืนเดือนหงาย ในวันที่ 2-3 ธ.ค. ปีที่ผ่านมาและคาดว่าจะจัดขึ้นในทุกๆปีในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ด้วย

ติดตามอ่านเรื่องราวของปาจิต อรพิมได้ที่นี่ คลิกเลย

3.นอนดูดาว ชมว่าวกลางคืน งานว่าวที่ห้วยราช

อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ ขอเชิญเที่ยวชมงาน มหกรรม ว่าว อีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ ในงามมีการจำหน่ายสินค้า OTOP หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ของชาวอำเภอห้วยราช และมีการแข่งขันแกว่งแอกว่าว และเเข่งว่าว

 

วันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี(ปกติ) ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหรือย่างเข้าสู่ฤดูหนาว มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดแรง คนชนบทก็พากันทำว่าวแอก ซึ่งมีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเล่นกันทุกหมู่บ้าน เป็นประเพณีการละเล่นของท้องถิ่นอีสานแต่นานมา

บุรีรัมย์จัดมหกรรมว่าวอีสานขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2529 เพื่ออนุรักษ์เอกลักษณ์ของอีสานใต้ให้คงอยู่และเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง เปิดโอกาสให้คนทุกตำบล ทุกหมู่บ้านทำว่าวแอกมาแข่งขันชิงรางวัลกัน

ว่าวที่นำมาเข้าแข่งขันต้องมีขนาดปีกกว้าง 2 เมตรครึ่งขึ้นไป ตัดสินกันที่ความสวยงาม เสียงแอก และลีลาของว่าวบนท้องฟ้า นอกจากนี้มีการประกวดขบวนแห่ว่าวที่ยิ่งใหญ่สวยงาม ตอนค่ำมีมหรสพ การละเล่น และการแสดงสินค้าพื้นบ้าน งานมหกรรมว่าวอีสานจัดขึ้นที่สนามกีฬาจังหวัดอำเภอห้วยราช ในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี

4.สู่จุดชมวิวผาแดง ลำนำขุนเขายะเยือก

สูดกลิ่นอายธรรมชาติและชมทะเลหมอกปกคลุมผืนป่าดงใหญ่-เทือกเขาบรรทัดอันซับซ้อนสวยงาม บนลานหินหน้าผาสูงจุดชมวิว “ผาแดง”

ภาพจาก ฮักบุรีรัมย์

จุดชมทิวทัศน์ผาแดง เขตรอยต่อบุรีรัมย์-สระแก้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาชมทะเลหมอก สัมผัสอากาศหนาวบนหน้าผาสูง และยังมีถ้ำค้างคาวและน้ำตก 3 ชั้นให้เที่ยวชมเมื่อมองลงมาจะเห็นตัวหมู่บ้านใหม่ไทยถาวร

กิจกรรมท่องเที่ยวได้แก่ ชมทิวทัศน์ ถ่ายภาพ การเดินทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติตาพระยา ไปทางอำเภอโนนดินแดง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงจุดตรวจตำรวจชายแดนแล้วเลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร

ในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์มักมีนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์และจากต่างจังหวัดพาครอบครัวเดินทางขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาว ชมทะเลหมอกปกคลุมผืนป่ากว้างใหญ่ของเทือกเขาบรรทัดและป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ บนลานหินหน้าผาสูงจุดชมวิว “ผาแดง” ซึ่งเป็นเขตติดต่อระหว่าง ต.ทับลาด อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว กับบ้านหนองเสม็ด ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เป็นจำนวนมาก

ซึ่งขณะนี้องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ลำนางรอง กำลังจะพัฒนาปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น หาดทรายเทียมเขื่อนลำนางรอง ปราสาทหนองหงส์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ป่าระเริงร้อยรู เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ และอนุสาวรีย์เราสู้ อนุสรณ์สถานวีรชนผู้กล้า

5.บุกยอดเขาอารยธรรมวนำรุงในเหมันต์ฤดู

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 (บ้านดอนหนองแหน) ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ

ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (ประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) คำว่า พนมรุ้ง นั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง แปลว่า ภูเขาใหญ่

ปัจจุบัน ปราสาทหินพนมรุ้งกำลังอยู่ในเกณฑ์กำลังพิจารณาเป็นมรดกโลก เช่นเดียวกับ ปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นหนึ่งในปราสาทหินขอมของไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ และถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงเป็นภาพพื้นหลังตราสัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอีกด้วย

ราสาทหินพนมรุ้งเป็นโบสถ์พราหมณ์ลัทธิไสวะ มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นวัดมหายาน ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18

จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวสถานถวายพระศิวะที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง

6.เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลกท่ามกลางไอหนาว

เทศกาลลูกชิ้นยืนกิน จะเป็นกิจกรรมที่นาเอาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมการกิน “ลูกชิ้นยืนกิน” ของชาวบุรีรัมย์ ณ บริเวณหลังสถานีรถไฟ ซึ่งมีมานานกว่า 50 ปีแล้ว มาส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์

โดยจะมีการรวบรวมร้านลูกชิ้นยืนกินของจังหวัดบุรีรัมย์หลายๆร้านมารวมกันให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถมาร่วมกินและซื้อเป็นของฝากได้ที่หลังสถานีรถไฟเพียงจุดเดียว พร้อมกับมีกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจมาสร้างความสนุกให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ได้แก่ นิทรรศการ”ลูกชิ้นยืนกิน”บุรีรัมย์ , กิจกรรมประกวดแม่ค้าเยาว์วัย และ กิจกรรม “ลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก” ซึ่งกิจกรรมจะจัดขึ้น 2 วัน คือประมาณต้นเดือนมกราคม ของทุกปี ณ หลังสถานีรถไฟจังหวัดบุรีรัมย์

เป็นยังไงกันบ้างละครับ สถานที่เที่ยวแต่ละที่เด็ดๆกันทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ? ถ้าใครมีสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในช่วงหน้าหนาวอีกละก็ คอมเม้นต์เพิ่มเติมเอาไว้ได้เลย

ภาพหน้าปกจาก SAM