หลายๆท่านที่ได้ติดตามข่าวการจับกุมพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ของจังหวัดบุรีรัมย์ “เดี่ยวแคนดง” กันไป คงจะนึกถึงพ่อค้ายาเสพติดในซี่รี่ย์ดังอย่าง “นาโคส” พาโบล เอสโคบาร์ เจ้าพ่อโคเคนที่เริ่มก่อร่างสร้างตัวจากศูนย์

ความคล้ายกันของสองคนนี้คือเป็นเจ้าพ่อค้ายาที่มีเม็ดเงินมูลค่าหลายล้านหมุนเข้าออกภายในบัญชี สำนักข่าว “ข่าวสดออนไลน์” พาดหัวข่าวการจับกุมเดี่ยวแคนดง “จุดจบนาร์โคส! รวบ เดี่ยวแคนดง เจ้าพ่อยาบ้าตัวเอ้ พร้อมแก๊ง เงินในบัญชีสะพัดร้อยล้าน”

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบรายละเอียดการเข้าจับกุมสามารถติดตามอ่านได้ดังนี้

บุรีรัมย์สนธิกำลังหลายฝ่ายรวบแก๊งค้ายามีเงินหมุนเวียนเข้า-ออกบัญชีกว่า 100 ล้าน

ชุดพิทักษ์บุรีรัมย์สนธิกำลังรวบเครือข่ายค้ายารายสำคัญ “เดี่ยวแคนดง” อดีตนักโทษค้ายาพึ่งพ้นโทษไม่นานหวนกลับมาค้ายาซ้ำ ถูกจับพร้อมของกลางยาบ้ากว่า 12,000 เม็ด อายัดทรัพย์สินหลายรายการมูลค่ากว่า 1.5 ล้าน ตะลึงมีเงินหมุนเวียนเข้า-ออกบัญชีกว่า 100 ล้าน

เมื่อเวลา 15.30 น. (17 ต.ค.60) นายประภาส รักษาทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์

พร้อม พ.ต.อ.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ,

พ.ต.อ.ประยุทธ โพธิ์แก้วกุล ,

พ.ต.อ.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ,

นายเกรียงไกร กิริวรรณา นายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ,

นายเสนีย์ มะโน นายอำเภอคูเมือง ,

พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร. ผกก.สภ.คูเมือง

และ พ.ต.ท.สมยศ ฟื้นชัยภูมิ หัวหน้าศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภูธร จ.บุรีรัมย์

ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด โดยการบูรณาการความร่วมมือของชุดพิทักษ์บุรีรัมย์ ประกอบด้วยตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 11 คน พร้อมของกลางยาบ้า 12,282 เม็ด ยาไอซ์ 6 กรัม อาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน ทั้งนี้ยังได้ยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันปราบปรามยาเสพติดอีกหลายรายการ

อาทิ รถยนต์ 3 คัน ,รถจักรยานยนต์ 1 คัน ,สร้อยคอทองคำ 6 เส้น แหวนทอง 5 วง รวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท

นอกจากนั้นยังได้อายัดบัญชีของเครือข่ายค้ายาดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีเงินหมุนเวียนเข้า-ออก มากกว่า 100 ล้านบาท

ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า 1 ในผู้ต้องหา 11 คนที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ คือ นายณัฐวุฒิ ช่วยสงค์ อายุ 36 ปี ฉายา เดี่ยวแคนดง เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ทำหน้าที่ติดต่อซื้อขายยามาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มากระจายให้กับเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์

เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าอีกทอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวมาตลอดจนสามารถจับกุมเครือข่ายได้ จึงทำการขยายผลวางแผนล่อซื้อยาจากนายณัฐวุฒิ หรือเดี่ยวแคนดง ได้ในที่สุด

ทั้งนี้จากการสอบประวัติทราบว่านายณัฐวุฒิ หรือเดี่ยวแคนดง เคยถูกจับคดีจำหน่ายยาเสพติดพึ่งพ้นโทษออกมาไม่นาน แต่ก็ไม่สำนึกยังหันกลับมาค้ายาเสพติดซ้ำอีก

นายประภาส รักษาทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในครั้งนี้ เป็นการทลายเครือข่ายได้เกือบทั้งขบวนการ ตั้งแต่รายย่อยไปถึงรายใหญ่

โดยเฉพาะนายณัฐวุฒิ เดี่ยวแคนดง ถือเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่เจ้าหน้าที่พยายามติดตามจับกุมตัวมาตลอด เพราะมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมานาน และมีวิธีการที่แยบยล ทำให้ยากต่อการจับกุม

แต่ด้วยความร่วมมือกันหลายฝ่าย จึงสามารถวางแผนล่อซื้อจับกุมได้สำเร็จ ทั้งนี้ยังจะมีการบูรณาการร่วมกันเพื่อขยายผลจับกุมทั้งผู้ค้ารายใหญ่ และรายย่อยให้เบาบางหรือหมดไป

