บุรีรัมย์คืบหน้าทางอำเภอพร้อมติดต่อประสานสำนักทะเบียนภูมิลำเนาเดิมช่วยเหลือแม่ลูกและหลาน 4 คนที่ไม่มีบัตร ปชช.

สวท.บุรีรัมย์รายงาน คืบหน้านายอำเภอบ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  พร้อมติดต่อประสานสำนักทะเบียนอำเภอปลวกแดง  จ.ระยอง  ภูมิลำเนาเดิม ของสองแม่ลูกที่ออกมาร้องเรียนว่าคนในครอบครัวทั้ง แม่ ลูกและหลาน 4 ชีวิต ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้ขาดสิทธิที่จะได้รับเหมือนคนไทยทั่วไป แต่ยันต้องมีเอกสารหลักฐานหรือบุคคลรับรองถูกต้องจึงจะสามารถออกบัตรให้ได้

(27 เม.ย.60)  ความคืบหน้ากรณีที่นางน้อย  ด่วนในรัมย์  อายุ 58 ปี   และ น.ส.เจี๊ยบ   ด่วนในรัมย์  อายุ 29 ปี  สองแม่ลูกชาวบ้านสายตรี 16  หมู่ 13  ต.หนองไม้งาม   อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์   ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ  กรณีที่คนในครอบครัวทั้งแม่  ลูกชาย ลูกสาว และหลานชายรวมทั้งหมด 4 คน ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนมาตั้งแต่เกิด  และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนได้  ทำให้ต้องไร้สิทธิในความเป็นคนไทย ไม่มีสิทธิรักษาฟรีเหมือนกับคนอื่นทั่วไป   ทั้งไม่มีบัตรที่จะนำไปยื่นแสดงเพื่อทำเรื่องกับหน่วยงานภาครัฐ  ที่สำคัญไม่สามารถเลือกทำงานได้เพราะไม่มีบัตรประชาชน  ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก    ซึ่งล่าสุดนายวินัย   โตเจริญ     นายอำเภอบ้านกรวด  ก็พร้อมที่จะติดต่อประสานงานกับสำนักทะเบียนอำเภอปลวกแดง  จังหวัดระยอง  ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของครอบครัวดังกล่าว   เพื่อหาเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนหรือบุคคลที่จะมารับรองได้ว่าครอบครัวนี้เป็นคนไทยจริง   เพราะการที่จะออกบัตรประจำตัวประชาชน  จะต้องมีเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนหรือบุคคลรับรองถูกต้องตามระเบียบกฎหมายที่กำหนด  เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้

ขณะที่นางน้อย   ด่วนในรัมย์  ให้ข้อมูลว่า เดิมมีภูมิลำเนาอยู่บ้านมาบอ้อยช้าง  ต.หนองไร่  อ.ปลวกแดง  จ.ระยอง   ตนเป็นลูกสาวคนเดียวไม่มีพี่น้อง  เมื่อก่อนพ่อแม่จะพาไปทำงานรับจ้างก่อสร้างอาศัยนอนตามแคมป์คนงานไปเรื่อยพ่อกับแม่จึงไม่ได้พาไปทำบัตรประชาชน  กระทั่งพ่อแม่เสียชีวิตลงตนเองก็มีลูกแต่ไม่สามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนได้  ทำให้ไม่มีสิทธิในการรักษาเหมือนที่คนไทยทั่วไป  ที่ผ่านมาก็พยายามไปตามหาญาติพี่น้องที่ภูมิลำเนาเดิมแล้ว   ด้วยเวลาผ่านไปนานหลายปีญาติพี่น้องต่างย้ายถิ่นฐานจึงไม่รู้จักใคร   ทำให้ไม่มีหลักฐานหรือบุคคลที่จะมารับรองให้  มีเพียงหลักฐานของลูกชายที่ศึกษาและบวชเรียนอยู่โรงเรียนในหมู่บ้านเดิมเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าจะไปติดต่อหรือเดินเรื่องยังไงทำให้ต้องอยู่ด้วยความลำบาก โดยเฉพาะยามเจ็บป่วยไม่มีเงินรักษาต้องซื้อยามากินเอง จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือ

ข่าวโดย..สุรชัย พิรักษา   / สวท. บุรีรัมย์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2

ภาพโดย…MGR Online