ตำนานกลับบ้าน! คนใกล้ชิดยัน สุเชาว์ เตรียมโยกซบเมืองกาญจน์ฯแน่นอน

สุเชาว์ นุชนุ่ม เตรียมย้ายกลับไปเล่นให้ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ในซีซั่นหน้า หลังปิดกิจการร้านอาหารที่บุรีรัมย์เรียบร้อย พร้อมยุติ 9 ปี กับบุรีรัมย์ จากการเผยของคนใกล้ชิด

สุเชาว์ นุชนุ่ม มิดฟิลด์ตัวเก๋าของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตรียมคัมแบ็คกลับไปเล่นให้ทีมบ้านเกิด เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ในซีซั่นหน้า หลังรับใช้ “ปราสาทสายฟ้า” มายาวนานถึง 9 ปีเต็ม โดยจากการยืนยันของคนใกล้ตัวระบุว่า ไม่น่ามีอะไรผิดพลาด เนื่องจากเจ้าตัว ปิดกิจการร้านอาหารที่บุรีรัมย์เป็นที่เรียบร้อย

ดาวเตะวัย 36 ปี ประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับบุรีรัมย์ โดยคนใกล้ตัวของนักเตะยืนยันว่า “กัปตันกบ” จะกลับไปเล่นให้กับ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ทีมในระดับไทยลีก 3 ในฤดูกาลหน้า หลังปิดกิจการร้านอาหาร “ครัวกัปตันกบ8” ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นที่เรียบร้อย โดยนับเป็นการคัมแบ็คกลับไปเล่นที่จังหวัดบ้านเกิด ในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว หลังเคยเล่นให้กับ ทีโอที สมัยที่ไปใช้รังเหย้า ที่สนามกลีบบัว จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2009

สำหรับ สุเชาว์ เป็นชาวกาญจนบุรี โดยกำเนิด ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่อำเภอไทรโยค เรียนที่ จ.กาญจนุบรี จนจบชั้นปวช. ที่วิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี ก่อนจะเดินทางสู่เส้นทางฟุตบอล เริ่มต้นกับ ทีโอที ในปี 2003 เคยไปเล่นให้กับเปอร์ซิบ บันดุง ในรูปแบบการยืมตัว ปี 2009 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับบุรีรัมย์ นับตั้งแต่ ปี 2010 เป็นต้นมา จนกลายเป็นตำนาน และที่รักของแฟนเซาะกราว

ขณะที่ความสำเร็จกับบุรีรัยม์ เจ้าตัวคว้าแชมป์ไทยลีกร่วมกับทีม 6 ครั้ง , เอฟเอ คัพ 4 ครั้ง , ลีก คัพ 5 ครั้ง , ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ (ถ้วย ก) ในอดีต 4 ครั้ง , โตโยต้า พรีเมียร์ คัพ 4 ครั้ง และ แม่โขง คลับ อีก 1 สมัย รวมทั้งสิ้น 24 ถ้วย ด้วยกัน ส่วนผลงานในนามทีมชาติ ลง 58 นัด ยิง 6 ประตู ระหว่างปี 2005-2013

สิบเอก สุเชาว์ นุชนุ่ม (ชื่อเล่น: กบ; 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 — ) นักฟุตบอลทีมชาติไทย ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเป็นผู้เล่นในชุดซีเกมส์ครั้งที่ 23 อาเซียนคัพและเอเชียนเกมส์ นอกจากเล่นฟุตบอลแล้วสุเชาว์ ยังรับราชการเป็นทหารสังกัดกรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม

ประวัติ

สุเชาว์ นุชนุ่ม หรือกัปตันกบ เกิดวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 ที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนที่2จากจำนวนบุตรทั้งหมด4คนของของนายเชี่ยวและนางถวิล นุชนุ่ม จบการศึกษาในระดับชั้นประถมจากโรงเรียนบ้านท่าเสา และจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนไทรโยคน้อยวิทยา จากนั้นได้ศึกษาต่อจนจบระดับชั้นปวช.จาก วิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี ในปัจจุบันศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

