เชิญชม เชิญเที่ยวงาน กินปลาเขื่อนลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมร่วมกิจกรรมล่าปลาชะโด

รู้จักเขื่อนลำนางรอง / หาดลำนางรอง

เขื่อนลำนางรอง มีสมญานามว่า ทะเลสาบแห่งอีสานใต้ ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ยิ่งพอมีการทำหาดทรายเทียมก็ยิ่งทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมอย่างมากมาย

ความสำคัญของเขื่อนลำนางรองไม่ได้เป็นแค่แหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น จริงๆ แล้ว ที่นี่เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงตามพระราชดำริ ต่อมาได้รับการปรับปรุงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีทั้งบ้านพักรับรอง ห้องประชุม และร้านอาหาร

โดยเฉพาะบริเวณแถวหาดทรายเทียม รวมทั้งยังมีการสร้างถนนลาดยางเพื่อสำหรับชมทัศนียภาพ นอกจากนี้ ในบริเวณเดียวกันยังมีโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป (ดอยคำ) ผลิตผักผลไม้กระป๋องอาทิ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ และน้ำมะเขือเทศอีกด้วย

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ตรงแถวสันเขื่อนจะมีหินลอย (หินภูเขาไฟอีกชนิดหนึ่ง) สีสันแบ่งกันเป็นชั้นๆ สวยงาม ซึ่งได้นำออกไปกองไว้กันน้ำเซาะสันเขื่อน และใกล้ๆ กัน ยังมีเขื่อนคลองมะนาวที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ก็สวยงามและเงียบสงบ ถือเป็นอีกสถานที่พักผ่อนของชาวบุรีรัมย์ที่ห้ามพลาด

ประวัติ

ตั้งแต่พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา บริเวณพื้นที่อำเภอโนนดินแดง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ผกค. ได้ขัดขวางการพัฒนาทุกรูปแบบ มีการต่อสู้ที่รุนแรงในพื้นที่มีการปล้นสะดมตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ราษฎรไม่สามารถออกไปทำกินนอกหมู่บ้านได้ ความรุนแรงของสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ ราษฎรที่กระจายกันทำกินอยู่ทั่วพื้นที่ อพยพเข้ามาอยู่ในบ้านโนนดินแดง ตำบลโนนดินแดง

ก่อให้เกิดปัญหาความแออัดอดอยากทุกข์ยากแสนสาหัส ความได้ทรงทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เมื่อวันที่ 11 และ 31 ตุลาคม 2521 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้อธิบดีกรมชลประทานเข้าเฝ้าเพื่อรับพระราช ดำริเกี่ยวกับการพัฒนาลุ่มน้ำลำนางรองโดยทรงให้พิจารณาสร้าง เขื่อนลำนางรอง อ่างฯ คลองมะนาว อ่างฯ ลำปะเทีย อ่างฯ ลำจังหัน พร้อมสร้างระบบส่งน้ำ อาคารประกอบ

วัตถุประสงค์

เพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภค

สภาพทั่วไป

สร้างปิดกั้นลำนางรองที่บ้านโนนดินแดง ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ลักษณะเป็นเขื่อนดินสูง 23 เมตร ยาว 1,500 เมตร สันเขื่อนกว้าง 8 เมตร กักเก็บน้ำได้ 121.414 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมด้วยอาคารประกอบทางระบายน้ำล้นและท่อระบายน้ำปากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย และฝั่งขวา

ระบบส่งน้ำ

ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เป็นคลองดาดคอนกรีต จำนวน 2 สาย รวมความยาว 90.431 กิโลเมตร พร้อมด้วยคลองส่งน้ำสายซอยและแยกซอยเป็นคลองดาดคอนกรีต จำนวน 22 สาย ความยาวรวม 74.359 กิโลเมตร และอาคารประกอบรวม 179 แห่ง

นอกจากนี้แล้วยังมีพื้นที่ที่จัดรูปที่ดินสมบูรณ์แบบแล้ว จำนวน 446 ไร่ มีคูส่งน้ำจำนวน 20 สาย ความยาวรวม 7.428 กิโลเมตร คูระบายน้ำจำนวน 25 สาย ความยาวรวม 8.110 กิโลเมตร และอาคารประกอบรวม 917 แห่ง

และยังมีพื้นที่คันคูน้ำจำนวน 54,254 ไร่ ประกอบด้วยคูส่งน้ำ 266 สาย ความยาวรวม 361.775 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 48 หมู่บ้าน 8 ตำบล 5 อำเภอ คือ อำเภอโนนดินแดง ละหานทราย ปะคำ นางรอง และเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 68,410 ไร่ ครัวเรือนรับประโยชน์ 7,471 ครัวเรือน

ระยะเวลาดำเนินการ

ก่อสร้างตัวเขื่อนและอาคารประกอบระหว่าง พ.ศ. 2523 – 2525

ก่อสร้างระบบส่งน้ำระหว่าง พ.ศ. 2528 – 2534 ราคาค่าก่อสร้าง 107.000 ล้านบาท

ประโยชน์ที่ได้รับ

ความจุน้ำเก็บกัก 121 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน 68,410 ไร่

ผลการดำเนินงาน

พื้นที่รับน้ำฝนเหนือที่ตั้งเขื่อน 450 ตารางกิโลเมตร

ปริมาณฝนเฉลี่ยปีละ 1,200 มม.

ระดับท้องน้ำหัวงาน +220.40 ม.(รทก.)

ปริมาณน้ำไหลในลำน้ำบริเวณที่ตั้งเขื่อน ลบ.ม./วินาที

ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเฉลี่ยปีละ 41.077 ล้าน ลบ.ม.

พื้นที่ผิวน้ำที่ระดับสูงสุด 25,700,000 ตารางเมตร

พื้นที่ผิวน้ำที่ระดับเก็บกัก 21,100,000 ตารางเมตร

พื้นที่ผิวน้ำที่ระดับต่ำสุด 1,900,000 ตารางเมตร

ความจุอ่างเก็บน้ำที่ระดับน้ำสูงสุด 196.67 ล้าน ลบ.ม.

ความจุอ่างเก็บน้ำที่ระดับน้ำเก็บกัก 121.414 ล้าน ลบ.ม.

ความจุอ่างเก็บน้ำที่ระดับน้ำต่ำสุด 3.452 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำใช้งาน 117.962 ล้าน ลบ.ม.

อายุการใช้งานของเขื่อน 100 ปี

ความจุของตะกอน 3.452 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อน

เขื่อนประเภท เขื่อนดิน

ความสูงของเขื่อน 23 เมตร

ความยาวของเขื่อน 1,500 เมตร

ความกว้างสันเขื่อน 8.00 เมตร

ความกว้างฐานเขื่อนที่ระดับท้องน้ำ 162 เมตร

ลาดหน้าเขื่อน 1:3

ลาดท้ายเขื่อน 1:2.5

ระดับสันเขื่อน +244.00 ม.(รทก.)

ระดับน้ำสูงสุด +242.50 ม.(รทก.)

ระดับน้ำเก็บกัก +240.00 ม.(รทก.)

ระดับน้ำเก็บกักต่ำสุด +229.00 ม.(รทก.)

ปริมาตรวัสดุถมตัวเขื่อน ล้าน ลบ.ม.

Return Period 100 ปี

ความจุน้ำเก็บกัก 121 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน 68,410 ไร่

ภาพและบทความจาก http://thailandscanme.com/brm002 กรมชลประทาน