การจุดบั้งไฟเป็นการบูชาพญาแถนเพื่อขอฝน การเล่นว่าวแอกเพื่อแทนคำขอบคุณจากพญาแถน ที่ส่งฟ้าฝนมาให้ชาวนาอย่างอุดมสมบูรณ์ในการทำนา และอย่าส่งให้ฝนตกลงมาอีกในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว #เพราะข้าวจากการเก็บเกี่ยวของชาวนาจะได้รับความเสียหาย

ว่าวแอกอีสานถือว่าเป็นของที่ทรงคุณค่า เป็นเครื่องบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนสวงสวรรค์

แอกว่าวที่ติดไว้บนหัวว่าว จะส่งเสียงกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ไพเราะดั่งเครื่องดนตรีที่ประโคมกลางท้องทุ่ง เพื่อส่งเสียงไปขอบคุณเทพเทวาบนฟากฟ้า

หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ชาวนาอีสานจะนำหมากพลู ยาเส้น ดอกไม้ธูปเทียน ข้าวปลาอาหารหาอกับใบตอง มัดติดกับตัวว่าว เพื่อส่งเครื่องบูชาไปเซ่นสังเวยให้กับเทพเทวาที่อยู่ภพภูมิเบื้องบน

ว่าวแอกอีสานที่ผ่านวันและเวลาอันยาวนานมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่ของเล่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นของสูงค่าที่แฝงความหมายที่มากไปด้วยความเชื่อของคนอีสาน และว่าวแอกอีสานจะทะยานขึ้นไปวาดลวดลายบนฟากฟ้าและส่งเสียงก้องท้องทุ่งเฉพาะในหน้าหนาวเท่านั้น

ปัจจุบันการเล่นว่าวแอกดูเหมือนจะเลือนหายไปทีละนิด เพราะเทคโนโลยีในยุคนี้ ทำให้เด็กๆและผู้ใหญ่ที่เคยเล่นว่าว หันไปเล่นอย่างอื่นแทน เช่น โทรศัพท์ เฟสบุ๊ค โซเชียลต่างๆนาๆ จนลืมว่าวแอกของเล่นที่ทรงคุณค่าไปหมด เด็กๆและผู้ใหญ่บางคน แทบจะไม่รู้จัก ว่าวแอก ด้วยซ้ำไป

ร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์ของเก่าแก่โบราณอีสานเราไว้นะครับ ขอบคุณหลายๆครับ

จ.บุรีรัมย์ เตรียมจัดงาน “มหกรรมว่าวอีสาน” โต้ลมหนาว 20-22 ธ.ค.นี้ ชมขบวนแห่มหกรรมว่าวอีสาน การแข่งขันวิ่งว่าวทุกประเภท ประกวดธิดาว่าว พิธีทำขวัญข้าว จำลองวิถีชีวิตชาวนาแบบดั้งเดิม นอนดูดาว ชมว่าว ฟังเสียงว่าวแอกกลางคืน เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด หลายหมู่บ้านชุมชนเริ่มประดิษฐ์ว่าวเตรียมเข้าร่วมแข่งขันคึกคัก

วันนี้ (15 ธ.ค.62) จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมจัดงานประเพณีมหกรรมว่าวอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ ครั้งที่ 33 ภายใต้ชื่องาน “นอนดูดาวชมว่าวกลางคืน” ระหว่างวันที่ 20-22 ธ.ค.62 นี้ ณ บริเวณสนามแข่งว่าว ข้างมหาวิทยาลัยรามคำแหงบุรีรัมย์ อ.ห้วยราช เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง

ทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในเขตพื้นที่จังหวัดเพิ่มมากขึ้นด้วย

โดยภายในงาน วันที่ 20 ธ.ค. จะมีการประกวดธิดาว่าว, ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของหมู่บ้านว่าวและเยาวชน พิธีทำขวัญข้าว และชมการแสดงดนตรี

วันที่ 21 ธ.ค. ชมขบวนแห่มหกรรมว่าวอีสาน, การแสดงชุดห้วยราชบ้านเรา, การแข่งขันวิ่งว่าวทุกประเภท ได้แก่ ว่าวแอกโบราณ ว่าวแอกพัฒนา ว่าวแอกยักษ์ และชมการแสดงเดินผ้าไหม

วันที่ 22 ธ.ค. การแข่งขันแกว่งแอก, ว่าวประดิษฐ์ยุวชน, การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง และชมการแสดงดนตรี

พิธีทำขวัญข้าว ตัดกรรม สะเดาะเคราะห์และเสริมชะตาชีวิต การจำลองวิถีชีวิตชาวนาแบบดั้งเดิม กลางคืนนอนดูดาว ชมว่าว ฟังเสียงว่าวแอก การแสดงวงดนตรีกันตรึมพื้นบ้านอีสานใต้

นอกจากนี้ ยังจะได้ชม หมู่บ้านว่าวของชุมชนในพื้นที่ และการออกร้าน OTOP สุดยอดผลิตภัณฑ์“หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์” ต่างๆ มากมาย ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านในหมู่บ้าน ชุมชนต่างๆ ก็ได้เริ่มประดิษฐ์ว่าวเตรียมเข้าร่วมแข่งขันภายในงานดังกล่าวคึกคักแล้ว ขณะที่สภาพอากาศหนาวเย็นลงต่อเนื่อง อุณหภูมิลดลงอยู่ที่ 18-19 องศาเซลเซียส

นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า งานประเพณีมหกรรมว่าวอีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไปชั่วลูกชั่วหลาน คาดว่าการจัดงานมหกรรมว่าวอีสานในปีนี้ จะมีเงินสะพัดตามแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก โรงแรม จำนวนหลายล้านบาท

สำหรับการเล่นว่าวของคนอีสานส่วนมากจะแฝงไว้กับจุดมุ่งหมาย โดยเฉพาะเรื่องการบวงสรวง หรือเสี่ยงทาย ความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยเชื่อว่าหากปีใดว่าวขึ้นสูงติดลมบนตลอดทั้งคืนจะพยากรณ์ว่าปีหน้าฟ้าฝนดี ข้าวปลาอาหาร สมบูรณ์

ส่วนชาวท้องถิ่นไทยเขมร เชื่อกันว่าการชักว่าวขึ้นให้ติดลมบน และเสียงของแอกที่ดังโหยหวนเป็นการสร้างกรรม เมื่อเลิกเล่นจึงนิยมตัดว่าวทิ้ง ถือว่าเป็นการตัดเวรตัดกรรมออกไปและสะเดาะเคราะห์ โดยจะผูกข้าวปลาอาหารให้ล่องลอยไปกับตัวว่าวด้วย

Source เจรียง ภาคภูมิ https://www.facebook.com/muengpho.pakpoom/posts/607023080047685
https://siamrath.co.th/n/121155