ในด้านชีวิตส่วนตัวนั้น สุเชาว์ได้เข้าพิธีสมรสกับ อุทุมพร กสิกรรม ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 และได้รับแต่งตั้งยศเป็นสิบตรี สังกัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับนักฟุตบอลอีก 8 คน

การเล่นฟุตบอล

สุเชาว์ นุชนุ่มได้เล่นฟุตบอลให้กับสโมสรฟุตบอลทีโอที โดยการชักชวนของ พงษ์พันธุ์ วงศ์สุวรรณ (โค้ชก๊อก) และได้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่นำทีมชาติไทยชนะการแข่งขันฟุตบอล ซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ได้รับรางวัลนักเตะชายยอดเยี่ยม สยามกีฬา อวอร์ด 2006

นอกจากการเล่นฟุตบอลแล้ว สุเชาว์ยังเคยชกมวยไทย รุ่น 31 กิโลกรัมมาก่อน โดยเป็นนักมวยค่าตัวเงินหมื่น ในชื่อ “กบน้อย ส.สกุลภัณฑ์” ก่อนจะเลิกชกมวยเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

เดือนพฤศจิกายน ปี 2552 สุเชาว์ได้เซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทีมเปอร์ซิบ บันดุง ในลีกอินโดนีเซียด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา4เดือน หลังจากหมดสัญญายืมตัวแล้วสุเชาว์ นุชนุ่มได้ย้ายมาร่วมทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2553

ถูกลอบสังหาร

สุเชาว์ นุชนุ่ม เกือบเสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 00.30 น. ที่ห้องพักของตนเองในซอยงามวงศ์วาน 9 โดยคนร้ายได้เข้ามาทุบกระจกรถฮอนด้า ซีอาร์-วี ของสุเชาว์ที่จอดไว้จนกระจกแตก และขณะที่สุเชาว์วิ่งออกมาดู คนร้ายก็ได้กระหน่ำยิงอีก 7 นัดซ้อน แต่เจ้าตัวหลบได้ทันจึงรอดตายอย่างหวุดหวิด หลังเกิดเหตุสุเชาว์ได้แจ้งความกับตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรลาดโตนด จังหวัดนนทบุรี และมีการตั้งประเด็นว่าน่าจะเกิดจากปัญหาแฟนคลับสาว

ผลงาน

ทีมชาติไทย

ชนะเลิศ ซีเกมส์ ครั้งที่ 23 (2548)

ชนะเลิศ คิงส์คัพ ครั้งที่37 (2549)

สโมสรฟุตบอลทีโอที

ชนะเลิศ ดิวิชัน 1 ฤดูกาล 2546/47

ชนะเลิศ โปรลีก ฤดูกาล 2549

บทความต่อไปนี้เป็นบทสัมภาษณ์จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แมตช์เดย์ 2017 ฉบับที่ 8 วันที่ 25 พฤษภาคม 2560

สุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันผู้เป็นแบบอย่างความเพียร

หากจะพูดถึงนักเตะในวัย 30 กว่ากะรัต ที่ยังคงโลดแล่นอยู่บนลีกสูงสุดของเมืองไทย อย่างศึกไทยลีก จงเชื่อเถอะว่าชื่อของ สุเชาว์ นุชนุ่ม หรือ “พ่อกำนันกบ” ของเหล่าแฟนบอล “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะต้องมีอยู่ในลิสต์นั้นด้วย

​ถ้าพูดกันถึงหลักความเป็นจริง ในวันที่คลื่นลูกใหม่เริ่มถูกดันเข้าสู่วงการลูกหนังไทยแบบนับไม่ถ้วน แล้วใครจะไปเชื่อว่าพ่อค้าแข้งวัยมะพร้าวห้าว นาม “สุเชาว์ นุชนุ่ม” จะยังคงยืนหยัดเป็นแบบอย่างให้นักเตะรุ่นใหม่ได้เอาเป็นแบบอย่างได้

