ป่าไม้บุรีรัมย์ร่วมกับ อ.อ.ป.แจ้งความเอาผิดผู้บุกรุกสร้างบ้านร้านค้าหน้าสนามบินเขตป่าโคกโจก 8 ราย

ป่าไม้บุรีรัมย์ร่วมกับ อ.อ.ป.แจ้งความเอาผิดผู้บุกรุกสร้างบ้านร้านค้าหน้าสนามบินเขตป่าโคกโจก 8 ราย

หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.5 จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับ อ.อ.ป. นำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้บุกรุกปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและร้านค้า หน้าสนามบิน ในเขตป่าสงวนโคกโจด 8 ราย หลังชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่บุกรุกแต่ยังเพิกเฉย

(14 ก.ย.60) นายสรรเพ็ชร เรืองรอง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า บร.5 (ลำนางรอง) จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายอรรคณี จารัตน์ หัวหน้าสวนป่าโคกโจด องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)

ได้นำเอกสารหลักฐานพร้อมรูปถ่าย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้บุกรุกปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและร้านอาหาร บริเวณหน้าท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโคกโจดจำนวน 8 ราย ที่สถานีตำรวจภูธร สตึก

หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ทหาร จากมณฑลทหารบกที่ 26 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตัวแทนอำเภอสตึก ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ได้ดำเนินการทวงคืนพื้นที่ป่าสงวนโคกโจกจากกลุ่มผู้บุกรุกตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมทั้งได้มีการติดประกาศแจ้งให้ผู้บุกรุกปลูกสร้างที่อยู่และอาคารร้านค้า ออกจากพื้นที่บุกรุกทั้งหมดภายใน 30 วันนับจากวันติดประกาศ

แต่ผู้บุกรุกทั้ง 8 รายก็ยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่แต่อย่างใด ทางป่าไม้และ อ.อ.ป.ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าว จึงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอน

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังรับแจ้งก็จะได้สอบปากคำผู้ที่ร้องทุกข์กล่าวโทษ และลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่จริงตามที่มีการแจ้งความ ก่อนจะเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหามาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

นายสรรเพ็ชร เรืองรอง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.5 (ลำนางรอง) ระบุว่า จากข้อมูลพบว่าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโคกโจดมีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 20,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4ตำบล มี ตำบลร่อนทอง , ศรีสตึก , เมืองแก และตำบลนิคม

ที่ผ่านมาได้ถูกกลุ่มนายทุน ข้าราชการ และชาวบ้านเข้าไปบุกรุกครอบครองทำประโยชน์ส่วนตัว ทั้งทำการเกษตร ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและร้านอาหารมากกว่า 200 ราย เนื้อที่กว่า 3,000ไร่

แต่กลุ่มผู้บุกรุกทำการเกษตรได้เข้าแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าร่วมโครงการกับทาง อ.อ.ป. และขอรับการเยียวยาจากภาครัฐกรณีการขอคืนพื้นที่เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ยังเหลือ 8 ราย ที่ยังฝ่าฝืนเพิกเฉยไม่ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่บุกรุก จึงจำเป็นต้องนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์