หลวงพ่อเมียน กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดบ้านจะเนียง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้โด่งดังด้านเวทวิทยาคม เชื้อสายเขมร เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของชาวบุรีรัมย์และใกล้เคียงอย่างกว้างขวาง

เกิดเมื่อปี พ.ศ.2479 ตรงกับวันอาทิตย์ ปีขาล ที่บ้านกุมกัน แห่งเมืองสวายตรึง ประเทศกัมพูชา ในช่วงวัยหนุ่มมีความคึกคะนองตามประสา ชอบศึกษาวิทยาคมจากพระอาจารย์กัมพูชาถึง 12 ท่าน พระอาจารย์ที่หลวงพ่อให้ความสำคัญมาก คือ พระอาจารย์ลุน และศึกษาวิทยาคมกับอาจารย์สวาย ฆราวาสจอมขมังเวทชื่อดังแห่งเมืองสวายตรึง

จนอายุได้ ๒๖ ปี จึงได้อุปสมบท ณ วัดยอดทอง อ.กำพงตราด จ.กำโปรด ฝึกฝนสมาธิและวิชาเวทมนตร์จนชำนาญกับพระอุปัชฌาย์ ณ วัดยอดทอง ด้วยใจรักในพระพุทธศาสนา และชอบเรียนวิชาการต่างๆ ที่เร้นลับ จึงค้นคว้าศึกษาเวทมนตร์วิชาอาถรรพณ์แห่งนครวัด ตลอดจนตำรับต่างๆ จากอาจารย์จนหมดสิ้น

พ.ศ.๒๕๑๘ ท่านได้เดินธุดงค์ไปในป่าเขาลำเนาไพรหลายแห่งในเขมร จนเข้ามาเมืองไทย ปักกลดปฏิบัติธรรมอยู่ในป่าเขต จ.สุรินทร์ บุรีรัมย์ แล้วจึงไปพักอยู่ที่วัดต่างๆ หลายแห่ง จนได้มาสร้างวัดบ้านจะเนียง ด้วยความศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้านจำนวนมาก เสนาสนะต่างๆ จึงเกิดขึ้นในวัดแห่งนี้มากมาย และขณะนี้ท่านได้สร้างโบสถ์เสร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง

นับตั้งแต่ท่านมาสร้างวัดขึ้นจนทุกวันนี้ มีชาวบ้านทั่วไปที่รู้กิตติศัพท์ของท่านต่างพาเดินทางไปกราบไหว้ท่านเป็นประจำ ไปขอให้ท่านทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ขจัดปัดเป่า ขอให้แก้ไขความทุกข์ยาก โดยเฉพาะในเรื่องน้ำมนต์ของท่านมีความศักดิ์สิทธิ์มาก

ขณะนี้ท่านได้จัดสร้าง “เหรียญและหุ่นพยนต์อาคม” เนื้อโลหะ ขึ้นเป็นครั้งแรก (สมัยก่อนท่านทำหุ่นพยนต์ด้วยกระดาษและผ้า) โดยท่านได้จารอักขระเลขยันต์ต่างๆ ลงในแผ่นโลหะ เพื่อเป็นส่วนผสมของเนื้อชนวน แล้วจึงนำไปสร้างเป็น “หุ่นพยนต์อาคม” พร้อมกันนี้ท่านได้อนุญาตให้จัดสร้างเหรียญที่ระลึกขึ้นด้วย คือ เหรียญรูปเหมือน “รุ่นหุ่นพยนต์อาคม” เพื่อนำรายได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดบ้านจะเนียง

กล่าวถึง “บ้านจะเนียง” เป็นชุมชนขนาดเล็ก ในปีพ.ศ.2485 ตั้งเป็นหมู่บ้านจะเนียง หมู่ที่ 15 อยู่ในเขตปกครองของ ต.สองชั้น ต่อมาเมื่อมีการแยกตำบล บ้านจะเนียงจึงอยู่ในเขตปกครองของ ต.บ้านปรือ หมู่ที่ 7 และปัจจุบันอยู่ในเขตปกครองของต.สูงเนิน หมู่ที่ 5

ทั้งนี้ พื้นที่หมู่บ้าน สภาพเป็นที่ราบสูง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย เก็บน้ำไว้ไม่ดี มีหนองน้ำอยู่ 3 แห่ง คือ หนองใหญ่ หนองเล็กและหนองหลวงเตี้ย แต่มีแหล่งน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ หมู่บ้านจึงมีสภาพแห้งแล้ง ทำการเกษตรไม่ได้ผล ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ต้องอพยพไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัดหลังฤดูเก็บเกี่ยว