นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับสมาคมโรงสีข้าว ผู้แทนเกษตรกร ชาวนาหลายพื้นที่ พบว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เช่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิสำคัญเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดลงจากปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ขณะนี้มีข้าวเปลือกหอมมะลิต้นฤดูออกสู่ตลาด ราคาที่ชาวนาขายได้สูงขึ้นเป็นลำดับ จนอยู่ในระดับกว่าตันละ 15,000 บาท และยังมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกสูงกว่าเป้าหมาย ราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายสูงขึ้น

ทั้งนี้ ข้าวหอมมะลิความชื้น 15% มีราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เป็นตันละ 14,750-17,700 บาท ขณะที่ปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับตันละ 11,550-14,500 บาท ข้าวเหนียวเมล็ดยาว ความชื้น 15% ตันละ 9,000-10,800 บาท ปีที่ผ่านมาตันละ 7,200-12,000 บาท ข้าวเจ้า 5% ความชื้น 15% ราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็น 7,500-7,900 บาท ปีที่ผ่านมาตันละ 7,300-7,800 บาท

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีเกี่ยวกับกำหนดการส่งมอบข้าวที่ตกลงขายให้ประเทศจีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อีกกว่า 900,000 ตัน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2561 จึงมั่นใจว่าปี 2561 การส่งออกข้าวของไทยจะสูงกว่า 11 ล้านตัน อย่างแน่นอน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นจนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ข่าว mgronline.com