ได้ครบแล้ว 32 ทีมลุยรอบแบ่งกลุ่มเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2018 โดย “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กลายเป็นสโมสรหนึ่งเดียวของประเทศไทยที่ได้ลุยศึกในรอบนี้…

วันที่ 30 ม.ค. ว่า การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2018 ได้ครบทั้ง 32 ทีมไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม โดย “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือหนึ่งเดียวของไทยที่เล่นในรอบนี้ หลัง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด อีกสองทีมของไทยตกรอบในรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายทั้งหมด

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับงานหนักไม่น้อยในกลุ่มจี โดยมี กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ยักษ์ใหญ่จากจีน, เซเรโซ โอซากา ทีมดังจากญี่ปุ่น และ เจจู ยูไนเต็ด ทีมแกร่งจากเกาหลีใต้ร่วมกลุ่ม

โดยนัดแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเจอกับงานช้าง กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะเก็บคะแนน 6 นัดเหย้าเยือน 2 อันดับแรกผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

เส้นทางลุยเดี่ยวของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด!!! หนึ่งเดียวของประเทศไทยกับลีกระดับเอเชีย
เส้นทางลุยเดี่ยวของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด!!! หนึ่งเดียวของประเทศไทยกับลีกระดับเอเชีย

ส่วนกลุ่มอื่นๆมีดังต่อไปนี้

กลุ่มเอ : อัล-จาซีรา (ยูเออี), อัล-อาห์ลี (ซาอุฯ), แทคเตอร์ ซาซี (อิหร่าน), อัล-การาฟา (กาตาร์)

กลุ่มบี : อัล-ดูฮาอิล (กาตาร์), อัล-วาห์ดา (ยูเออี), โลโคโมทีพ ทาชเคนต์ (อุซเบฯ), ซอบ อาฮาน (อิหร่าน)

กลุ่มซี : เปอร์เซโปลิส (อิหร่าน), อัล-ซาดด์ (กาตาร์), อัล-วาเซิล (ยูเออี), นาซาฟ คาร์ชี (อุซเบฯ)

กลุ่มดี : อัล-ฮิลาล (ซาอุฯ), เอสเตกัล (อิหร่าน), อัล-เรย์ยาน (กาตาร์), อัล-ไอน์ (ยูเออี)

กลุ่มอี : ชอนบุ๊ก ฮุนได มอเตอร์ส (เกาหลีใต้), คิทชี (ฮ่องกง), เทียนจิน (จีน), คาชิวา เรย์โซล (ญี่ปุ่น)

กลุ่มเอฟ : คาวาซากิ ฟรอนตาเล (ญี่ปุ่น), อุลซาน ฮุนได (เกาหลีใต้), เมลเบิร์น วิคตอรี (ออสเตรเลีย), เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี (จีน)

กลุ่มเอช : ซีดนีย์ เอฟซี (ออสเตรเลีย), เชี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว (จีน), คาชิมา แอนท์เลอร์ส (ญี่ปุ่น), ซูวอน ซัมซุง บลูวิงส์ (เกาหลีใต้)

 

 

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/f/f0/ACLlogo.jpg
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/f/f0/ACLlogo.jpg

 

สำหรับการแข่งขันเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก (AFC Champions League; ACL) เป็นการแข่งขันฟุตบอลของทีมสโมสรอาชีพจากประเทศที่เป็นสมาชิกของเอเอฟซี โดยทีมที่เข้าร่วมแข่งขันจะมาจากทีมสโมสรที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศการแข่งขันจากแต่ละประเทศ

เส้นทางลุยเดี่ยวของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด!!! หนึ่งเดียวของประเทศไทยกับลีกระดับเอเชีย
เส้นทางลุยเดี่ยวของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด!!! หนึ่งเดียวของประเทศไทยกับลีกระดับเอเชีย

โดยในการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกนี้จะมี 32 สโมสร จาก 10 ลีกสูงสุดของแต่ละประเทศในทวีปเอเชียเข้าร่วมแข่งขัน

 

ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 2.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม) และได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันในรายการฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพในช่วงปลายปีเดียวกัน

 

เส้นทางลุยเดี่ยวของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด!!! หนึ่งเดียวของประเทศไทยกับลีกระดับเอเชีย
เส้นทางลุยเดี่ยวของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด!!! หนึ่งเดียวของประเทศไทยกับลีกระดับเอเชีย

 

ประวัติ

ยุคชิงแชมป์สโมสรเอเชียยุคแรก (Asian Champion Club Tournament)- พ.ศ. 2510 ถึง 2514

ชิงแชมป์สโมสรเอเชีย หรือ เอเชียแชมป์เปี้ยนคลับทัวร์นาเมนต์ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2510 โดยมีทีมชนะเลิศ 8 ประเทศจากแปดลีกเอเชียเข้าแข่งขันในฤดูกาลแรก และได้การจัดแข่งขันทุกปีจนถึงปี พ.ศ. 2514 ยกเว้นฤดูกาล 1968(พ.ศ. 2511)ไม่การจัดแข่งขัน

 

ในช่วงแรกทั้ง 4 ปี มี 2 สโมสรจากอิสราเอล คือ ฮาโปเอล เทลอาวีฟและมัคคาบี้ เทลอาวีฟชนะเลิศสามครั้ง ในปี พ.ศ. 2512) การแข่งขันถูกยกเลิกไปเนื่องจากขาดความน่าสนใจ

 

ซึ่งในที่สุดก็มีการถอนตัวของผู้เข้าร่วมทั้งหมดเหลือ 2 ทีม ทัวร์นาเมนต์ไม่ได้ถูกจัดขึ้นสำหรับสิบสี่ปีต่อไป สโมสรฟุตบอลในเอเชียไม่ได้เริ่มต้นจนถึงปลายปี 2533 และต้นยุค 2543

 

เส้นทางลุยเดี่ยวของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด!!! หนึ่งเดียวของประเทศไทยกับลีกระดับเอเชีย
เส้นทางลุยเดี่ยวของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด!!! หนึ่งเดียวของประเทศไทยกับลีกระดับเอเชีย

 

ยุคชิงแชมป์สโมสรเอเชีย(Asian Championship Club)- พ.ศ. 2528/29 ถึง 2544/45

โดยจัดการแบบเดียวกับ ยุโรเปี้ยน คัพ เก่าเป็นต้นแบบ การแข่งขันเอเชียกลับมาจัดอีกครั้งในฤดูกาล ​​1985/86(พ.ศ. 2528/29) โดยเปลี่ยนระบบการคัดเลือกทีมที่ร่วมเล่นใหม่ โดยจำกัดเฉพาะทีมที่ชนะเลิศจากลีกของแต่ละประเทศ

 

ดังนั้นแม้การถอนทีมจากบางสโมสรปีต่อปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เอเอฟซีได้มีการรวมการแข่งขัน วินเนอร์สคัพเอเชียนคัพเข้ามาอีกหนึ่งรายการ ซึ่งเป็นการนำสโมสรที่ชนะเลิศฟุตบอลถ้วยในประเทศมาแข่งขัน

 

ยุคเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก (AFC Champions League)- พ.ศ. 2545/46 ถึง ปัจจุบัน

ฤดูกาล 2002/03

ตั้งแต่ฤดูกาล 2002/03 สามหลักการแข่งขันสโมสรเอเชีย, แชมเปี้ยนส์เอเชียนคัพ, ฟุตบอลเอเชียนคัพวินเนอร์ส, และเอเชียซูเปอร์คัพ ถูกผสานเข้ากับการแข่งขันขนาดใหญ่หนึ่งและ เปลี่ยนชื่อเป็น เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก

 

ในปีก่อนหน้านี้ตัวแทนชนะเลิศฟุตบอลลีกและทีมชนะเลิศฟุตบอลถ้วยของแต่ละประเทศ จะถูกจัดเรียงให้แข่งขันสองรายการของทวีปที่แตกต่างกัน แต่ตอนนี้ทั้งชนะเลิศฟุตบอลลีกและทีมชนะเลิศฟุตบอลถ้วยของแต่ละประเทศเข้าสู่การแข่งขันขนาดใหญ่นี้

 

 

ในครั้งแรกหลังจากที่รอบคัดเลือกมี 16 สโมสรเข้าร่วมแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม หนึ่งสโมสรจากแต่ละกลุ่มจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน แบบพบกันหมดในกลุ่มรอบเดียวโดยจัดการให้เสร็จสิ้นใน 1 สัปดาห์ 4 ทีมที่มีคะแนนสุงสุดของแต่กลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศจะเป็นการแข่งแบบ 2 นัด เหย้า-เยือน

 

ฤดูกาล 2003/04

ฤดูกาล 2003/04 ถูกยกเลิกเนื่องจากการระบาดของโรคไวรัสโรคซาร์ส

ฤดูกาล 2004-2008

ทัวร์นาเมนต์ได้อีกครั้งเปิดตัวใน ฤดูกาล 2004 ด้วย 28 สโมสรจาก 14 ประเทศ ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนกำหนดการแข่งขันได้เปลี่ยนจากมีนาคม-พฤศจิกายน ในรอบแบ่งกลุ่ม, 28 สโมสรถูกแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม

 

แบ่งตามที่ตั้งของแต่ละประเทศโดยแยกเป็นโซนเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันตก เพื่อให้สโมสรลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเป็นการเล่นสองนัดแบบเหย้า-เยือน จากนั้นทีมที่มีคะแนนสูงสุดทั้ง 7กลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ, รอบก่อนรองชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศจะเป็นการแข่งแบบสองนัด หากเสมอจะนับ ผลประตูทีมเยือ เวลาพิเศษ และ ยิงลุกโทษ สมาคมฟุตบอล) | บทลงโทษ]]

 

ในปี ฤดูกาล 2005(พ.ศ. 2548) สโมสรจากซีเรียเข้าร่วมการแข่งขันซึ่งกลายเป็น 15ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน และอีกสองปีต่อมสโมสรออสเตรเลียถูกรวมอยู่ในการแข่งขัน หลังจากสมาพันธ์ฟุตบอลออสเตรเลียโอนย้ายมาขึ้นกับเอเอฟซีในปี พ.ศ. 2549,

 

การแข่งขัน ด้วยการขาดความเป็นมืออาชีพในวงการฟุตบอลเอเชียปัญหามากมายอยู่ยังอยู่ในการแข่งขันเช่นในเขตความรุนแรงและการส่งสายของการลงทะเบียนผู้เล่น

 

หลายคนกล่าวหาว่าขาดจากเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายการเดินทางแพงเป็นบางส่วนของเหตุผล แต่ด้วยการเปิดตัวของชิงแชมป์สโมสรโลก ในปี 2548 (ตอนที่รู้จักกัน ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ),รวมของสื่อภาษาอังกฤษผ่านทาง เอ-ลีก เอเอฟซีการตั้งค่ารูปแบบการแข่งขันและเป็นมืออาชีพมากขึ้นในปี 2552

2009-ปัจจุบัน

แชมเปี้ยนลีกขยายตัวถึง 32 สโมสรและเข้าโดยตรงจะถูก จำกัด บนสิบลีกเอเชีย หนึ่งลีกมีโควต้าส่งสโมสรเข้าร่วมได้สูงสี่ทีม แต่ไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนสโมสรที่เข้าร่วมลีกสูงสุดของประเทศนั้นโดยคณะกรรมการเอเอฟซีโปรลีก จะทำการประเมิน การจัดการแข่งขัน ความแข็งแรงของลี โครงสร้างลีก (มืออาชีพ) ศักยภาพด้านการตลาด สถานะทางการเงินและเกณฑ์อื่น ๆ

โครงการในอนาคต (2013 -)

ตั้งแต่ฤดูกาล 2013 เป็นต้น รอบ 16 ทีมสุดท้ายจะเป็นการแข่งขันแบบสองนัด ซึ่งการมาจากการถกเถียง ในช่วงฤดู​​กาล 2009-2010, รอบชิงชนะเลิศถูกจัดขึ้นที่สถานที่สนามเป็นกลางโตเกียว,ญี่ปุ่น ก่อนในฤดูกาล 2011-2012

คุณสมบัติ

การประเมินระดับคุณภาพรอบสุดท้ายของเอเอฟซี (ดูด้านล่าง) การประเมินผลได้ดำเนินการโดยคณะกรรมการเอเอฟซีโปร-ลีก(AFC Pro-League committee ) จะขึ้นอยู่กับศักยภาพในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ศักยภาพด้านการตลาด สถานะทางการเงินของลีกและสโมสรในลีกนั้น

 

หนึ่งลีกมีโควต้าส่งสโมสรเข้าร่วมได้สูงสี่ทีม แต่ไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนสโมสรที่เข้าร่วมลีกสูงสุดของประเทศนั้น แต่อาจมีบางลีกที่จะต้องส่งสโมสรเช้าเล่นรอบคัดเลือก สโมสรที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเอเอฟซีคัพในปีก่อนหน้านี้มีสิทธิ์ได้ลงเล่นรอบคัดเลือกเพื่อจะผ่านเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกรอบสุดท้าย

 

ผลการประเมินครั้งล่าสุด เดือนพฤศจิกายน 2553, และทางเอเอฟีจะมีการประเมินทุกสองปี[2] อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทราบว่าเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นใหม่จะยากที่จะสามารถดำเนินการได้ในเวลาเอเอฟซี

 

จึงตัดสินใจที่จะรักษาโครงการจัดสรรที่มีอยู่สำหรับสองฤดูกาลมากขึ้นและเลื่อนการประกาศของการจัดอันดับใหม่เป็นเวลาหนึ่งปีจนถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2554 การจัดอันดับนี้คาดว่าจะถูกนำไปใช้สำหรับฤดูกาล 2013 เป็นต้น

 

รูปของรายการแข่งขัน

แผนที่ประเทศสมาชิกเอเอฟซี

เขียว ได้แข่งในรอบคัดเลือกเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก

ม่วง ไม่ได้แข่งในรอบคัดเลือกเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก

เทา ไม่ได้เป็นสมาชิกเอเอฟซี

 

รอบคัดเลือก

18 ทีม, เตะแบบน๊อกเอาท์ 3 รอบ เพื่อหา 4 ทีมเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม

รอบแบ่งกลุ่ม

รวมทั้ง 32 สโมสร โดยจะแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมี 4 ทีม โดยที่จะแบ่งเป็นโซนจากที่ตั้งของประเทศ คือ โซนเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สโมสรจะถูกจัดในกลุ่ม E ถึง H และส่วนที่เหลือจะจัดไปอยู่ในกลุ่ม A ถึง D ในกลุ่มเป็นพบกันหมดสองรอบ รวมเป็น 6 นัด สโมสรที่ชนะจะได้ 3 คะแนน ,เสมอ 1 คะแนน และแพ้ 0 คะแนน การจัดลำดับในกลุ่ม

พิจารณาจากคะแนน

พิจารณาจากผลผลต่างของประตูได้ และประตูเสียระหว่างสองทีม

พิจารณาเฉพาะประตูได้ระหว่างสองทีม

พิจารณาจากผลต่างของประตูได้ และประตูเสีย

พิจารณาเฉพาะประตูได้

ทีมอันดับ 1 และ 2 เข้าสู่รอบน๊อกเอาท์

 

รอบน๊อกเอาท์, รอบ 16 ทีม

อันดับ 1 ของกลุ่ม พบ อันดับ 2 ของกลุ่ม, เล่นเหย้าเยือน

รอบน๊อกเอาท์, รอบ 8 ทีม และ รอบรงชนะเลิศ

จะเอาทั้ง 8 ทีมมาหิบฉลาก; เริ่มครั้งแรกฤดูกาล 2010 [4] โดยที่สโมสรจากเดียวกันจะไม่เจอกันในรอบก่อนรองชนะเลิศ และจะทำการแข่งกัน 2 นัดแบบเหย้า-เยือน ทีมที่มีประตูรวมดีกว่าเป็นผู้ชนะ ถ้าเสมอกันจะทำการต่อเวลาพิเศษ และดวลลูกโทษที่จุดโทษตามลำดับ

รอบชิงชนะเลิศ

หนึ่งเกม 90 นาทีที่สนามเป็นกลาง ถ้าเสมอกันจะทำการต่อเวลาพิเศษ และดวลลูกโทษที่จุดโทษตามลำดับ

เงินรางวัล

งบประมาณสำหรับการแข่งขันได้เพิ่มขึ้นจาก 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2008 และ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2009 กับเงินรางวัลรวมตอนนี้เท่ากับ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้ชนะจะได้รับ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเงินรางวัลพร้อมเงินรางวัลเพิ่มเติมที่ได้จากรอบก่อนหน้า[5][6] Clubs receive a travel subsidy for each away match. Thus, for each round of 16 tie, only one club receives a travel subsidy.

รอบแบ่งกลุ่ม

ชนะ: 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ

เสมอ: 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ

แพ้: 0 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเดินทางสำหรับทีมเยือน: 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ x 3

 

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เข้าร่วม: 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเดินทางสำหรับทีมเยือน: 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ

รอบ 8 ทีมสุดท้าย(รอบก่อนรองชนะเลิศ)

เข้าร่วม: 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเดินทางสำหรับทีมเยือน: 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ

รอบรองชนะเลิศ

เข้าร่วม: 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเดินทางสำหรับทีมเยือน: 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ

รอบชนะเลิศ

ชนะเลิศ: 1.5 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

รองชนะเลิศ: 750,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเดินทาง: 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 

ข้อมูลจาก ไทยรัฐ วิกิพีเดีย buriramunited.com