“พนมรุ้งมหาเทวาลัย นารายณ์บรรทมศิลป์ลีลา” เนื้อเพลงท่อนหนึ่งจาก “บุรีรัมย์รุ่งเรือง” เพลงอันเล่าลืออยู่ในใจคนบุรีรัมย์มายาวนานที่มีใจความตอนหนึ่งกล่าวถีึีง พนมรุ้ง ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าแบบขอมโบราณ ในสมัยก่อนหากจะกล่าวถึงพนมรุ้งแล้ว ความอื้อฉาวของข่าวการจากไปและได้รับกลับคืนมาของ “ทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์” ก็คงจะผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายๆคน ณ เวลานั้น วันนี้เรื่องราวต่างๆที่คุณอาจไม่เคยรู้ของพนมรุ้งรวมทั้งเรื่องราวของทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์และเรื่องราวอื่นๆ จำนวน 11 เรื่อง BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม. ได้รวบรวมมาไว้แล้ว จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย

1.พนมรุ้งอยู่ในเกณฑ์กำลังพิจารณาเป็นมรดกโลก

เป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา ปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา (อังกฤษ: Royal Roads) คือปราสาทหินในเส้นทางเชื่อมโยงบ้านเมืองชั้นในของ ราชอาณาจักรกัมพุเทศ หรือขอมโบราณ อันเป็นบรรพบุรุษร่วมสายหนึ่งของชาวไทยในปัจจุบัน มีหลักฐานเป็น ถนน สะพาน ปราสาท จารึก ปมปริศนาที่รอการไขให้กระจ่างชัด ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อยกระดับให้เป็นมรดกโลก พร้อมกับ กลุ่มป่าแก่งกระจาน และ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ปัจจุบัน ปราสาทหินพนมรุ้งกำลังอยู่ในเกณฑ์กำลังพิจารณาเป็นมรดกโลก เช่นเดียวกับ ปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคาอื่นๆ โดยปราสาทหินพนมรุ้งเป็นหนึ่งในปราสาทหินขอมของไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ และถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงเป็นภาพพื้นหลังตราสัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอีกด้วย โดยปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา ประกอบไปด้วย

เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

 

ปราสาทหินในประเทศไทย

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
อุทยานประวัติศาสตร์กลุ่มปราสาทตาเมือนและปราสาทศีขรภูมิ
ปราสาทเมืองต่ำ
ปรางค์กู่ จังหวัดร้อยเอ็ด
ปราสาทช่างปี่
ปราสาทตระเปียงเตีย
ปราสาทตาควาย
ปราสาทตาเมือน
ปราสาทตาเมือนธม
ปราสาทตาเมือนโต๊ด
ปราสาทตาเล็ง
ปราสาทบ้านพลวง
ปราสาทบ้านสนม (ปราสาทวัดธาตุ)
ปราสาทบ้านสมอ
ปราสาทบ้านไพล
ปราสาทปรางค์กู่
ปราสาทยายเหงา
ปราสาทวัดปรางค์ทอง
ปราสาทศีขรภูมิ
ปราสาทสระกำแพงน้อย
ปราสาทสระกำแพงใหญ่
ปราสาทสังข์ศิลป์ชัย
ปราสาทหินพนมวัน
ปราสาทห้วยทับทัน
ปราสาทโดนตวล
ปราสาทภูมิโปน
ปราสาทบ้านอนันต์

ธรรมศาลาตามเส้นทางราชมรรคา (ในเขตประเทศไทย)

ปราสาทกู่ศิลา
ปราสาทห้วยแคน
ปราสาทบ้านสำโรง
ปราสาทหนองตาเปล่ง
ปราสาทหนองปล่อง
ปราสาทหนองกง (โคกปราสาท)
ปราสาทบ้านบุ
ปราสาทถมอ
ปราสาทตาเมือน

ธรรมศาลาตามเส้นทางราชมรรคา (ในเขตประเทศกัมพูชา)

ปราสาทพระขรรค์
ปราสาทพรหมเกล
ปราสาทบันทายฉมาร์

2. สูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล

ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นโบสถ์พราหมณ์ลัทธิไศวะ มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นวัดมหายาน ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18

 

เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

3. นเรนทราทิตย์ผู้สร้าง

จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวสถานถวายพระศิวะที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง

4.เสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ

ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดูลัทธิไศวะ ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้นเขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ โดยองค์ประกอบและแผนผังของปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธานซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีอาคารที่เรียกว่า พลับพลา อาคารนี้อาจจะเป็นอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่า พลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นที่พักจัดเตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้าหรือประกอบพิธีกรรมในบริเวณศาสนสถาน

 

เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

5. สะพานนาคราช

ที่พนมรุ้งมีสะพานที่เรีกยว่า สะพานนาคราช ทางเดินทั้งสองข้างประดับด้วยเสามียอดคล้ายดอกบัวตูมเรียกว่าเสานางเรียง จำนวนข้างละ 35 ต้น ทอดตัวไปยังสะพานนาคราช ซึ่งผังกากบาทยกพื้นสูง ราวสะพานทำเป็นลำตัวพญานาค 5 เศียร สะพานนาคราชนี้ ตามความเชื่อเป็นทางที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับเทพเจ้า สิ่งที่น่าสนใจคือ จุดกึ่งกลางสะพาน มีภาพจำหลักรูปดอกบัวแปดกลีบ อาจหมายถึงเทพประจำทิศทั้งแปด ในศาสนาฮินดู หรือเป็นจุดที่ผู้มาทำการบูชา ตั้งจิตอธิษฐาน จากสะพานนาคราชชั้นที่ 1 มีบันไดจำนวน 52 ขั้นขึ้นไปยังลานบนยอดเขา

6.ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15

เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 เป็นผลจากความอัจริยะและการออกแบบสร้างตัวปราสาท โดยในวันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน ชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 6-8 มีนาคม และ 6-8 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน เช่นกัน

 

เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

7.ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เป็นทับหลังที่ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไทย ที่เชื่อว่าถูกโจรกรรมไปเมื่อราวปี พ.ศ. 2503 ในช่วงสงครามเวียดนาม และถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในที่สุดชาวไทยนำโดยรัฐบาล และ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ก็ได้ทับหลังชิ้นนี้คืนมาทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี ในปี พ.ศ. 2531

เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ที่ทับหลังของมณฑปด้านทิศตะวันออกปราสาทประธาน เป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ โดยพระนารายณ์บรรทมตะแคงขวาเหนือพระยาอนันตนาคราช ซึ่งทอดตัวอยุ่เหนือมังกรอีกต่อหนึ่งท่ามกลางเกษียรสมุทร มีก้านดอกบัวผุดขึ้นจากพระนาภีของพระองค์ มีพระพรหมประทับอยู่เหนือดอกบัวนั้น พระนารายณ์ทรงถือ คฑา สังข์ และจักรไว้ในพระหัตถ์หน้าซ้าย พระหัตถ์หลังซ้ายและพระหัตถ์หลังด้านขวาตามลำดับ ส่วนพระหัตถ์หน้าขวารอบพระเศียรของพระองค์ ทรงมงกุฏรูปกรวยกภณฑล กรองศอ และทรงผ้าจีบเป็นริ้ว มีชายผ้ารูปหางปลาซ้อนกันอยู่ 2 ชั้นด้านหน้าคาดด้วยสายรัดพระองค์ มีอุบะขนาดสั้นห้อยประดับ มีพระลักษณมีชายาพระองค์ประทับนั้นอยู่ตรงปลายพระบาท

สำหรับพระพรหม ซึ่งประทับเหนือดอกบัวนั้น มีสี่พักตร์ สี่กร ถัดจากองค์พระนารายณ์มาทางซ้ายบริเวณเลี้ยวของทับหลัง มีรูปหน้ากาลคายพวงอุบะขนาดใหญ่ เหนือหน้ากาลมีรูปครุฑใช้มือยึดนาคไว้ข้างละตนนอกจากนี้ยังปรากฏรูปสัตว์อื่น ๆ ได้แก่ นกแก้ว ลิง และนกหัสดีลิงก์คาบช้างอยู่ด้วย

