กรุณาฟังฟัง ฉันให้จบๆๆๆ เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินได้ฟัง ได้ร้องได้สัมผัสกับบทเพลงนี้ กรุณาฟังให้จบ ของนักร้องหนุ่ม แช่ม แช่มรัมย์กันมาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. จะพาไปทำความรู้จักกับหนุ่มเซราะกราวดาวค้างฟ้าซุปเปอร์สตาร์เมืองไทยคนนี้กันครับ

“บุรีรัมย์ยังเป็นบ้านเกิดของผมเสมอไม่เคยลืมเลือน ภาษาที่ติดตัว นามสกุลที่ติดท้ายด้วย”รัมย์”บ่งบอกความเป็นตัวตนของผม ผมดีใจที่ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับบ้านเกิด แม้ผมจะย้ายไปอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ไม่เคยหายไปจากจิตวิตญาณของผมคือ ผมเป็น” แช่ม แช่มรัมย์ ณ บุรีรัมย์

บทความชีวิตของแช่ม แช่มรัมย์บทความนี้ถูกเล่าผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวของ สัญญาลักษณ์ ดอนศรี ครูเพลงชื่อดังของเมืองไทย

ทำความเข้าใจก่อนอ่าน : บทความนี้ถูกเล่าขานผ่านพื้นที่ส่วนตัวจึงมีถ้อยคำที่ไม่สุภาพตามบริบทและอรรถรสในการเล่าเรื่อง หรืออาจมีคำกล่าวอ้างพาดพิงถึงบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ ฯลฯ ที่อาจเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เผยแพร่ BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. จึงได้เรียบเรียงและตัดต่อถ้อยคำดังกล่าวออกไปเพื่อป้องกันปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอนาคต

แช่ม แช่มรัมย์ นักร้องเซราะกราว จากบุรีรัมย์ จากเด็กเกเรหัวใจมักง่าย สู่ซูเปอร์สตาร์เมืองไทย เรื่องราวชีวิตของเขา…….กรุณาฟังให้จบ

“อากบ”เป็นภาษาเขมรแปลว่า”ไอ้กบ”คือชื่อเล่นของหนุ่มอีสานใต้พูดเขมร จากบ้านใหม่ ต.สามแวง อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ อำเภอเล็กๆที่แสนกันดาร ไม่มีร้านอาหาร ไร้แสงสี จนไม่มีใครอยากไปเป็นนายอำเภอ

ชื่อจริงของแช่ม คือ”วิวัฒน์ “แช่มรัมย์เป็นนามสกุลจริง พ่อกับแม่เป็นครูบ้านนอก มีพี่น้องด้วยกัน 3 คน คนอื่นรับราชการได้งานมั่นคง มีเขาเพียงคนเดียวที่แหกคอกออกมาเป็นศิลปิน

เรียนชั้นประถมที่บ้านเกิด คงจบมาเพราะบารมีพ่อกับแม่ที่เป็นครูมั้ง? เพราะหลังจากมาเรียนต่อชั้น ม.ต้นที่โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม(บ.พ.) ซึ่งเป็น ร.ร.ประจำจังหวัดโรงเรียนเดียวกับทีผมเรียนเคยเรียน ก็เริ่มประกายฉายแววนักเลง

แช่มเรียน บ.พ.ได้ไม่นาน ก็มีอันต้องระเห็จระเหินไปเรียนที่ ร.ร.ภัทรบพิตร(ร.ร.ชั้นสอง อยู่ใกล้สนามไอโมบายในปัจจุบัน) ด้วยเหตุผล บ.พ.ไม่ใช่มาสด้า 2 ที่ตอบสนองทุกความต้องการของเขาได้คือ “อยากเรียนกูก็เรียน ไม่อยากเรียนกูก็ไม่เรียน”

