ผู้ประกอบการบุรีรัมย์โอดปรับค่าแรงกระทบต้นทุนสูงขึ้นแต่ยอดขายกลับดิ่งลงจ่อปรับลดคนงาน

ผู้ประกอบการค้าปลีก-ส่งที่บุรีรัมย์ โอดมีมติประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 5-22 บาททุกจังหวัดทั่วประเทศ บุรีรัมย์ขยับขึ้นอีก 15 บาทซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น สวนกระแสวิกฤตเศรษฐกิจยอดขายดิ่งลง จ่อปรับลดคนงานเพื่อความอยู่รอด ชี้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

(18 ม.ค.61) หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างได้มีมติเห็นชอบประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทุกจังหวัดทั่วประเทศในอัตรา 5-22 บาท โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย. 2561 ที่จะถึงนี้ ซึ่งตามประกาศดังกล่าวจ.บุรีรัมย์

ก็จะมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นจากเดิมวันละ 300 บาท เป็นวันละ 315 บาท จากกรณีดังกล่าวทางผู้ประกอบการค้าปลีกและส่งสินค้าที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก็ออกมายอมรับว่าการประกาศปรับขึ้นค่าแรงในครั้งนี้

จะส่งผลกระทบทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น จากปกติค่าแรงวันละ 300 บาทก็สูงอยู่แล้ว แต่กลับสวนกระแสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้ยอดขายสินค้าลดลงเนื่องจากประชาชนประหยัดเงินในกระเป๋าซื้อของน้อยลง

ทั้งเชื่อว่าการปรับขึ้นค่าแรงในครั้งนี้จะทำให้ราคาสินค้าเกือบทุกชนิดมีการปรับราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ก็จะส่งผลให้ค่าครองชีพขยับขึ้นตามไปด้วย เชื่อว่าจะไม่เป็นผลดีทั้งกับแรงงานและประชาชนทุกสาขาอาชีพ

นางนัยนา ทับวงษ์ ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกและส่งแห่งหนึ่งที่จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ปัจจุบันมีลูกจ้างอยู่ 13 คน ทุกวันนี้ก็ต้องจ่ายค่าจ้างอยู่เฉลี่ยเดือนละกว่า 1 แสนบาท หากมีการปรับขึ้นค่าแรงเพิ่มขึ้นอีก

ก็ต้องแบกรับภาระค่าจ้างเพิ่มขึ้นไปอีกก็จะทำให้ต้นสูงในการประกอบกิจการเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนกระแสกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ยอดขายกลับลดลงเนื่องจากประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย

จากผลกระทบดังกล่าวในอนาคตก็อาจจะมีการปรับลดพนักงานลงเพื่อความอยู่รอด จึงมองว่าการปรับขึ้นค่าแรงไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะได้รับผลกระทบก็จะเป็นแรงงานที่อาจจะต้องตกงาน รวมถึงประชาชนอีกหลายสาขาอาชีพต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่รายได้กลับไม่เพิ่มขึ้น

ที่มาข่าว : สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์