การบรรทมสินธุ์ของพระนารายณ์คือ การบรรทมในช่วงการสร้างโลก การบรรทมแต่ละครั้งนั้นจะเกี่ยวกับยุคเวลาในแต่ละกัลป์ ภาพทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ปราสาทพนมรุ้ง ได้รับอิทธิพลจากคัมภีร์วราหปุราณะ เป็นคัมภีร์ที่ให้ความสำคัญแก่พระนารายณ์เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ ในขณะที่พระนารายณ์กำลังบรรทมอยู่นั้นได้ทรงสุบิน มีดอกบัวผุดจากพระนาภีและได้บังเกิดพระพรหมในดอกบัวนั้น พระพรหมทรงเป็นผู้สร้างมนุษย์และสิ่งต่าง ๆ โดยมีนัยสื่อถึงการกำเนิดของสรรพสิ่งใหม่หลังการล้างโลก ในความหมายของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน คือ การอำนวยพร

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นทับหลังรูปพระนารายณ์ที่มีความงดงามที่สุดในโลก และยังถือว่าเป็นโบราณวัตถุชิ้นเดียวที่ประเทศผู้เป็นเจ้าของสามารถทวงคืนกลับมาจากผู้นำไปครอบครองได้สำเร็จ

เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

8. เหตุการณ์ทุบทำลาย

เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

คืนวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้าทุบทำลาย รูปปั้นทวารบาลและสัตว์พาหนะ รวมถึงมีการเคลื่อนย้ายศิวลึงค์ โดยลักษณะเป็นการทำลายแขนเทวรูปก่อน แล้วจึงนำแขนเทวรูปไปทุบกับใบหน้าสัตว์พาหนะอื่นๆ โดย เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการประวัติศาสตร์อิสระกล่าวว่า การใช้ข้อมือของของทวารบาลเป็นตัวทำลาย นั้นเพราะน่าจะเป็นวัสดุแข็งที่พอจะทำลายสิงห์ ทำลายนาค หรือโคนนทิได้ คงไม่ใช่เรื่องของรายละเอียดที่จะต้องเน้นว่าเอามือทวารบาลไปทุบ

ดุสิต ทุมมากรณ์ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ระบุว่า เทวรูปที่ถูกทำลายเสียหายมีของจริงเพียงเศียรนาค 4 เศียร จาก 11 เศียร นอกนั้นเป็นเทวรูปที่จำลองขึ้นแต่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี โดยวันที่ 26 พฤษภาคม นายช่างศิลปกรรม อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้เริ่มบูรณะซ่อมแซมโดยเริ่มจาก ซ่อมหัวสิงห์ 2 ตัว ที่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของปราสาทก่อน โดยวัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมคือ เหล็กไร้สนิม ที่ใช้เป็นแกนยึด ส่วนวัสดุประกอบคือ ยางพารา หินทรายเทียม สีฝุ่น ขุยมะพร้าว ปูนปลาสเตอร์ และเชื่อมประสานด้วยอิพ็อกซี โดยกรมศิลปากรระบุว่าจะใช้เวลา 1 เดือนในการบูรณปฏิสังขรณ์

9. โคนนทิ

เป็นประติมากรรมวัว ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของปราสาทประธานเคียงข้างกับศิวลึงค์ โคนนทิ (อังกฤษ: Nandin) คือ พาหนะของพระศิวะ โคนนทิเป็นบุตรของพระกัศยปกับโคสุรภี พระศิวะเห็นโคสุรภีก็อยากจะได้เป็นบริวารแต่รังเกียจว่าเป็นเพศเมีย พระกัศยปจึงอาสาผสมพันธุ์กับโคสุรภี จึงให้กำเนิดเป็นวัวเพศผู้ชื่อว่า “นนทิ” แล้วถวายเป็นบริวารของพระศิวะ ทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้าประตูวิมานบนเขาไกรลาสด้านทิศตะวันออกคู่กับมหากาลและทำหน้าที่เป็นเทพพาหนะเมื่อพระศิวะเสด็จออกภายนอก