โรงเรียนภัทรบพิตรได้รับเขาไว้เป็นเกียรติ แต่อยู่ได้ไม่นานผ่ายปกครองของโรงเรียนก็เรียกแช่มมาบอกว่า ไม่เอาแล้ว มึงไปหาที่เรียนใหม่เถอะ กูยอมมึงแล้ว(ฮา)

หันซ้ายหันขวา ไปไหนดีวะ อย่ากระนั้นเลยกลับไปเรียนที่บ้านจะดีกว่า ร.ร.ห้วยราชพิทยาคมพึ่งเปิดใหม่ เรียนๆไปเถอะพอแต่พ่อแม่สบายใจ< ปรากฏว่าเรียนได้ไม่ทันไร หัวยราชพิทยาคมก็สั่งเนรเทศเฉดกบาลเขาออกมาอีก หมดที่จะเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว จะย้ายไปโรงไหน ก็ถูกสกัดดาวร้ายดวงนี้หมด อนาคตมืดตึ๊บ พ่อกับแม่เลยบอกให้เก็บเสื้อผ้าไปเรียนไปอยู่กับญาติที่อำเภอเสิงสาง โคราช สุดท้ายก็มาได้ประกาศนียบัตรม.3 ที่โรงเรียนเสิงสางนี่เอง ถามเขาว่าเอ็งใช้โรงเรียนเปลืองจัง เขาบอก หาโรงเรียนที่เหมาะสมให้กับตัวเองไม่ได้ครับ(ดูมัน)< พอจบ ม.3 แบบทรหด ทุลักทุเล แบบสร้างความเอือมระอา ให้ฝ่ายปกครองทั้ง 4 โรงแล้ว เขาก็หอบวุฒิหอบเสื้อผ้าด้นดั้นออกจากบ้านไปทำงานที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยจนจบ ม.6 (กศน.) ที่ปักษ์ใต้

กลับมากรุงเทพฯมาอยู่กับพี่ย่านหน้ารามคำแหง มีคนพาไปประกวดโฟล์คซองเพื่อชีวิตที่ ม.ธรรมศาสตร์ ได้ที่ 3 เป็นรางวัล ความฝันจะเอาดีทางดนตรีเริ่มบรรเจิด มั่นใจในฝีมือตัวเอง ออกตระเวณเล่นตามร้านอาหารย่านนั้น

ผมถามว่าเรียนดนตรีมาจากโรงเรียนไหน เขาบอกไม่ได้เรียนเลย หัดเองเล่นเอง เล่นตามรถแห่และตามงานรื่นเริงแถวๆบ้านนอก

เล่นร้านอาหารได้หลายปี ก็มีแมวมองไปเจอเข้า ชักชวนไปเป็นศิลปินแกรมมี่ แมวมองท่านนั้นคือ ไผท ภูธา หรือแขลดา วงศ์กสิกร ที่คนในวงการนักเขียนรู้จักดี

โชคชะตาเข้าข้างเด็กหนุ่มตัวดำจากบุรีรัมย์ อัลบั้มชุดหัวใจมักง่าย โด่งดังแจ้งเกิดให้ แช่ม แช่มรัมย์ เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ และหลายๆอัลบั้มติดตามมาในหลายๆปี

แต่เขาก็ไม่เคยรังเกียจรังงอนว่าครั้งหนึ่งโรงเรียนและครูบาอาจารย์เหล่านั้นเคยปฏิเสธเขา ทุกครั้งที่โรงเรียนต่างๆไม่เว้นแต่ กศน.สุราษฎร์ฯเชิญไปร่วมงาน เขาไม่เคยปฏิเสธ

ใครที่เุคยฟังเพลง”ปึกแป้นปีก”ที่ครูสลา คุณวุฒิแต่งให้เขาร้อง ใช่เลย ชีวิตแช่ม แช่มรัมย์

