เป็นประจำทุกปี บุรีรัมย์ยูไนเต็ดเตรียมจัด Countdown สู่ 2020 งานนี้เหล่าคนดังทัพศิลปินคับคั่งก็ได้ตบเท้าขึ้นเวที ปีนี้จะมีใครกันบ้าง BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. จะพาไปดูกันจ้า แล้วอย่าลืมมาพบกัน 31 ธันวาคม นี้ ณ สนามช้างอารีน่า

1.ไอดอลยุคใหม่ BNK48 (แก้ว น้ำหนึ่ง ตาหวาน วี น้ำใส มายยู)

บีเอ็นเคโฟร์ตีเอต (อังกฤษ: BNK48) เป็นกลุ่มไอดอลหญิงของประเทศไทย และเป็นวงน้องสาวต่างประเทศลำดับที่ 2 ของกลุ่มไอดอลญี่ปุ่น เอเคบีโฟร์ตีเอต (AKB48) ภายใต้แนวคิดร่วมกันคือ “ไอดอลที่คุณสามารถไปพบได้” (idols you can meet) ในสังกัด บีเอ็นเคโฟร์ตีเอต ออฟฟิศ วงเริ่มเปิดรับสมัครสมาชิกครั้งแรกเมื่อกลางปี พ.ศ. 2559 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560 พร้อมกับซิงเกิลแรกในชื่อ อยากจะได้พบเธอ ด้วยสมาชิก 30 คน ทั้งนี้ สมาชิกของวงนั้นมีจำนวนไม่แน่นอนเนื่องจากมีการเปิดรับสมาชิกรุ่นใหม่และมีการจบการศึกษาอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันวงมีสมาชิกทั้งหมด 46 คน

ในช่วงแรกได้มีการประชาสัมพันธ์วงผ่านรายการโทรทัศน์ BNK48 Senpai และผลงานเพลงตามงานโรดโชว์ต่าง ๆ จนเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ. 2560 จากผลงานเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” รวมถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในไทยครั้งแรกอย่าง งานจับมือ งานถ่ายรูปคู่ งานเลือกตั้งเซ็มบัตสึ และการแสดงในโรงละคร ทำให้วงเป็นที่กล่าวถึงและมีผลงานต่าง ๆ ตามมา เช่น ผลงานเพลง ผลงานการแสดงซีรีส์และภาพยนตร์ ผลงานภาพยนตร์โฆษณาสินค้าออกมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาหนึ่งในผลงานภาพยนตร์ของวงเรื่อง BNK48: Girls Don’t Cry ได้รับรางวัลเกียรติคุณสุดยอดวัฒนธรรมสร้างสรรค์แห่งปี พ.ศ. 2561 สาขาภาพยนตร์ไทยสร้างสรรค์แห่งปี โดยกระทรวงวัฒนธรรม นอกจากนี้วงได้ร่วมทำกิจกรรมการกุศลช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ได้รับรางวัลบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์และสนับสนุนงานด้านผู้ด้อยโอกาส/ผู้พิการดีเด่น ซึ่งจัดโดยมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และรางวัลจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

2.ไอดอลยุค 90 มอส-เต๋า รวมตัวอีกครั้ง

นักร้อง-นักแสดงโด่งดังสุดกู่ในยุค 90 จนวันนี้ดีกรีความหล่อเหลาก็ยังไม่ตก อย่าง มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์  เต๋า สมชาย เข็มกลัด รวมตัวกันอีกครั้ง!!

มอสเริ่มเข้าวงการเมื่ออายุ 16 ปี จากการชักนำของ พจน์ อานนท์ โดยการถ่ายแบบในนิตยสาร เธอกับฉัน ในปี 2533 แสดงภาพยนตร์เรื่องแรก “กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้” โด่งดังจนทำลายสถิติรายได้ภาพยนตร์สูงสุดในประวัติศาสตร์ในขณะนั้น และได้ร่วมงานกับเอ็กแซ็กท์เป็นครั้งแรกโดยรับบทเป็น พีรพล ในละครเรื่อง 3 หนุ่ม 3 มุม

ในปี 2535 แกรมมี่ได้จับเซ็นสัญญาเป็นนักร้องมีผลงานอัลบั้มแรกในชีวิต คือชุด เอ้อเฮอ และประสบความสำเร็จสูงสุดได้ 1 ล้าน 5 แสนแผ่นจากอัลบั้ม Mr.Mos จนปัจจุบันมีอัลบั้มรวม 9 อัลบั้ม และ 10 อัลบั้มพิเศษ ตอนเด็กๆ มอส มีความใฝ่ฝันอยากตั้งวงดนตรีของตัวเอง วงดนตรีที่มอสร่วมตั้งกับเพื่อน ชื่อวง หมึกหกเลอะมุ้ง ต่อด้วยผลงานด้านการแสดงมีผลงานละครเวทีเรื่องแรกคือ บางกอก 2485 เดอะมิวสิคัล ต่อด้วยละครเวทีที่ประสบความสำเร็จด้านยอดผู้ชมอย่าง ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล นอกจากนี้ยังมีผลงานละครกับ เอ็กแซ็กท์ และ ช่อง 7 อีกหลายเรื่อง อาทิ หัวใจช็อกโกแลต, อุบัติเหตุหัวใจ, รักเกินพิกัดแค้น และ ด้วยแรงแห่งรัก ปัจจุบันเป็นศิลปินและนักแสดงในสังกัด เอ็กแซ็กท์ ของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีผลงานละครดราม่าให้ชมทุกปี ละครซิตคอม ผู้กองเจ้าเสน่ห์ มีการฉายต่อเนื่องมาหลายปี และเป็นพิธีกรร่วมกับ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และ ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ในรายการ “3 หนุ่ม 3 มุม ทูไนท์”

เต๋า เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการชักนำของ พจน์ อานนท์ ให้ไปถ่ายแบบลงหนังสือ เธอกับฉัน จากนั้นก็ก้าวสู่วงการจอแก้วในละครโทรทัศน์เรื่อง “นางฟ้าสีรุ้ง” ทางช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ. 2533 ในฐานะตัวประกอบ และเข้าสู่บทบาทในจอเงินภายใต้ชื่อเรื่องว่า “สะแด่วแห้ว” จากนั้นได้เข้าเซ็นสัญญาเป็นนักร้องในสังกัด อาร์เอส โปรโมชั่น มีอัลบั้มเป็นของตัวเองชื่อ เต๋า หัวโจก ในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งถือเป็นผลงานสร้างชื่อให้เต๋ากลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นด้วยแฟชั่นผ้าโพกหัวและเสื้อลายสก๊อตจากมิวสิกวีดีโอเพลง “บอดี้การ์ด” คู่กับ สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ซึ่งทำให้ทั้งคู่ต่อมาเหมือนเป็นดาราคู่ขวัญกัน ตามมาด้วยอัลบั้มชุดที่ 2 “สมชายจดปลายเท้า” และอัลบั้มพิเศษ สมชายโอที ในปี พ.ศ. 2538 และอัลบั้มชุดที่ 3 “สมชาย 100 แรงม้า” ในปี พ.ศ. 2541

นอกจากนี้ยังมีผลงานทางการแสดงทั้งละครและภาพยนตร์อีกมากมาย อาทิเช่น ละครเรื่อง “เวลาในขวดแก้ว”, “น้ำใสใจจริง” และโด่งดังเป็นพลุแตกในบทบาทของ “เฮียเมฆ” ในเรื่อง “ข้าวเปลือก” ตามมาด้วยบทของ เผดิมพงศ์ แห่ง “เกาะสวาท หาดสวรรค์” คู่พระคู่นางและคู่กัดของ ยายตุ่มแตก หรือ นภาพร ที่สวมบทโดย สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา

ในส่วนของภาพยนตร์ เรื่องที่สร้างชื่อเสียงให้อย่างมากคือ “โลกทั้งใบให้นายคนเดียว” ในปี พ.ศ. 2538 ที่เล่นคู่กับนางเอกคู่ขวัญ นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ตามมาด้วย “ล่องจุ๊น ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน”, “แตก 4 รัก โลภ โกรธ เลว”, “มือปืน โลก/พระ/จัน”, “สายล่อฟ้า” และที่เข้าฉายในปี พ.ศ. 2550 คือเรื่อง “โอปปาติกะ” พ.ศ. 2553 “นาคปรก”

รับเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ให้กับสินค้ารถจักรยานยนต์ฮอนด้า สำหรับกลุ่มวัยรุ่นชายตั้งแต่เริ่มเข้าวงการใหม่ ๆ ในรุ่น ฮอนด้า โนวา จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ก็ยังเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับรุ่น ฮอนด้า โซนิก ซึ่งเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นชายเช่นกัน

รวมถึงเคยเป็นพิธีกรรายการ 4+1 ถึงจะเท่ห์ ร่วมกับ สายฟ้า เศรษฐบุตร, ปราโมทย์ แสงศร และจักรกฤษณ์ อำมะรัตน์

นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นนักฟุตบอล เคยติดทีมชาติไทยชุดเยาวชนมาแล้ว