10. การบูรณะและการเปิดอุทยาน

กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมแซมและบูรณะปราสาทหินพนมรุ้ง โดยวิธีอนัสติโลซิส (ANASTYLOSIS) คือ รื้อของเดิมลงมาโดยทำรหัสไว้ จากนั้นทำฐานใหม่ให้แข็งแรง แล้วนำชิ้นส่วนที่รื้อรวมทั้งที่พังลงมากลับไปก่อใหม่ที่เดิม โดยใช้วิธีการสมัยใหม่ช่วย ซึ่งปราสาทหินพนมรุ้งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2475 ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75

ต่อมาได้ดำเนินการบูรณะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 จนเสร็จสมบูรณ์ และเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปี พ.ศ. 2531 ได้มีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน มีงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปี ในวันที่ 2 – 4 เมษายน

เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ - พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เล่าเรื่องเมืองบุรีรัมย์ – พนมรุ้ง กับ 11 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

11. ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง “เรืองศรัทธาศิวะนฤมิตร เรืองวิจิตรคุณค่าพนมรุ้ง”

ททท. เชิญชมประเพณีแห่งศรัทธา “ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง” จ.บุรีรัมย์

จังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับกรมศิลปากร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กำหนดจัดงาน “ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง” ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-1 เมษายน 2561 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อส่งเสริมปีท่องเที่ยววิถีไทย สืบทอดประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งอันงดงามและทรงคุณค่า และกระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้ของการท่องเที่ยวสู่ประชาชนใน จ.บุรีรัมย์

นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์เปิดเผยว่าท่านจะได้พบความมหัศจรรย์ของปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินเก่าแก่ศิลปะขอมโบราณผ่านกาลเวลาร่วมพันปี

จากการรังสรรค์ด้วยภูมิปัญญาอันแยบยลของคนโบราณที่ถ่ายทอดความเชื่อและความศรัทธาในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวะนิกายที่วิจิตรงดงามผ่านลายสลักบนหินนับร้อยนับพันก้อน

ก่อร่างสร้างตัวจนเกิดเป็นความยิ่งใหญ่แห่งเทวสถานบนยอดภูเขาไฟสูงหนึ่งในหกลูกของจังหวัดบุรีรัมย์ที่ดับสนิทแล้ว มีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง

ชมขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวีและขบวนพาหนะเทพเจ้าผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 ขบวนรำอัปสราที่ยิ่งใหญ่ตระการตา การแสดง Dimensional Mapping Light & Sound Show “เรืองศรัทธาศิวะนฤมิตร เรืองวิจิตรคุณค่าพนมรุ้ง” การแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทหินพนมรุ้ง Special Light Show “เจิดแจรงแสงศรัทธา”

แวะชิมอาหารพื้นเมืองโบราณตามแบบท่องเที่ยววิถีไทย ชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก ณ ตลาดวนัมรุง “เรืองตระการตลาดอารยธรรมวนัมรุง” โดยกำหนดให้มีพิธีเปิดงานในวันที่ 31 มีนาคม 2561 ชมฟรีตลอดงาน

 

Posted by สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ on Tuesday, March 13, 2018

บุรีรัมย์เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งชมแสงสีเสียงเรืองศรัทธาศิวะนฤมิตรยิ่งใหญ่ตระการตา

จังหวัดบุรีรัมย์เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ชมการแสดงแสงสีเสียง “เรืองศรัทธาศิวะนฤมิตร เรืองวิจิตรคุณค่าพนมรุ้ง” ยิ่งใหญ่ตระการตา 30 มี.ค.- 1 เม.ย.นี้ พร้อมรับพลังแสงอาทิตย์ขึ้นตรงสาดแสงส่องผ่าน 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง 3 – 5 เม.ย. ปรากฏการณ์มหัศจรรย์หนึ่งเดียวในโลก

(12 มี.ค.61) จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ในระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 1 เมษายน 2561 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ

เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีที่มีมาอย่างยาวนาน บอกเล่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ตลอดทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทยตามนโยบายของรัฐบาล

โดยภายในงานจะมีกิจกรรมการแสดงมากมาย ทั้งการบวงสรวงองค์พระศิวะและสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพนมรุ้ง ซึ่งจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 31 มีนาคม ด้วยขบวนแห่เทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 , รัชกาลที่ 10 และขบวนแห่พาหนะเทพ ผู้พิทักษ์ทิศทั้ง 10 และขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวีอย่างยิ่งใหญ่

