รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการป่าในเมือง นำร่องที่จังหวัดบุรีรัมย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการสวนป่าประชารัฐแห่งแรกของไทย ที่วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมมอบธงโครงการให้กับพื้นที่นำร่อง 6 แห่ง ถือเป็นของขวัญปี 2561 ให้คนไทยได้พักผ่อนหย่อนใจ และเรียนรู้ธรรมชาติ

(18 ธ.ค.2560) เวลา 09.00 น. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการป่าในเมือง “สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย ที่วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติและพันธุ์พืช

จัดขึ้นเป็น 1 ใน 6 ของพื้นที่นำร่องของโครงการทั้งหมด 35 แห่งถือเป็นของขวัญปี 2561 ให้คนไทยได้พักผ่อนหย่อนใจและเรียนรู้ธรรมชาติ” โดยมีนายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนให้การต้อนรับ

โดยโครงการป่าในเมือง คือ พื้นที่ป่าไม้ หรือพื้นที่ปลูกป่า ที่ตั้งอยู่ในเมือง หรือพื้นที่ใกล้เคียง โดยรัฐร่วมกับท้องถิ่นและชุมชน ให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น กิจกรรมออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ ศึกษาธรรมชาติ กรมอุทยานจะผลักดันสวนป่าประชารัฐ

เพื่อความสุขของคนไทยจำนวน 35 แห่งโดยพื้นที่นำร่องปี 2561 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ จำนวน 6 แห่ง คือ วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์ สวนพฤกษศาสตร์บ้านเพ จ.ระยอง ตรังอันดามันเกตเวย์ จ.ตรัง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่ – เขาย่า วนอุทยานชะอำ จ.เพชรบุรี สวนพฤกษศาสตร์ดงฟ้าห่วน จ.อุบลราชธานี สวนพฤกษศาสตร์พุแค จ.สระบุรี

สำหรับภูเขาไฟกระโดง มีพื้นที่ 1,450 ไร่ ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นเนินขนาดเล็ก 2 ลูกติดกัน คือ เขากระโดงและเขาลูกช้างสันนิษฐานว่า เป็นภูเขาไฟเก่าที่ดับนานแล้ว พบหลักฐานเป็นสระน้ำ 2 แห่ง และหินลอยน้ำ ซึ่งน่าจะเกิดจากลาวาที่พุ่งออกมา โดยมีแหล่งท่องเที่ยว เช่น ปากปล่องภูเขาไฟกระโดง อายุ 300,000-900,000 ปี

ซากปากปล่องเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งซีก ยังคงสภาพดีและมีอายุน้อยที่สุดในไทย พระพุทธบาทจำลอง ประดิษฐานในหินศิลาแลงโบราณเขากระโดง ขนาดยาว 60 นิ้ว กว้าง 24 นิ้ว,ปราสาทเขากระโดง สร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย พระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง 12 เมตร ฐานยาว 14 เมตร, อ่างเก็บน้ำเขากระโดง (อ่างเก็บน้ำวุฒิสวัสดิ์) เนื้อที่ 40 ไร่ เป็นแหล่งอาศัยของนกประจำถิ่นและนกอพยพหนีหนาว

ที่มาภาพ//ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์