แห่ซื้อเหล้า-เบียร์แน่ห้าง! 5 จังหวัดห้ามจำหน่ายต่อ

[กรุงเทพธุรกิจ] พ่อค้า-นักดื่ม แห่กักตุนเหล้า-เบียร์ หวั่น ศบค. ออกคำสั่งห้ามจำหน่ายซ้ำสอง ขณะที่ ห้างค้าปลีกค้าส่ง ขอความร่วมมือ เคร่งมาตรการปลอดภัย แนะกระจายซื้อ ย้ำสต็อกสินค้าเพียงพอให้บริการ แม็คโคร จำกัดแบรนด์ละ 5 ลัง เผย 5 จังหวัดออกคำสั่งงดจำหน่าย

ภายหลังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ออกมาตรการผ่อนปรนให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เป็นวันแรก ทำให้มีประชาชนจำนวนมากแห่กันมาต่อคิวรอซื้อเหล้า เบียร์ ภายในห้างซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างเนืองแน่น โดยในหลายห้างมีประชาชนมารอซื้อตั้งแต่ 05.00 น.

โดยเฉพาะห้างแม็คโคร เปิดจำหน่ายรอบแรก 07.00 น. ให้กลุ่มผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุรา สามารถซื้อได้ก่อนในโควตาไม่เกิน 10 ลังต่อคน โดยมีการจัดระเบียบการขายด้วยการต่อคิว 4 แถว บริเวณทางเข้าจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วอนุญาตให้เข้ามาซื้อได้ทีละชุดไม่ให้เกิดความแออัดในพื้นที่

จากนั้นเป็นรอบ 11.00 น.และรอบ 16.00 น. ซึ่งเป็นรอบประชาชนทั่วไป จึงทำให้บรรยากาศคึกคักมากกว่ารอบเช้า โดยได้โควตาเหลือเพียงคนละแค่ 5 ลัง ประกอบกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางยี่ห้อหมด ส่งผลทำให้มีการยื้อแย่งสินค้ากันเล็กน้อย

นางยุพาพร ชัชลานนท์ เจ้าของร้านหน่อยราม 2 เปิดเผยว่า ร้านตนเป็นร้านขายปลีก วันนี้มีคนมาหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เช้า ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ปกติก็จะไปส่งให้ลูกค้าประจำแต่วันนี้ต้องมารับของเอง ก่อนหน้านี้ที่ปิดก็ไม่ได้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย เพราะจำหน่ายไม่ได้ ไม่สามารถขายให้ลูกค้าที่มาถามซื้อได้ หลังผ่อนปรนให้ขายได้ก็ดีขึ้นบ้าง ซึ่งลูกค้าก็มากันเยอะ ส่วนราคาที่ขายตนก็ขายราคาปกติจากราคาเดิมที่ขาย ไม่ได้ขึ้นราคาแต่อย่างใด

เจ้าของร้านค้าโชห่วยรายหนึ่งย่านลาดพร้าว (ขอสงวนนาม) เผยว่า ช่วงที่มีการสั่งห้ามขายเหล้า เบียร์ ทางร้านก็ยังขายได้ตามปกติโดยขายให้เฉพาะขาประจำมียอดขายเฉลี่ยวันละ 3-4 ลัง แต่เนื่องจากไม่ได้กักตุนสินค้าไว้มากทำให้ไม่นานสินค้าก็หมด ส่วนเรื่องราคานั้นยืนยันทางร้านไม่ได้บวกเพิ่ม แต่ทราบจากลูกค้าว่าบางร้านบวกราคาเพิ่มอยู่ที่ราวร้อยละ 5 ต่อขวด ต่อมา

“ร้านโชห่วยจำเป็นต้องกักตุนเหล้า เบียร์ ให้เยอะที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่า ศบค. เขาจะออกคำสั่งห้ามจำหน่ายเหล้า เบียร์ อีกหรือไม่ เพราะหากสถานการณ์โควิดแย่ลงก็มีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาห้ามจำหน่าย” เจ้าของร้านโชห่วย กล่าว

ขณะเดียวกัน ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์ค้าส่งแม็คโคร ระบุว่า วานนี้ (3 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันแรกที่อนุญาตให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบางจังหวัดตามประกาศของรัฐบาล จึงทำให้มีลูกค้าซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร รวมทั้งผู้บริโภคทั่วไป ที่มีความต้องการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาใช้บริการที่สาขาของแม็คโครเป็นจำนวนมาก

“ปริมาณลูกค้าเข้ามาจำนวนมากจึงอาจเกิดความไม่เป็นระเบียบในช่วงแรกของการเปิดขายในบางสาขา ตามที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ซึ่งแม็คโครได้มีการจัดระเบียบการจำหน่าย และขอความร่วมมือจากลูกค้าให้รักษาระยะห่างขณะนี้ซื้อสินค้าในแม็คโคร”

ทั้งนี้ แม็คโคร ได้จัดเตรียมสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยให้ลูกค้ามั่นใจและไม่ต้องกังวล หรือซื้อสินค้าสำรองไว้มากเกินความจำเป็น

ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญลูกค้าต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของทุกคนและสังคมโดยรวม เมื่อเข้ามาซื้อสินค้า จะต้องรักษาระยะห่างทางสังคมอย่างน้อย 1 เมตร เมื่ออยู่ในบริเวณสาขารวมทั้งบริเวณจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่การเข้าใช้บริการแต่ละสาขาลูกค้าจะผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในอาคาร

อย่างไรก็ดี มีรายงานข่าวว่า แม็คโคร ได้มีการจำกัดจำนวนการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อละ 5 ลัง ยกตัวอย่างซื้อ 2 ยี่ห้อ จะได้ 10 ลัง เป็นต้น

ทางด้านแหล่งข่าวจากเทสโก้ โลตัส ระบุว่า สินค้ามีพร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าซึ่งการเข้ามาใช้บริการอยากขอความร่วมมือให้ลูกค้าเคร่งครัดวินัยในมาตรการความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด โดยเฉพาะการรักษาระยะห่างทางสังคม

โดยบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้มีความเห็นในแนวทางเดียวกัน ซึ่งยอมรับว่าในวันแรก (3 พ.ค.) ลูกค้าได้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพราะอัดอั้นและต้องการสต็อกสินค้าไว้ โดยอยากขอความร่วมมือลูกค้าให้รักษาระยะห่างทางสังคมด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ทาง ศบค. จะอนุญาตให้จำหน่ายเหล้า เบียร์ ได้ แต่ยังมี 5 จังหวัด ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ออกคำสั่งงดจำหน่ายเหล้า เบียร์ ต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย 1.เพชรบุรี 2.ปทุมธานี 3.พิษณุโลก 4.นครพนม 5.บุรีรัมย์ ทั้งนี้จังหวัดบุรีรัมย์ ห้ามจำหน่ายเหล้า เบียร์ จนถึงวันที่ 31 พ.ค.

Source : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/878936?