3.เจ้าของสำเนียงคู่คอง ก้องห้วยไร่

ก้อง ห้วยไร่ อาศัยอยู่ที่บ้านห้วยไร่ ตำบลธาตุ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ชื่อเล่น ก้อง จึงนำมาผสมกันเป็น ก้อง ห้วยไร่ มีพี่น้อง 4 คน หญิง 3 ชาย 1 เป็นลูกชายคนเดียวและคนสุดท้อง ศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนบ้านโคกสว่างและโรงเรียนบ้านหนองฮาง ระดับมัธยมที่โรงเรียนธาตุทองอำนวยวิทย์ ระดับอุดมศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

เขาเป็นคนแต่งและร้องเพลง “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” ซึ่งแต่งมาจากชีวิตของตน โดยใช้ทำนองสวดบทสวดสรภัญญะ จากนั้นอัดวิดีโอลงเฟซบุ๊กก็ได้เพียง 7 ไลก์ และ 1 คอมเมนต์ ต่อมาได้พบเจ้าของค่ายซาวด์มีแฮง เรคคอร์ด หน้าเวทีหมอลำ ก็ได้ชวนมาทำเพลงเป็นอีสานพื้นบ้านโบราณจนกลายมาเป็นนักร้อง เมื่อมิวสิกวิดีโอออก มียอดวิวหลายล้านวิวในเวลาไม่นาน จนกลายเป็นเพลงดัง แต่หลังจาก ไข่มุก เดอะวอยซ์ นำมาร้องประกวดก็ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักของทุกภาค ไม่ใช่เฉพาะในภาคอีสาน และมีการนำเพลงนี้(ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน) ไปขับร้องประกวดร้องเพลงหลายต่อหลายหลายรายการดังที่เราพบเห็นในปัจจุบันมากมาย

ปี 2559 เขาได้ร้องเพลงประกอบละครเรื่อง นาคี ชื่อเพลง “คู่คอง” เมื่อปล่อยทางยูทูบเพียง 3 วัน ยอดวิวเกินล้านครั้ง ต่อมาปี 2560 ออกเพลง “โอ้ละน้อ” ที่นอกจากก้องจะแต่งเนื้อเอง ร้องเอง ยังได้ ปู่จ๋าน ลองไมค์ แร็ปเปอร์จากทางภาคเหนือมาร่วมร้อง วันแรกที่ปล่อยมียอดวิว 2 ล้านครั้ง และในปีเดียวกัน เพลง “คิดฮอดถิ่น” ได้เป็นเพลงรณรงค์การขับขี่รถยนต์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี

ปี 2562 มีผลงานเพลงในนามวง ดีทีเคบอยแบนด์ (DTK BOY BAND) เป็นการรวมวงเฉพาะกิจกับอุดม แต้พานิช และสิงโต นำโชค มีเพลงแรกคือ “ลองรัก” และเพลงต่อมา “ลองรวย”

4.The voice หมาดๆ จิ๋ว สกุณชัย เปลี่ยนรัมย์

จิ๋ว – สกุณชัย เปลี่ยนรัมย์ เป็นคนบุรีรัมย์แต่กำเนิด ชอบร้องเพลงแนวลูกทุ่ง , เพื่อชีวิต ศิลปินที่ชอบคือ ปู – พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ปัจจุบันเรียนม.ปลาย ที่กศน.แห่งหนึ่ง และทำอาชีพนักร้องกลางคืนรวมถึงร้องเพลงรถแห่ มีความมุ่งมั่นอยากเป็นนักร้องเพื่อหาเงินซ่อมบ้านและให้พ่อแม่อยู่สุขสบาย แม้ท่านจะแยกทางกัน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ทุกวันนี้จิ๋วอยู่กับแม่ แต่ยังคงติดต่อกับพ่อตามปกติ

จิ๋ว ได้เลือดนักร้องมาจากแม่ ที่เคยเป็นนักร้องกลางคืนแนวร็อก แต่ทำอยู่ได้ประมาณ 2 ปี เพราะไปร้องเพลงตอนอายุเยอะแล้ว เลยตัดสินใจออกมาขายของย่าง (ลูกชิ้น / ไส้กรอก) ส่วนพ่อทำอาชีพซ่อมรถกระบะ

ตอนเด็กๆแม่ชอบร้องเพลงกล่อมนอน เวลาแม่หยุดร้องเพลง เราจะร้องไห้ จึงเกิดการซึมซับเสียงร้อง แต่ด้วยความเป็นคนขี้อาย (มาก) ไม่กล้าร้องเพลงให้ใครฟัง เลยชอบแอบร้องในห้องน้ำตอนที่ไม่มีใครเห็น จนอายุ 14 แม่บังคับให้ร้องคาราโอเกะให้แม่ฟัง พอแม่ฟังบอกว่าเสียงใช้ได้ เลยเป็นแรงผลักดันเริ่มกล้าร้องมากขึ้น แต่ตอนอยู่โรงเรียนจะมีแค่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าร้องเพลงได้

เห็นหน้าซื่อๆ แต่มีวีรกรรมเด็ด! ตอนม. 3 เกเรและมีเรื่องชกต่อย ทำให้ถูกไล่ออกจากโรงเรียน จากนั้นเลยไปซ่อมรถกับพ่อประมาณ 1 ปี แต่รู้สึกว่างานนี้ไม่ใช่ทางของตัวเอง เลยไปร้องเพลง และอยากเรียนอีกครั้ง จึงตัดสินใจเริ่มเรียนกศน. เพื่อเริ่มต้นสิ่งดีๆ

ด้วยใจรักสายดนตรีและมีความฝันอยากเป็นนักร้อง จึงเริ่มหัดเล่นกีตาร์ พอเริ่มเล่นได้ก็ไปออดิชั่นที่ร้านแห่งหนึ่ง แต่ถูกปฏิเสธ ด้วยใจนักสู้เลยกลับไปฝึกตัวเองให้เก่งขึ้น จนในที่สุดก็สามารถชนะใจเจ้าของร้านรับเข้าทำงาน นั่นคือจุดเริ่มต้นการเล่นดนตรีกลางคืน ตั้งแต่อายุ 18 จนถึงปัจจุบัน และอีกหนึ่งอาชีพที่ทำใหมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวคือ นักร้องรถแห่ จุดเริ่มต้นเกิดจากมือคีย์บอร์ดในร้านที่ร้องเพลงอยู่ชวนไปลองทำ ซึ่งทำได้อยู่ 1 ปี ตลอดระยะเวลาที่ร้องเพลงรถแห่จะเน้นร้องเพลงช้าแนวถนัด

กระทั่งปี 2019 จิ๋วได้ตามความของเขาด้วยการเข้าประกวดรายการแข่งขันร้องเพลงชื่อดัง The Voice

5.วงอินดี้เพื่อชีวิตที่อยากเป็นกระบอกเสียงให้คนไทยทุกคน ไทยทศมิตร (TaitosmitH)

วง Taitosmith มีสมาชิกทั้งหมด 6 คน ประกอบไปด้วย จ๋าย—อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี (ร้องนำ กีตาร์) โมส—ตฤณสิษฐ์ สิริพัชญาษานต์ (ร้องนำ กีตาร์) เจ—ธนกฤต สองเมือง (คีย์บอร์ด) มีน—ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ (กีตาร์โซโล่) เจต—เจษฎา ปัญญา (เบส) และ ตุ๊ก—พัฒนภูมิ ชอุ่มผล (กลอง)

แนวเพลงของวง Taitosmith คืออินดี้เพื่อชีวิตที่มีหลากหลายอารมณ์ เพลงแจ้งเกิดของวงคือ Hello Mama ที่ใครหลายคนได้ฟังแล้วถึงกับเสียน้ำตาให้กับเนื้อหาของเพลงที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของครอบครัว “ตอนเด็กๆโกหกพ่อแม่ว่าไม่สบาย เพื่อจะได้โดดเรียนอยู่บ้าน พอโตมาเป็นผู้ใหญ่ โกหกพ่อแม่ว่าสบายดี เพื่อให้คนที่บ้านสบายใจ” เมื่อซิงเกิลนี้ปล่อยออกมาก็ทำให้วงเริ่มเป็นที่รู้จัก

มาถึงวันนี้ Taitosmith ได้เป็นศิลปินเต็มตัว มีชื่อเสียงและเพลงที่ผู้คนรู้จักมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Hello mama, Amazing Thailand, Pattaya Lover และ แดงกับเขียว ด้วยแนวเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ว่าด้วยการเสียดสีกับสังคมยุคปัจจุบัน จึงทำให้วง Taitosmith ถูกใจคอเพลงอินดี้ก้าวขึ้นมาเป็นวงน้องใหม่ไฟแรงในนาทีนี้

6. ขบวนทัพรถแห่

และก็มาถึงสุดยอดไฮไลท์ของบุรีรัมย์เมืองแห่งเสียงเพลง ขบวนทัพรถแห่ จ่อแว่วับๆ กันได้เลย งานนี้มันสะเทือนถึงดวงดาว กระหึ่มจนฝาโอ่งลอย แน่นอน

 

Source :
https://www.bnk48.com/index.php?page=home
https://music.mthai.com/hotissue/262286.html https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%95
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%93_%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%94
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%88
https://www.fungjaizine.com/interview/taitosmith