ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำประชาชนทอดกฐินโจร 158 วัด ที่บุรีรัมย์

วันนี้ (30 ต.ค.60) ที่บริเวณวัดกลางพระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.อ.ชัยยุทธ เจียรศิริกุล รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ นางกรุณา ชิดชอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

คลิก ดูคลิป

หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าคหบดี และประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ รวมกว่า 1,000 คน ได้ร่วมกันประกอบพิธีทอดกฐินโจร หรือกฐินตกค้างถวายวัดต่างๆ ที่ยังไม่มีเจ้าภาพนำกองกฐินไปทอดถวายในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ในปีนี้ รวมจำนวน 158 วัด จาก 23 อำเภอทั้งจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีวัดอยู่กว่า 2,000 แห่ง

สำหรับการทอดกฐินโจรในครั้ง เพื่อเป็นการทำบุญเสริมสิริมงคลเนื่องในช่วงเทศกาลออกพรรษา ปี 2560 และเป็นการสืบทอดทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

โดย นายเนวิน ได้เป็นประธานนำกล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน พร้อมถวายจัตุปัจจัยให้กับเจ้าอาวาสและพระภิกษุ ที่เป็นตัวแทนวัดแต่ละวัดทั้ง 158 วัดๆ ละ10,000 บาท

นอกจากนั้นแล้วยังมี ผู้ประกอบกอบการห้างร้าน พ่อค้า ประชาชน และผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันจัดโรงทานประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนที่มาร่วมพิธีทำบุญทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ กฐินโจร หรือกฐินตกค้าง หมายถึง กฐินที่ไปทอดโดยไม่ได้จองล่วงหน้า ไปทอดแบบจู่โจม เรียกว่า กฐินจร ก็มี ในการทอดกฐินทั่วไป มีธรรมเนียมว่าต้องจองกฐินล่วงหน้า

การที่จัดเครื่องกฐินพร้อมสรรพแล้วนำไปทอดที่วัดซึ่งยังไม่มีผู้จองกฐินทันทีทันใดแบบจู่โจม หรือบอกกะทันหันแบบตั้งตัวไม่ทันเหมือนโจรบุกขึ้นบ้าน จึงเรียกว่า กฐินโจร หรือเรียกว่า กฐินจร เพราะเป็นกฐินที่สัญจรมาโดยไม่มีการนัดหมาย

ซึ่งการทอดกฐินแบบนี้ไม่มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน กฐินโจรคำนี้อาจเกิดมาจากล้อคำว่า กฐินโจล ซึ่งก็แปลว่า ผ้ากฐิน เพราะมีเสียงคล้ายกัน จึงขอยืมมาล้อในกรณีที่มีการทอดกฐินแบบจู่โจม หรือไม่มีการบอกล่วงหน้าตามธรรมเนียมกฐินทั่วไป

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

พิธีทอดกฐิน เป็นประเพณีสำหรับพุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธาเลื่อมใส ประสงค์จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และส่งเสริมให้พระภิกษุได้ปฏิบัติตามพระวินัย ซึ่งถือปฏิบัติมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลกระทั่งถึงปัจจุบัน เป็นการเพิ่มพูนบุญกุศลซึ่งนำความสุขมาให้ เป็นงานบุญที่มีปีละครั้ง

กฐินออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ คือ กฐินหลวง และกฐินราษฎร์ การที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเกี่ยวกับกฐินโดยรับขึ้นเป็นพระราชพิธีนี้ เป็นเหตุให้เรียกกันว่า กฐินหลวง วัดใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นพระอารามหลวง (วัดหลวง) หรือวัดราษฎร์ หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐินแล้ว เรียกว่า กฐินหลวง ทั้งสิ้น มิใช่กำหนดว่าทอดที่พระอารามหลวง (วัดหลวง) เท่านั้น จึงจะเรียกว่ากฐินหลวง

กฐินราษฎร์ เป็นกฐินที่พุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธานำผ้ากฐินของตนไปทอด ณ วัดต่างๆ ซึ่งตนมีศรัทธาเป็นการเฉพาะ เว้นไว้แต่วัดที่ได้กล่าวมาแล้วในเรื่องกฐินหลวง การทอดกฐินของราษฎรตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา จนกระทั่งปัจจุบัน มีชื่อเรียกแตกต่างกันคือ ๑.กฐินหรือมหากฐิน ๒.จุลกฐิน ๓.กฐินสามัคคี และ ๔.กฐินตกค้าง กฐินตก กฐินโจร

พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอสาราม ได้อธิบายความหมายของคำว่า “จองกฐิน” หมายถึง การแสดงความจำนงไว้กับวัดว่าจะนำกฐินมาทอดถวายแก่สงฆ์ที่จำพรรษาในวัดนั้น

จองกฐิน เป็นธรรมเนียมนิยมที่ปฏิบัติกันทั่วไป ผู้ที่ต้องการจะทอดกฐินวัดใดจะต้องไปจองหรือไปแจ้งความจำนงไว้กับวัดนั้นก่อนเพื่อความแน่นอนและป้องกันการจองกฐินซ้ำซ้อน การจองกฐินนิยมจองก่อนเข้าพรรษาหรือหลังจากเข้าพรรษาแล้วไม่นาน ที่จองกันข้ามปีก็มีแต่ถ้าไม่มีการจองเลยจนออกพรรษาเรียกว่า กฐินตกค้าง

จองกฐิน นิยมทำเป็นหนังสือระบุวันเวลาที่จะทอดและรายละเอียดอื่นๆ เมื่อวัดรับจองแล้วจะประกาศให้พระสงฆ์ในวัดและชาวบ้านได้ทราบเพื่อให้รู้ว่าปีนี้ใครเป็นเจ้าภาพกฐิน และเมื่อวัดรับจองกฐินของผู้ใดแล้วจะไม่รับจองของผู้อื่นอีก

ส่วนกฐินโจร เป็นสำนวนพูด หมายถึง กฐินที่ไปทอดโดยไม่ได้จองล่วงหน้า ไปทอดแบบจู่โจม เรียกว่า กฐินจร ก็มี ในการทอดกฐินทั่วไป มีธรรมเนียมว่าต้องจองกฐินล่วงหน้า

การที่จัดเครื่องกฐินพร้อมสรรพแล้วนำไปทอดที่วัดซึ่งยังไม่มีผู้จองกฐินทันทีทันใดแบบจู่โจม หรือบอกกะทันหันแบบตั้งตัวไม่ทันเหมือนโจรบุกขึ้นบ้าน จึงเรียกว่า กฐินโจร หรือเรียกว่า กฐินจร เพราะเป็นกฐินที่สัญจรมาโดยไม่มีการนัดหมาย

ซึ่งการทอดกฐินแบบนี้ไม่มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน กฐินโจรคำนี้อาจเกิดมาจากล้อคำว่า กฐินโจล ซึ่งก็แปลว่า ผ้ากฐิน เพราะมีเสียงคล้ายกัน จึงขอยืมมาล้อในกรณีที่มีการทอดกฐินแบบจู่โจม หรือไม่มีการบอกล่วงหน้าตามธรรมเนียมกฐินทั่วไป

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ว่าที่ร้อยตรีกิติวรรณ มณีล้ำ

ผู้เรียบเรียง : กาญจนา ปุยอรุณ

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์