ศึก เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2018 สนามที่ 1 ดวลความเร็วสุดมันส์ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ผงาดคว้าแชมป์รุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี. เรซ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ขณะ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ขึ้นโพเดี้ยมครั้งแรก ด้าน “ตั้น” เดชา ไกรศาตร์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม คืนฟอร์มซิวอันดับ 2 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี.

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2018 สนามแรก ดวลความเร็วเรซ 2 เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร ซึ่งในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี. แข่งขันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. แข่งขันทั้งสิ้น 18 รอบสนาม

โดยตำแหน่งโพลในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ตกเป็นของ โมฮัมหมัด ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียนจาก มูซาชิ บุนซิว ฮอนด้า ขนาบข้างด้วยจอมเก๋าชาวออสเตรเลียนอย่าง แอนโธนี เวสต์ จาก วีไบค์ อิคาซูชิ เรซซิ่ง ในกริดที่ 2 ส่วนนักบิดไทยอย่าง รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม กดเวลารั้งกริดสตาร์ทแถวหน้าในอันดับ 3

ออกสตาร์ทเรซด้วยการขยับขึ้นนำของ ไซดี้ ตามด้วย อาซลัน ชาร์ แชมป์เก่าชาวมาเลเซียนจาก แมนวล เทค เควายที คาวาซากิ เรซซิ่ง ทว่าเพียงในรอบที่ 2 นักบิดจอมเก๋าชาวไทยอย่าง เดชา ไกรศาสตร์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ก็ทะยานจากกริดที่ 5 ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้สำเร็จ โดยในรอบที่ 3 เป็นที่น่าเสียดายสำหรับ ฐิติพงศ์ วโรกร นักบิดไทยจาก คอร์ คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม แชมป์เรซแรกมีปัญหาเครื่องยนต์ต้องนำรถเข้าพิตและต้องออกจากเรซในอีก 3 รอบถัดมา

ผ่านครึ่งทางการแข่งขันเกมในรุ่นซูเปอร์สปอร์ตดำเนินไปอย่างเข้มข้น เดชา เป็นผู้นำ ตามด้วย เวสต์ และ รัฐพงษ์ ในอันดับ 2-3 ส่วนอันดับ 4-5 เป็นของ ชาร์ และ ไซดี้ ซึ่งทั้ง 5 คันเวลาห่างกันไม่ถึง 1 วินาที ทว่าในรอบที่ 9 เดชา พลาดบานในโค้ง 12 ร่วงไปอยู่อันดับ 5 ก่อนที่ รัฐพงษ์ จะขยับแซง เวสต์ ขึ้นเป็นผู้นำได้ในรอบที่ 11

ผลการแข่งขันรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. แชมป์เรซที่ 2 ตกเป็นของ แอนโธนี เวสต์ ที่ทิ้งห่างในช่วง 2 รอบสุดท้ายเข้าป้ายเป็นคันแรกคว้าแชมป์ไปครอง ตามด้วย เดชา ไกรศาตร์ ในอันดับ 2 ตามหลังแชมป์ 1.9 วินาที คัมแบ็กขึ้นโพเดี้ยมได้สำเร็จ ขณะที่อันดับ 3 ตกเป็นของ ชาร์ ตามหลังแชมป์ 2.433 วินาที

ขณะที่ รัฐพงษ์ ที่กำลังจะเข้าเส้นชัยในอันดับ 2 โชคร้ายโดน ไซดี้ ล้มเกี่ยวไปในโค้งสุดท้าย พลาดโพเดี้ยมแรกกับ ยามาฮ่า อย่างน่าเสียดาย แต่ยังสามารถนำรถแข่งเข้าป้ายได้ในอันดับ 14 ส่วน เขมินท์ คูโบะ นักบิดลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม เอเชียน จบเรซในอันดับ 7 ด้าน ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ นักบิดไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จบการแข่งขันในอันดับ 12

ด้านเกมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี. ในเรซนี้ อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์​ เรซซิ่ง ทีม เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วย กฤชพร แก้วสนธิ ดาวรุ่งฟอร์มแรงจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ มาริโอ เซอร์โจ ซาร์จี้ ดาวรุ่งอินโดนีเซียนจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ส่วน มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ได้ออกตัวจากกริดที่ 8

ผ่านการแข่งขันรอบแรกเป็นดาวรุ่งอย่าง กฤชพร ที่ขยับขึ้นเป็นผู้นำได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ มุกข์ลดา จะทะยานจากกริดที่ 8 ขึ้นมารั้งอันดับ 1 ได้สำเร็จในรอบที่ 3 โดยต้องขับเคี่ยวกับนักบิดดาวรุ่งชั้นนำของเอเชียกว่า 10 คน ซึ่งในรอบที่ 5 กฤชพร ทีมเมทสามารถขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ได้สำเร็จ มีลุ้นยืนโพเดี้ยมทั้งคู่

ผลการแข่งขัน รุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี. เรซที่ 2 มุกข์ลดา สารพืช คว้าแชมป์แรกในคลาสนี้ให้กับตนเองได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยนับเป็นนักบิดสาวคนแรกที่คว้าแชมป์ในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี. เฉือนอันดับ 2 อย่าง ราฟิด โทปัน ซูซิปโต นักบิดอินโดนีเซียนเพียง 0.182 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ คณาทัต ใจมั่น นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ตามหลังแชมป์เพียง 0.185 วินาที เท่านั้น

อันดับ 4 ตกเป็นของ พีระพงศ์ บุญเลิศ นักบิดดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ตามหลังแชมป์ 0.435 วินาที ตามด้วย อาจี้ นักบิดดาวรุ่งอินโดนีเซียนจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่งทีม ตามหลังแชป์ 1.084 วินาที ด้านแชมป์เรซแรกอย่าง อนุภาพ จบการแข่งขันในอันดับ 6 ตามหลังแชมป์ 1.293 วินาที ตามด้วย กฤชพร ในอันดับ 7 ตามหลังทีมเมท 1.302 วินาที

สำหรับการแข่งขัน เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2018 สนาม 2 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19-22 เมษายนนี้ ที่ เดอะ เบนด์ มอเตอร์สปอร์ต พาร์ค ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะกลับมาแข่งขันสนามสุดท้ายในประเทศไทยอีกครั้งระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-2 ธันวาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์