บ้านกรวด เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชาทางทิศใต้

เมืองโลหกรรมลือเลี่อง เครื่องเคลือบโบราณ
ตำนานแหล่งหินตัด ทิวทิศน์ช่องโอบกงามตา
เขื่อนเมฆาเย็นสบาย ชายแดนพนมดงรัก

อำเภอบ้านกรวด เดิมเป็นท้องที่มีฐานะเป็นตำบลขึ้นอยู่กับอำเภอประโคนชัย ประกาศจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2481 โดยมีเขตการปกครอง 1 ตำบล คือตำบลบ้านกรวด และต่อมาได้มีพระราชกฤษฏีกายกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2508

ในช่วงปี พ.ศ. 2518 อยู่ในระหว่างเหตุการณ์ที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กำลังทำสงครามกองโจรหรือสงครามประชาชนกับกำลังของพลเรือน ตำรวจ ทหารของรัฐบาลไทย โดยกำลังของฝ่ายคอมมิวนิสต์ไทยร่วมกับกัมพูชา (เขมรแดง) เข้ามาก่อกวนเผาบ้านเรือนราษฎร วางกับระเบิดไว้ตามเส้นทางในหมู่บ้านหรือเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ทำกินของราษฎร เพื่อสกัดกั้นการเข้าปราบปรามของกำลังฝ่ายรัฐบาลไทย ซุ่มยิงกำลังฝ่ายรัฐบาลไทยและราษฎรที่เป็นฝ่ายของรัฐบาล

 

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและราษฎรได้รับบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ทางราชการจึงได้ปรับสภาพหมู่บ้านขึ้นใหม่เป็นกลุ่ม ๆ ประมาณ 100 หลังคาเรือน แล้วฝึกราษฎรตามโครงการไทยอาสาป้องกันชาติ จัดตั้งเป็นหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดนไทย – กัมพูชา ใช้กำลังราษฎรเหล่านั้นผสมกับกำลังพลเรือน ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เข้าปราบปรามและตอบโต้การแทรกซึม บ่อนทำลายของคอมมิวนิสต์

รวมทั้งยับยั้งการรุกล้ำอธิปไตยของไทยจากฝ่ายเขมรแดง จนถึงประมาณปี พ.ศ. 2525 เหตุการณ์ดังกล่าวจึงค่อยสงบลง และได้มีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554 อำเภอบ้านกรวดเป็นอำเภอแรกในประเทศไทยที่มีการประกาศ “พื้นที่ประสบภัยพิบัติอันเนื่องจากกองกำลังจากนอกประเทศ” ทั้งอำเภอ จากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

 

ชาวบ้านกรวดหลายๆคนยังจำเหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ครั้งนั้นได้ดี
ผู้ใช้เฟสบุ๊คคุณ บรรณ ขันทอง เล่าว่า

ผมอยู่สายตรี2ตอนที่พรรคคอมมิวนิตเข้ามาเผาที่ตลาดนิคมหนีกันกระเจิดกระเจิงเลย

ใช่ค่ะยังจำไม่เคยลืมเลย ทุกวันประมาณบ่ายๆก็จะมีเสียงระเบิดมองไปจะเห็นควันพวยพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า เป็นควันใหญ่มากเหมือนในหนังที่มีระเบิดทุกๆวัน สมัยนั้น เราอยุ่ ป.1ละมั้งจำได้ไม่เคยลืมตอนนี้เราก็50กว่าๆเอง

– คุณ ฟาติมะฟาติมะฟาติมะ ฟาติมะ

เกิดมาก็เจอสงครามเลย แม่เล่าว่า เคยอุ้มผมเดินเท้าตอนกลางคืน จากบ้านกรวด เลาะไปตามลำห้วยเสว จนถึงประโคนชัย เพื่อไปลี่ภัยอยู่บ้านยาย ที่บ้านโคกมะขาม

– คุณ ครูตุ่น เครื่องเสียง อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

สมัยเด็กแม่พาหนีลูกระเบิดไปอยู่บ้านอื่น ตอนเรียนประถมกำลังเรียนได้ยินเสียงตุ้มๆพากันวิ่งเข้าหลุมบังเกอร์ทุกบ้านจะมีบังเกอร์ จำได้ดีกลิ่นดินอับๆมืดๆ เกิด2525ก็ยังหนีลูกระเบิดอยู่นะ ยังไม่สงบ

– คุณจิณณ์ณิตา สุขประโคน

อาตมาเกิด ปี 2522 มีอยู่ช่วงหนึ่งไปเลี้ยงควายกับตา จะได้ยินเสียงลูกปืนใหญ่ตก ตาก็ได้แต่พูดว่านิคมแตกแล้ว เวลาไปเรียน เวลาได้ยินเสียงลูกปืนใหญ่ก็จะวิ่งเข้าหลุ่มบังเกอร์ของโรงเรียนทุกครั้ง และช่วงนั้นพอจะทราบคราว ๆ ว่า เขมรเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันด้วย

– คุณสมชาย เสาเปรีย

ผมทำหน้าที่เป็นล่ามให้คณะแพทย์-พยาบาลอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นในสังกัด Japan Volunteer Center โดยได้รับอนุเคราะห์ให้ใช้โรงพยาบาลบ้านกรวดเป็นที่พำนัก กลางวันออกตรวจสุขภาพ-จ่ายยาให้ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา ได้ทราบจากผู้ลี้ภัยว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากในแนวดงระเบิดที่วางไว้หนาแน่นตลอดแนวชายแดน ช่วงนั้นชาวกัมพูชาทะลักเข้ามามาก ส่วนหนึ่งเข้าไปพักในวัด ทีมแพทย์ญี่ปุ่นจึงย้ายไปให้การรักษาในวัด

– คุณ อุดร วงษ์ทับทิม

แต่ก่อนท้ายหมู่บ้านสายโท5ใต้ก้อเคยเป็นแหล่งพักพิงชั่วคราวให้ชาวบ้านฝั่งกัมพูชาที่หนีสงครามมาพักพิงแต่ไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่

– คุณหนุ่มบ้านกรวด พลัดถิ่น

ภูมใจที่เป็นคนบ้านกรวดทุกๆๆคนที่รวมต่อสู้มาด้วยกัน

– คุณพระอ.สมบูรณ์ สม

สมัยเด็กหนีและหลบลูกระเบิด เงยหน้ามองไปบนฟ้า เห็นลอยมาลูกแดงๆน่ากลัวมาก วิ่งเข้าบังเกอร์ ร้องไห้ด้วย

– คุณอรุณไขแสง เติม

จำได้ตอนเด็กบ้านเมืองเจริญมากบ้านกรวด+ประโคนชัยรถวิ่งขวักไขว่ทั้งวันทั้งคืนแต่มาเงียบและซบเซาหลังจากเขมรเผาอำเภอบ้านกรวดบ้านเราซบเชาแต่นั้นมาเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงแห้งแล้งติดต่อกันสองสามปีทำให้วัยรุ่นหนุ่มสาวช่วงนั้นต้องย้ายแยกแตกกันออกไปเป็นแรงงานรับจ้างในถิ่นอื่นเพื่อเอาเงินมาส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวที่อยู่ข้างหลังเสียดายมากๆค่ะทั้งๆที่เราก็ไม่อยากมาทำงานในกรุงเลย ป.ล.ถ้าย้อนได้อยากกลับไปหาอดีตที่ความสุขอีกครั้งค่ะ

และอีกภาพจำได้ติดตาแม่พามาตลาดประโคนชัยพอดีเจอรถขนผู้อพยบมาจากบ้านกรวดผ่านไปพอดีแม่บอกอย่ามองนะลูกสงสารเค้า

– คุณกัญญารัตน์ ญาโณทัยนิฏฐา

จำได้ไปบ้านกรวด เห็นพี่ ทหารนอน เจ็บกันเต็มที่ หน้า อำเภอบ้านกรวดด้วย ความเจ็บปวด

– คุณSarita Nang

แม้วันนี้บ้านกรวดจะสงบสุขแล้ว แต่ชาวบ้านกรวดหลายๆท่านยังจำภาพวันคืนเหล่านั้นได้ ไม่เคยลืม

 

ติดตามอ่านเรื่องราวเพิ่มเติิมได้ที่ https://www.facebook.com/hugburiram/posts/2234379776819390

ขอบคุณ Hug Buriram