ซึ่งปีนี้ผู้ที่รับบทเป็น พระนางภูปตินทรลักษมีเทวี คือ กัญญารัตน์ พงศ์กัมปนาท หรือ นินิว รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2554 ส่วนผู้ที่รับบทแสดงเป็นองค์นเรนทราทิตย์ คือ มุขพล โปษกะบุตร หรือ พอล และที่พลาดไม่ได้คือ การแสดง แสง สี เสียง มิติใหม่ของประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง

โดยจะมีการสอดประสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ เรื่อง “เรืองศรัทธาศิวะนฤมิตร เรืองวิจิตรคุณค่าพนมรุ้ง” การแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทหินพนมรุ้ง

การแสดง Special Light Show ภายใต้แนวคิด เจิดแจรงแสงศรัทธา ซึ่งเป็นการย้อมองค์ปราสาทพนมรุ้งด้วยแสงสีที่สวยงาม พร้อมบทบรรยายบอกเล่าเรื่องราวมนต์ขลังของมหาเทวาลัย จำลองแสงพระอาทิตย์สาดส่องลอด 15 ช่องประตูในเวลากลางคืน

พร้อมเปิดตลาดอารยธรรมเรืองตระการตลาดวนัมรุง ให้ผู้ที่มาเที่ยวงานจะได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

ทั้งผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าภูอัคนี(ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เครื่องใช้ และของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ยังได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองโบราณหายากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จาก 23 อำเภอ มาให้เลือกซื้อ เลือกชม และเลือกชิมได้ตลอดทั้งงาน

นายอนุสรณ์ แก้วกังวาน ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ที่จะจัดขึ้นในปีนี้ด้วย

ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งแล้ว ยังจะได้ชมและรับพลังศักดิ์สิทธิ์จากดวงอาทิตย์ขึ้นตรงสาดแสงส่องผ่าน 15 ช่องประตู ปราสาทพนมรุ้ง ในระหว่างวันที่ 3 – 5 เมษายน

ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติหนึ่งเดียวในโลก เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตตามความเชื่ออีกด้วย

นอกจากนี้… นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรม “เที่ยวปราสาท 2 ยุค ลุ้นรับโชค” โดยท่องเที่ยวไปยังปราสาท 2 ยุค คือ ปราสาทสายฟ้า (สนามช้างอารีน่า) และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง พร้อมแสตมป์คู่มือ “เที่ยวปราสาท 2 ยุค ลุ้นรับโชค”

และเข้าพักโรงแรมที่ร่วมโครงการเพื่อลุ้นรับ iPhone 8 ความจุ 256 GB ชมปรากฏการณ์แสงพระอาทิตย์ขึ้นลอดผ่าน 15 ช่องบานประตู ในวันที่ 3-5 เมษายน 2561

หรือเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ ได้ อาทิเช่น ปราสาทเมืองต่ำ อำเภอ ประโคนชัย ชมนาคห้าเศียรศีรษะเกลี้ยงที่ไม่เหมือนที่ปราสาทหินแห่งใด

กลุ่มทอผ้าไหม-ผ้าฝ้ายหมู่บ้านเจริญสุข (ผ้าภูอัคนี) อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ชมการย้อมผ้าจากดินภูเขาไฟอังคารอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สนามช้างอารีน่า อำเภอเมือง

สนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งหนึ่งในประเทศไทย และอุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน อำเภอคูเมือง แหล่งเรียนรู้พันธุ์ไม้ที่หลากหลายแห่งเดียวของภาคอีสาน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
• ททท. สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0 44 51 4447 – 8 โทรสาร. 0 4451 8530
e-mail : tatsurin@tat.or.th http://www.tourismthailand.org/surin www.facebook.com/TATSurinOffice หรือโทร. 1672
• ที่ทำการปกครองจังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 0 4466 6501
• ประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 0 4466 6531
• อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทร. 0 4466 6251
• สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 0 4466 6528

ข่าว สุรชัย พิรักษา / สวท.บุรีรัมย์

ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

ข่าว ททท. สำนักงานสุรินทร์

ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย