บุรีรัมย์น้ำมูลหนุนสูงขึ้นรวดเร็วจ่อคอสะพานสตึก-ชุมพลบุรีทั้งเอ่อท่วมบ้านนาข้าวเสียหายหลายพันไร่

มวลน้ำเหนือจากโคราชที่สมทบลำสะแทดก่อนไหลลงสู่ลำน้ำมูล ส่งผลให้ระดับน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจ่อท่วมคอสะพานสตึก – ชุมพลบุรี ทั้งยังเอ่อล้นตะลิ่งหลากเข้าท่วมบ้าน และนาข้าวเกษตรกรหลายพันไร่ ชาวนาระทมลงทุนทำนา 2 รอบถูกน้ำท่วมเน่าเสียหาย

(7 ส.ค.60) สถานการณ์มวลน้ำเหนือที่ไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมาสมทบลงลำสะแทด ก่อนจะไหลลงสู่ลำน้ำมูล ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่านอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ มีปริมาณหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงสัปดาห์เดียวระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเกือบถึงคอสะพานข้ามลำน้ำมูลระหว่างสตึก – ชุมพลบุรี

ซึ่งมวลน้ำก็ยังไหลมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามน้ำมูลที่หนุนสูงก็ได้เอ่อล้นตะลิ่งหลากเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรที่อยู่ติดริมน้ำมูลได้รับความเสียหายหลายหมู่บ้าน โดยระดับน้ำที่ท่วมนาข้าวมีความสูง 1 – 2 เมตร

ทั้งนี้น้ำยังได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมลำน้ำมูลบางหลังคาเรือนอีกด้วย ทั้งนี้หากมีฝนตกลงมาสมทบเพิ่มอีกจะทำให้น้ำหลากท่วมพื้นที่นาข้าวเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้น และอาจจะทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนในหลายพื้นที่ที่อยู่ติดริมน้ำมูลได้รับความเดือดร้อนด้วย

นายณรงค์ วงศ์แสงรัตน์ ชาวบ้านบ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก กล่าวว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมาน้ำในลำน้ำมูลยังมีระดับต่ำ แต่หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องประกอบกับมีน้ำเหลือจากจังหวัดนครราชสีมาไหลมาสมทบ

ทำให้เพียงสัปดาห์เดียวปริมาณน้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นเกือบถึงคอสะพาน และได้เอ่อล้นตะลิ่งท่วมบ้านของตนเอง และไร่นาของเกษตรกรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก และปีนี้ถือว่าน้ำมาเร็วกว่าทุกปีเพราะทุกปีน้ำจะท่วมช่วงเดือนตุลาคม และสิ่งที่กังวลคือเกรงจะมีพายุและฝนตกลงมาเพิ่ม ซึ่งจะทำให้น้ำท่วมขยายวงกว้างมากขึ้นอีก

ด้านนายสำราญ มากลิ้ม เกษตรกรบ้านท่าเรือ บอกว่า มีนาอยู่ทั้งหมด 8 ไร่เศษปีนี้ลงทุนทำนาแล้ว 2 ครั้งๆ แต่ก็ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้ง 2 ครั้งทำให้ต้องเงินลงทุนไปแล้วกว่า 60,000 บาท และปีนี้คงไม่มีผลผลิตไว้บริโภคเพราะถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมดแล้ว

ส่วนในช่วงที่ทำนาปรังรัฐก็ประกาศห้ามทำเพราะเกรงน้ำจะไม่เพียงพอ แต่พอทำนาปีก็มาถูกน้ำท่วมเสียหายอีก จากผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือทั้งเงินชดเชยที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมนาข้าว และอยากให้ช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้เพาะปลูกฤดูกาลต่อไปด้วย เพราะถูกน้ำท่วมเสียหายหมดแล้ว

บุรีรัมย์เตือน 36 หมู่บ้าน ติด “น้ำมูล-น้ำชี” เตรียมรับมือน้ำเหนือจากโคราชไหลบ่าท่วมท่วมบ้านไร่นา

บุรีรัมย์แจ้งเตือน ชาวบ้าน 7 ตำบล 36 หมู่บ้าน ที่อาศัยอยู่ติดริมลำน้ำมูล-น้ำชี เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม หลังน้ำเหนือจากโคราชได้ไหลลงสู่น้ำมูลสมทบน้ำชี ส่งผลให้ระดับน้ำหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้านนายอำเภอสตึก ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเตรียมเรือท้องแบนช่วยชาวบ้าน หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

(8 ส.ค.60) สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดบุรีรัมย์ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะที่ อ.สตึก ระดับน้ำมูลได้หนุนสูง และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางอำเภอสตึกได้เตรียมบมือน้ำท่วม โดยแจ้งเตือนให้ประชาชนได้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน หลังน้ำเหนือจากจังหวัดนครราชสีมา ได้ไหลบ่าลงสู่แม่น้ำมูล

ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำมูลหนุนสูงสมทบกับน้ำชีเอ่อล้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทางอำเภอก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำ และเฝ้าระวังให้ความช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

โดยเฉพาะในพื้นที่ 7 ตำบล 36 หมู่บ้าน 4,800 ครัวเรือน ได้แก่ ต.นิคม ต.สตึก ต.สะแก ต.ท่าม่วง ต.ทุ่งวัง ต.กระสัง และ ต.ชุมแสง ที่อยู่ติดริมมูลตลอด 24 ชั่วโมง เร่งอพยพขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นสู่ที่สูง พร้อมทั้งประสานกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ให้มีการจัดเตรียมเรือท้องแบน และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้พร้อม เพื่อเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน หากเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

ด้านนายโกวิทย์ วิทยาบูรณ์ นายอำเภอสตึก กล่าวว่า จากระดับน้ำมูลที่หนุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชน ซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงประสบภัยน้ำท่วม ได้รับทราบ เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมไว้แล้ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น

สำหรับปริมาณน้ำในลำน้ำมูล และน้ำชีจนถึงขณะนี้ ยังมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งการให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ออกตรวจตราพื้นที่ประสบภัยและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากประสบภัยน้ำท่วมให้รีบรายงานให้อำเภอ และจังหวัดทราบ จะได้สามารถช่วยผู้เดือดร้อนได้ทันที

ทั้งนี้จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อำเภอสตึก ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ “เซินกา” วันที่ 26-29 กรกฎาคม2560 ที่ผ่านมามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 ตำบล 69 หมู่บ้าน 3,129 ครัวเรือน นาข้าว 28,443 ไร่ ถนน 6 สาย ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันจากการเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนลงลำน้ำมูลและลำน้ำชี ทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรบางพื้นที่

สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์

ภาพบางส่วนจาก Manager Online