ปภ. รายงานมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 20 จังหวัด

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (16 ม.ค. 63) มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย น่าน นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบูรณ์

อุทัยธานี นครราชสีมา อุตรดิตถ์ ชัยนาท นครสวรรค์ สุพรรณบุรี สุโขทัย พะเยา และจังหวัดสกลนคร รวม 98 อำเภอ 541 ตำบล 4,600 หมู่บ้าน/ชุมชน

ปภ.ได้จัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน พร้อมกำหนดจุดแจกจ่ายน้ำที่เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ ส่วนเกษตรกรให้ปรับวิถีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้โดยด่วนทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านกรมชลประทานร่วมมือการประปาส่วนภูมิภาค วางมาตรการจัดหาแหล่งน้ำเสริมผลิตประปา

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังได้รับรายงานจากนายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 ว่า สำนักงานชลประทานที่ 8 ได้จัดประชุมเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในเขตจังหวัดบุรีรัมย์

โดยมีผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 8 ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาคทั้ง 5 สาขา ในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือมาตรการจัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนการผลิตน้ำประปาให้กับการประปาทุกสาขาของเมืองบุรีรัมย์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในเขตเมืองบุรีรัมย์ที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้ดำเนินการสูบน้ำกลับมาเติมยังอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ในช่วงวันที่ 9 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน 2562 สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้ประมาณ 1.50 ล้าน ลบ.ม. และทำการสูบน้ำจากลำปลายมาศ มาเติมยังอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ในช่วงวันที่ 8 ตุลาคม – 9 ธันวาคม 2562 สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้ประมาณ 5.40 ล้าน ลบ.ม.

นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังมีแผนที่จะดำเนินการผันน้ำจากเหมืองหินเก่าของบริษัทเอกชนอีกประมาณ 1.50 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าจะสามารถผันน้ำได้ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป เพื่อส่งน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด โดยจะใช้เครื่องสูบน้ำจำนวน 10 เครื่อง ลำเลียงน้ำเป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร คาดว่าจะได้น้ำประมาณ 1 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับการผลิตประปาได้ประมาณหนึ่งเดือน

อีกมาตรการหนึ่งคือ การผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำจังหันและอ่างเก็บน้ำลำปะเทีย จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 คาดว่าน้ำจะเดินทางถึงสถานีสูบน้ำลำปลายมาศ และสามารถสูบไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากได้ประมาณวันที่ 20 มีนาคม 2563 นี้

ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าวจะสามารถรองรับการผลิตน้ำประปาในพื้นที่เมืองบุรีรัมย์ได้จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 หลังจากนั้นจะใช้น้ำจากระบบท่อที่ส่งมาจากอ่างเก็บน้ำห้วยสวาย ซึ่งการประปาภูมิภาค เขต 8 จะก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2563

ข้อมูลข่าวและที่มา
ผู้สื่อข่าว : นฤนาถ แข็งขัน
ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา
แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

ข้อมูลข่าวและที่มา
ผู้สื่อข่าว : วาสนา ตาระเกตุ(เงินทูล) / สวท.
ผู้เรียบเรียง : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย