เริ่มแล้วงานมหกรรมดนตรี “เทิดไท้คีตราชัน” ประกวด “ลูกทุ่งคอมโบ้” เยาวชน ชิงถ้วยพระราชทาน

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จัดมหกรรมดนตรี “เทิดไท้คีตราชัน” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง คอมโบ้ พร้อมหางเครื่อง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมเงินรางวัล

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 62 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นปรานเปิดงานมหกรรมดนตรี “เทิดไท้คีตราชัน” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562 ณ เวที ลานอเนกประสงค์ Buriram Castle ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเทศบาลเมือง(ทม.)บุรีรัมย์ ร่วมกับจังหวัดบุรีรัมย์ และการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้น เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นชาติ

โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นจุดศูนย์รวมความสัมพันธ์ของสถาบันหลักของชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถ ด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า “คีตราชัน” รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หันมาเล่นดนตรี ไม่ไปมั่วสุมกับยาเสพติด และส่งเสริมการอนุรักษ์ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม โดยงานจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม 2562 ณ เวที ลานอเนกประสงค์ Buriram Castle ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

งานมหกรรมดนตรี “เทิดไท้คีตราชัน” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562 เป็นการจัดประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง คอมโบ้พร้อมหางเครื่อง ซึ่งในปีนี้มีโรงเรียนทั้งในและต่างจังหวัด ทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมประกวด 32 วง แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท ก มี 8 วง ได้แก่ โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม จ.บุรีรัมย์, โรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต จ.นครราชสีมา, โรงเรียนเมืองพลพิทยาคม จ.ขอนแก่น, โรงเรียนปทุมวิไล จ.ปทุมธานี, โรงเรียนมวกเหล็กวิทยา จ.สระบุรี, โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี, โรงเรียนวัดทรงธรรม จ.สมุทรปราการ และโรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) จ.นครราชสีมา และประเภท ข วงทั่วไป มี 24 วง จากโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.ปทุมธานี, นครราชสีมา, ยโสธร, บุรีรัมย์ , นครปฐม, มหาสารคาม, ลพบุรี, ศรีสะเกษ, สระบุรี, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น และ จ.สมุทรปราการ

ส่วนหลักเกณฑ์สมาชิกวงที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องเป็นนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังเรียนในระดับไม่เกินมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า และจะต้องเรียนในสถานศึกษาเดียวกัน ส่วนเพลงที่ใช้ในการประกวด มีเพลงบังคับ คือ เพลงพระราชนิพนธ์ พร้อมรีวิวประกอบเพลง, เพลงจังหวะช้า และเพลงจังหวะเร็ว มีหางเครื่อง อย่างละ 1 เพลงโดยประเภท ข คัดเลือกวงดนตรีที่เข้าร่วมแข่งขันเหลือเพียง 9 ทีม เพื่อทำการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ส่วนประเภท ก จะแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2562

สำหรับวงที่ชนะเลิศ ประเภท ก ได้รับถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมเกียรติบัตร และเงินรางวัล ส่วนชนะเลิศ ประเภท ข รับถ้วยรางวัล พร้อมเกียรติบัตร และเงินรางวัล