ด้าน พ.ต.อ.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า ที่ผ่านมาทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ก็ได้บูรณาการร่วมกันในการกวาดล้างปราบปรามผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติดมาโดยตลอด

แต่กลุ่มขบวนการดังกล่าวก็ยังพยายามหาวิธีซื้อขายและส่งยากัน ในรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเรื่อยๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะต้องใช้ความสามารถและทักษะเพื่อให้รู้ทันกลวิธีของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเช่นเดียวกัน

ที่สำคัญจะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ในการกวาดล้างปราบรามผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติดให้หมดไปจากสังคม

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักซีรี่ย์ “นาโคส” ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับชีวิตของ เดี่ยวแคนดง

Narcos เป็นซีรีส์ที่ทางเน็ตฟลิกซ์ร่วมทุนกับ เกอมองต์ อินเตอร์เนชันแนล เทเลวิชั่นของฝรั่งเศส หยิบยกเรื่องจริงของเจ้าพ่อยาเสพย์ติดชาวโคลัมเบีย มาถ่ายทอดแบบกึ่งสารคดีจึงทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ดูสมจริงเนื่องจากมีการตัดต่อภาพข่าวจริงเข้ามาแทรกเป็นระยะ

โดยความน่าสนใจของชีวิตราชายาเสพย์ติดโคลัมเบียรายนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวความทะเยอทะยานที่เคยถึงขั้นลงสมัครประธานาธิบดีซึ่งต้องปกปิดเรื่องการค้ายาให้พ้นจากสื่อมวลชนจนได้มีสัมพันธ์สวาทกับนักข่าวสาวสวย

เพื่อให้ทำข่าวส่งเสริมภาพลักษณ์ให้เขาในขณะเดียวกันความทะเยอทะยานก็ทำให้ครอบครัวของเขาดำเนินไปสู่จุดตกต่ำเช่นกัน ซึ่งคนดูสามารถสัมผัสได้ถึงความละเอียดในการสืบค้นข้อมูลประกอบการเขียนบทประกอบกับการออกแบบงานสร้างก็ทำให้ภาพในอดีตออกมามีชีวิตชีวาและน่าเชื่อถือยิ่งนัก

จากลูกชาวนาฐานะยากจนในประเทศโคลอมเบีย ชายวัย 35 ปีคนหนึ่งได้ไต่เต้าจนกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยการค้าขายสารเสพติดจนกระทั่งได้รับฉายาว่า ราชาแห่งโคเคน

 

 

Pablo Escobar (ปาโบล เอสโกบาร์) พ่อค้ายาเสพติดและนักลักลอบขนโคเคนชื่อดัง หนึ่งในอาชญากรที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ หัวหน้ากลุ่มสหพันธ์ธุรกิจ Medellín ผู้ครอบครองตลาดโคเคน 80% จากทั่วโลก

ปาโบลหรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า El Patron ทำรายได้ให้ตนเองอย่างเป็นกอบเป็นกำจากธุรกิจมืดถึงสัปดาห์ละ 15,225 ล้านบาท จนก้าวเข้าสู่สถานะพ่อค้ายาที่ร่ำรวยที่สุดตลอดกาล

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของวงการธุรกิจประเภทนี้ ปาโบลมีทรัพย์สินสิริรวมมูลค่าสูงสุดกว่า 1.08 ล้านล้านบาท

 

ช่วงกลางทศวรรษ 1980 สหพันธ์ธุรกิจของเอสโกบาร์สร้างรายได้ราวสัปดาห์ละ 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 797,000 ล้านบาทต่อปี

pablo-escobar-absurd-life02

 

ปาโบลติดอันดับ 7 ของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดย Forbes เป็นเวลา 7 ปีเต็มๆ ตั้งแต่ปีค.ศ.1987 ถึงค.ศ.1993 

pablo-escobar-absurd-life03

 

ทรัพย์สิน 80% ของเขามาจากธุรกิจการค้าและลักลอบขน โคเคน

pablo-escobar-absurd-life01

เอสโกบาร์ลักลอบขนโคเคนเข้ามาในสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวน 15 ตันทุกวัน

pablo-escobar-absurd-life05

จากข้อมูลของ Ioan Grillo ผู้เขียนหนังสือ El Narco: Inside Mexico’s Criminal Insurgency สหพันธ์ธุรกิจ Medellín ลักลอบขนโคเคนเข้ามาในสหรัฐฯ ผ่านทางชายฝั่งฟลอริดา ซึ่งเดินทางมาจากโคลอมเบียเป็นระยะทาง 900 ไมล์ โดยมีทั้งการขนขึ้นเครื่องบินแล้วหย่อนลงบนเรือสปีดโบ๊ท หรือขนมาสู่ชายฝังฟลอริดาทางอากาศโดยตรง

ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโคเคนในสหรัฐฯจำนวน 4 ใน 5 คนล้วนแต่เป็นเครือข่ายของปาโบล

pablo-escobar-absurd-life06

 

ราชาแห่งโคเคน สูญเสียรายได้ 76,000 ล้านบาทต่อเดือนเป็นประจำ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่

pablo-escobar-absurd-life07

ทรัพย์สินของเขาจะเกิดปัญหาก็ต่อเมื่อมันถูกกักเก็บไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้ใช้จ่าย ปาโบลจึงมักนำเงินหลายล้านไปซื้อที่ดิน ฟาร์ม โกดังสินค้า และบ้านพักให้กับสมาชิกของ Medellín

ในหนังสือ The Accountant’s Story: Inside the Violent World of the Medellín Cartel ของ Roberto Escobar หนึ่งในหัวหน้าสหพันธ์ธุรกิจ Medellín ระบุไว้ว่า

ปาโบลหาเงินได้มากเกินไป ทุกปีเขาจะต้องหาทางกระจายเงินออกจากคลังอย่างน้อย 10% ไม่อย่างนั้นมันอาจจะโดนหนูกัดแทะ น้ำท่วม หรือหายไปอย่างสูญเปล่า

 

เขาใช้เงิน 90,600 บาทเป็นประจำทุกเดือนสำหรับค่า ยางรัดปึกเงิน

pablo-escobar-absurd-life08

เนื่องจาก การใช้เงิน เป็นปัญหาใหญ่ข้อหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเงินตามมา สหพันธ์ Medellín จึงจ่ายค่ายางรัดเดือนละเกือบ 100,000 บาทเป็นประจำเพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวในคลัง

 

ปาโบลเผาธนบัตรรวมมูลค่า 72 ล้านบาทเพราะลูกสาวเป็นไข้

pablo-escobar-absurd-life09

จากบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร Don Juan ปี 2009 ลูกชายของเอสโกบาร์ Juan Pablo วัย 38 ปี ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น Sebastián Marroquí­n ได้เล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ร่วมกับราชาแห่งโคเคนผู้มั่งคั่ง

ตอนนั้นครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาที่ค่อนข้างห่างไกล แล้ว Manuela ลูกสาวของเอสโกบาร์ น้องสาวของ Juan เกิดป่วยด้วยภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ เอสโกบาร์ได้ตัดสินใจเผาธนบัตร 2 ล้านดอลลาร์เพื่อทำให้เธออบอุ่น

 

ผู้คนเรียกเขาว่า โรบิน ฮู้ด หลังจากเอสโกบาร์มอบเงินจำนวนมากให้กับผู้ยากไร้เพื่อใช้สร้างที่อยู่อาศัย สร้างสนามฟุตบอล 70 แห่ง และแม้กระทั่งสวนสัตว์

pablo-escobar-absurd-life10

 

ปาโบลตกลงกับโคลอมเบียที่จะจำขังตัวเองในคุก La Catedral ที่เขาได้รับอภิสิทธิ์ ในการสร้างมันขึ้นเอง

pablo-escobar-absurd-life11

ในปี 1991 เอสโกบาร์ได้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลโคลอมเบียว่าจะยอมถูกจำคุก แต่ขอเลือกสถานที่ด้วยตนเอง ซึ่งก็คือบ้านพักที่เขาสร้างขึ้นเอง เอสโกบาร์ได้รับอนุญาตให้เลือกเจ้าหน้าที่ที่จะมาทำงานในคุกด้วยตนเอง เขาสามารถเชิญแขกมาเยี่ยมเยียนได้ และสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ขณะที่ถูกขัง

La Catedral สะดวกครบครันด้วยสนามฟุตบอล ลานปิ้งบาร์บีคิว ชานพักผ่อนนั่งเล่น และตั้งอยู่ใกล้กับบ้านพักของครอบครัวปาโบล แต่อย่างไรก็ตามเอสโกบาร์ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินออกจากคุกไกลเกินระยะทาง 3 ไมล์

ปัจจุบันทาง Netflix ได้นำเรื่องราวของเจ้าพ่ออาชญากรรายนี้มาทำเป็นซีรี่ย์ และคนทั่วโลกก็ให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม…อย่างไรก็ตามยาเสพติดคือภัยร้ายของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย และคนที่เข้าไปข้องเกี่ยวกับมัน ไม่เคยลงเอยด้วยชีวิตที่ดี

ที่มา: BusinessInsider รูปภาพ: Netflix

สุรชัย พิรักษา / สวท..บุรีรัมย์ / แบไต๋ / หมีขาว