ผมเจอเขาไม่บ่อยนักล่าสุดก็ตอนไปอัดเเพลงให้สถาบันราชภัฎบุรีรัมย์ที่สตูดิโอบางบัวทอง เขาบอกผมว่าถึงแม้ชีวิตจะประสบความสำเร็จมากมายเพียงใด
แต่สิ่งที่พ่อกับแม่ของเขาฝันที่สุดคืออยากเห็นรูปลูกชายคนนี้ สวมชุดครุยถ่ายรูปติดฝาบ้าน อาจจะเป็นเพราะชีวิตด้านการเรียนของเขาในวัยเด็กไม่ประสบความสำเร็จ


ผมก็รับปากว่าจะช่วย คุยกับคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ พี่ประยงค์ ชื่นเย็น พี่วิวัฒน์ โรจนาพรรณ และท่านอธิการบดีคนใหม่ ผศ.มาลิณี จุโฑปะมา ท่านก็รับทราบเรื่องแล้ว (รอก่อนนะเว้ยครูก็ยังไม่ได้เลย)


แช่มมาประสบความสำเร็จสูงสุดอีกครั้งกับเพลง”กรุณาฟังให้จบ”แต่งโดยพยัต ภูวิชัย ชีวิตทุกวันเขาสบายแล้ว มีความรักและครอบครัวที่่อบอุ่นมั่นคง

ภรรยาชื่อ Hosaina na เป็นมุสลิมไทยสัญชาติสวีเดน ทั้งสองเจอกันที่เดนมาร์คเกิดสปาร์คไฟรักแตกกระจาย แต่งงานกันมา 9 มีลูกครึ่งสวีเดน-เขมรน้อยๆ 2 คน ลูกสาวคนโตชื่อ Chareena 8 ขวบ ส่วนคนเล็กชื่อ Martin แช่มรัมย์ 4 ขวบ

จากเด็กไม่เอาถ่านคนหนึ่ง ปัจจุบันเขามีอพาร์ทเม้นต์ขนาด 80 ห้องที่่ย่านนวมินทร์ให้คนเช่า และกำลังขยายกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่วนร้านอาหารมี2 ร้านคือสภาดินและตำนานชล

เขาบอกว่านอกจากนี้ยังบ้านที่อำเภอเสิงสาง ให้พ่อกับแม่ ญาติๆอยู่ มีสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลหมากรากไม้ เพื่อให้ลูกหลานได้เก็บเกี่ยวผลผลิต ส่วนเขาจะเดินตามรอยพ่อหรือเปล่านั้นก็แล้วแต่ความฝันของเขา ให้เขาเอารายได้จากส่วนนี้แหละไปต่อฝันของพวกเขา

นี่ผมถอดจากคำพูดเขาเป๊ะ รู้สึกภูมิใจแทนพ่อแม่ ภรรยาของเขาจริงๆ

ปัจจุบันนี้แช่ม แช่มรัมย์ไม่ได้อยู่ที่บุรีรัมย์แล้วเลยอยากให้เขาพูดถึงบ้านเกิดเมืองนอนสักเล็กน้อย เขาพูดได้ซาบซึ้งกินใจนัก

“บุรีรัมย์ยังเป็นบ้านเกิดของผมเสมอไม่เคยลืมเลือน ภาษาที่ติดตัว นามสกุลที่ติดท้ายด้วย”รัมย์”บ่งบอกความเป็นตัวตนของผม ผมดีใจที่ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับบ้านเกิด แม้ผมจะย้ายไปอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ไม่เคยหายไปจากจิตวิตญาณของผมคือ ผมเป็น” แช่ม แช่มรัมย์ ณ บุรีรัมย์

สุดยอดครับ สมควรปรบมือให้ดังๆ ไม่น่าเชื่อว่าเขาคนนี้คือบุคคลที่ครั้งหนึ่ง บุรีรัมย์ไม่ปรารถนา วงการศึกษาไม่ต้อนรับ

ดูรูปสมัยเขาเป็นด็กนักเรียนสิครับ ถ้ามาเรียนที่โรงเรียนผมสอน ผมก็คิดหนักเหมือนกัน (ฮา)

อ่านบทความเต็มๆได้ที่