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ สุเชาว์ นุชนุ่ม ถูกตั้งคำถามว่า “ยังไหวอยู่หรือ กับการโชว์ลวดลายบนผืนหญ้า เพราะด้วยวัยที่เริ่มจะร่วงโรย และสังขารที่ไม่แกร่งเหมือนเดิมแล้ว”แต่ สุเชาว์ นุชนุ่ม ก็เลือกที่จะรับฟังคำถามนั้น แล้วยิ้มรับ พร้อมมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

มาถึงวันนี้ ในวันที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กลับมาลุ้นไล่ล่าแชมป์อีกครั้ง ชื่อของ สุเชาว์ นุชนุ่ม ก็ยังคงปักหลักเป็นนักเตะคนสำคัญให้กับทีม พร้อมกับการแสดงบางอย่างให้กับน้องๆ ในทีมได้เห็น นั่นก็คือความเป็นผู้นำ และความเพียรพยายามที่จะมุ่งมั่นฝึกซ้อม เพื่อจะสยบคำพูด และคำถามต่างๆ ด้วยผลงานการเล่นในสนาม และเชื่อเลยว่าแฟนบอลก็ได้ประจักษ์แล้ว

ฉบับนี้เรามาคุยกับ “กำนันกบ” สุเชาว์ นุชนุ่ม ผู้ซึ่งคว้ามาทุกแชมป์กับทีมกันว่า ตลอด 8 ปี ที่อยู่กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชีวิตของเขาเป็นอย่างไรบ้าง

Q : ช่วยอัปเดตชีวิตปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ให้ฟังหน่อย ?

A : ก็โอเคครับ มีความสุขดี อยู่ที่บุรีรัมย์ก็แฮปปี้ดีครับ ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

Q : พี่กบประทับใจการแข่งขันแมตช์ไหนที่สุด ?

A : แมตช์แรกที่ผมได้เตะในฐานะทีมชาติ แล้วได้แชมป์ซีเกมส์ที่ฟิลิปปินส์ครับ แต่จริงๆ แล้วทุกแชมป์ที่ได้ถ้วยมา ผมก็ประทับใจทั้งหมด เพียงแต่ว่าแมตช์ที่ได้แชมป์ซีเกมส์ จะประทับใจหน่อย เพราะเป็นการเตะให้กับทีมชาติไทยเป็นครั้งแรกครับ

Q : ตอนนี้เป็นนักเตะวัยเก๋าแล้ว มีใครเป็นแรงบันดาลใจในการเล่นฟุตบอลหรือเปล่า ?

A : ก็ยังมีครับ ผมชอบ พี่แบน ธชตวัน ศรีปาน ครับ

Q : อะไรที่ทำให้ชอบ ธชตวัน ศรีปาน ?

A : เพราะว่าพี่แบนเก่งทั้งใน และนอกสนามครับ คือเล่นฟุตบอลก็เก่ง ชีวิตนอกสนามก็ดี วางตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผม และเด็กๆ รุ่นใหม่ มีวินัย ขยัน และเป็นคนที่มุ่งมั่นมากๆ ครับ

Q : ตอนนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีเด็กรุ่นใหม่เข้ามาเยอะ พี่กบได้ช่วยแนะนำอะไรบ้างไหม ?

A : ก็ช่วยครับ เช่น วิธีการเล่น วิธีการวางตัว ทั้งในเรื่องของเกมฟุตบอล และเรื่องการใช้ชีวิต เพราะเราก็ผ่านช่วงต่างๆ มาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นการแชร์ประสบการณ์ให้น้องๆ ในทีมฟัง

Q : ชีวิตตอนนี้กับช่วงที่เพิ่งมาอยู่ที่ บุรีรัมย์ ใหม่ๆ มีความแตกต่างกันยังไงบ้าง ?

A : แน่นอนว่าแตกต่างครับ เพราะอย่างเมื่อก่อนถนนหนทางที่นี่ไม่ค่อยดี ตอนนี้มีการพัฒนาทั้งเมืองเลย จากเมื่อก่อนร้านค้าอาจจะเปิดถึงแค่หนึ่งทุ่มหรือสองทุ่ม แต่ในตอนนี้เปิดทั้งคืนเลย เมืองครึกครื้นขึ้น เศรษฐกิจก็ดีมากขึ้น ตั้งแต่มีสโมสรตั้งขึ้นมาจากที่เคยกังวลว่ามาอยู่บุรีรัมย์แล้วจะเป็นยังไง แต่ว่าในตอนนี้สโมสรบุรีรัมย์ ได้พิสูจน์แล้วว่าเรามีส่วนทำให้เมืองนี้พัฒนาขึ้น ก็ได้คำตอบว่า ทุกวันนี้ เมืองนี้พัฒนามาถึงตรงนี้ได้ เพราะอะไร เพราะแฟนบอลด้วยส่วนหนึ่ง เพราะประธานสโมสรด้วยครับ

Q : ในตอนนี้พี่กบรู้สึกกดดันไหม ที่เป็นคนที่ถูกคาดหวังจากแฟนๆ เยอะที่สุด ?

A : ไม่กดดันแล้ว เพราะว่ามันไม่มีอะไรต้องกดดันแล้ว (หัวเราะ) เจ็ดแปดปีแล้วไม่รู้ว่าจะต้องกดดันอะไรอีก

Q : รู้สึกชินกับการถูกคาดหวังแบบนี้ใช่ไหม ?

A : ก็เป็นธรรมดาของแฟนบอลที่ต้องคาดหวังกับทีมที่เขาเชียร์ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เพราะแฟนบอลของบุรีรัมย์ก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้ว ว่าไม่ว่าทีมจะแพ้หรือจะชนะพวกเขาก็ยังตามเชียร์ตามสนับสนุนนักฟุตบอล และสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว

Q : รู้สึกยังไงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์ ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว ?

A : ผมรู้สึกว่าแฟนบอลมากกว่า ที่เป็นสัญลักษณ์ของบุรีรัมย์ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นโลโก้ของบุรีรัมย์นะครับ (หัวเราะ)

Q : ปีนี้พี่กบวางเป้าหมายอย่างไรไว้กับตัวเองบ้าง ?

A : แน่นอนว่าตั้งแต่เจ็บผมก็ต้องอยากเล่นให้ดี เล่นให้กลับมาคืนฟอร์มของตัวเองให้เร็วที่สุด แต่พอเริ่มจะดีขึ้นก็เริ่มกลับมาเป็นอีกแล้ว แต่ว่ามันก็เป็นอะไรที่นักฟุตบอลต้องเจออยู่แล้วกับการบาดเจ็บ แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดครับ

Q : ถือว่าพี่กบเป็นกัปตันทีมที่ชูถ้วยแชมป์เยอะที่สุดคนหนึ่งในไทยลีก รู้สึกยังไงบ้าง ?

A : ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้อยู่ในทีมที่ดีครับ

Q : แพลนไว้ว่าจะแขวนสตั๊ดที่นี่เลยไหม ?

A : ก็คงจะอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ครับ

Q : ในอนาคตข้างหน้าหลังจากแขวนสตั๊ดแล้ว วางแผนไว้ว่าอย่างไรบ้าง ?

A : ก็คงจะใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว แล้วก็อาจจะเป็นโค้ชในทีมฟุตบอล

Q : มีอะไรอยากฝากถึงแฟนๆ GU12 บ้าง ?

A : ก็แน่นอน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังต้องการกำลังใจ ต้องการแรงใจแรงเชียร์ จากแฟนบอล ยังไงก็ฝากติดตาม และฝากให้กำลังใจบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดด้วยนะครับ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก วิกิพีเดีย / บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แมตช์เดย์ 2017 ฉบับที่ 8 วันที่ 25 พฤษภาคม 2560

Source https://www.tnnthailand.com/content/22129