จังหวัดบุรีรัมย์ คัดกรองส่งตัวผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงการระบาดของโรค โควิด 19 กลับ ภูมิลำเนาเพื่อเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดของตนเอง เบื้องต้นยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

วันนี้(11 มี.ค. 63) นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19 ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และการดำเนินการ ตรวจความพร้อมในการส่งผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่ถูกส่งตัวไปคัดกรองที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 186 คน กลับไปยังภูมิลำเนาบ้านเกิด และเข้าสู่กระบวนการเข้าระวังในพื้นที่จังหวัดของตนเอง รวมถึงวางมาตรการดูแลตลอดการเดินทาง

นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยว่า จากการคัดกรองพบว่า มีชาวบุรีรัมย์จำนวน 9 ราย และต่างจังหวัดอีก 43 จังหวัด ซึ่งในวันนี้ได้มีการวางแผนร่วมกันหลายฝ่ายเพื่อส่งกลับภูมิลำเนาและการเฝ้าระวังต่อเนื่อง

โดยปฏิบัติตามระเบียบแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคฯ ซึ่งส่วนหนึ่งมีญาติมารอรับกลับโดยเจ้าหน้าที่ได้จัดทำประวัติ ข้อมูลการติดต่อไว้ จำนวน 77 คน ส่วนที่เหลือญาติไม่ได้มารับ

ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ส่งกลับแบ่งเป็น 5 สาย สามารถส่งทุกคนกลับภูมิลำเนาไปเฝ้าระวังป้องกันที่บ้านตามระเบียบใหม่ ทั้งหมดแล้ว ซึ่งจากการคัดกรองเฝ้าระวังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด 19

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวอีกว่า ห้วงที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนต่างๆ ซึ่งผู้ที่เดินทางมาคัดกรองที่จังหวัดบุรีรัมย์ยังไม่เข้าใจในมาตรการต่างๆ และอาจมีความคาดหวังต่างๆ ขอยืนยันว่าคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์

ได้พยายามทำให้ดีที่สุดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้วางไว้ทุกประการ ซึ่งได้ทำความเข้าใจแล้วว่า ที่ต้องเดินทางมาคัดกรองที่บุรีรัมย์ ก็เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดความแออัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ และมาเพื่อที่จะสังเกตอาการ แล้วส่งต่อ

ซึ่งมีหลายคนขออยู่ต่อ แต่ไม่สามารถอนุญาตได้เพราะต้องปฏิบัติตามระเบียบ ปฏิบัติ ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข การดำเนินการต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งที่พัก อาหาร การบริหารจัดการอื่นๆ ดูแลประชาชนเกือบ 200 คน ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการสนับสนุน ซึ่งได้รับการอนุเคราะห์จากภาคเอกชนดูแลตรงจุดนี้

บุรีรัมย์ชูแนวทาง Buriram Healthy สร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด 19 ตั้งแต่ระดับครัวเรือนผ่านกลไกล อสม. ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น หากพบบุคคลเสี่ยงต้องเข้าสู่กระบวนการติดตามเฝ้าระวัง ถ้าขัดขืนแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 มีนาคม 2563 ที่ห้องประชุมสนามช้างอารีนา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข / นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่9 / นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด

ประชุมชี้แจงให้ความรู้ความเข้าใจ สร้างความตระหนักรู้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด 19 และแนวทางการป้องกัน การเฝ้าระวังให้จังหวัดบุรีรัมย์ปลอดจากการแพร่ระบาดของโรค โควิด 19

โดยใช้แนวทาง Buriram Healthy ดูแลปกป้อง ดุจญาติพี่น้อง ลูกหลาน เป้าหมายบุรีรัมย์ปลอดโรคโควิด 19 ผู้ติดเชื้อเป็น 0 โดยมีนายอำเภอ ผู้กำกับสถานีตำรวจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ประธาน อสม. และ อสม. ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ทั้ง 23 อำเภอ กว่า 300 คน ร่วมรับฟังและนำแนวทางไปปฏิบัติงานเฝ้าระวังในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน

สำหรับรูปแบบการดำเนินงาน Buriram Healthy เป็นการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน เช่น ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. ผู้นำหมู่บ้าน ชุมชน ตลอดทั้งคนในชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง ช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวังสำรวจผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เช่น จีน เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน ไต้หวัน สิงคโปร์ เยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สเปน

ว่ามีใครในหมู่บ้านชุมชน เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้หรือไม่ หากพบต้องแนะนำให้อยู่บ้านและแยกกิจกรรมกับคนในครอบครัวอย่างน้อย 14 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนในครอบครัวและคนในหมู่บ้านชุมชน ซึ่งภายในระยะเวลากักตัวเองอยู่ที่บ้าน จะมี อสม.หรือเจ้าหน้าที่ไปให้กำลังใจดุจญาติ พี่น้อง และตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกาย หากมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ให้แจ้ง รพ.สต.ในพื้นที่

เพื่อส่งตัวไปเฝ้าระวังอีกระดับหนึ่ง เพื่อพิสูจน์อาการป่วยทางห้องปฏิบัติการว่าใช่อาการของโรคโควิด 19 หรือไม่และทำการรักษา หากผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงไม่ปฏิบัติตามก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินคดี โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดำเนินการ ทั้งนี้ก็เพื่อให้พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ยังคงปลอดจากเชื้อโควิด 19 เป็น 0 ให้ยาวนานที่สุด

สำหรับประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้ คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ หากมีความจำเป็นต้องไปสถานทีมีคนจำนวนมากควรสวมหน้ากากอนายมัย