แคเบ็น!!! ประตูยมโลกที่เปิดออก กับภูติพรายไร้ญาติที่ลูกหลานไม่คิดถึง

ประเพณีแซนโฏนตา บูชาบรรพบุรุษ ตำนานที่สืบทอดนานกว่า 1,000 ปีของชุมชนชาวเขมรพื้นเมืองสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศีรสะเกษ และชาวไทยเชื้อสายเขมร

ประเพณีแซนโฎนตา คืออีกประเพณีหนึ่งที่มีความสำคัญและปฏิบัติสืบทอดติดต่อกันมายาวนานนับพันปีของชาวเขมรพื้นเมืองสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศีรสะเกษ และชาวไทยเชื้อสายเขมร ที่แสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ความรัก ความผูกพันของสมาชิกในครอบครัว เครือญาติรวมถึงชุมชนต่างๆ

โดยจะประกอบพิธีกรรมตรงกับวันแรม 14 ค่ำเดือน10 ของทุกปี เมื่อถึงวันแรม 14 ค่ำเดือน 10 สายเลือดลูกหลานชาวพื้นเมืองเขมรสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศีรสะเกษ และชาวไทยเชื้อสายเขมรที่ไปทำงานหรือตั้งถิ่นฐานที่อื่น

ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลหลายหมื่นหรือนับแสนคน ต่างพร้อมใจกันเดินทางกลับมารวมญาติเพื่อทำพิธีแซนโฎนตา ( เซ่นไหว้บรรพบุรุษ ) อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกหมู่บ้าน

ความเชื่อของชาวเขมร เชื่อว่าเมื่อถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ประตูยมโลกจะเปิด ผีในยมโลกจะเดินทางมาเยี่ยมญาติได้ ชาวเขมรจึงมีการจัดทำอาหาร ขนม ข้าวต้ม ในตอนเย็นของวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 และพอรุ่งเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ก็จะก็จะนำอาหาร ขนม ข้าวต้ม ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่วัด เป็นวัน “เบ็นตูจ” โดยเชื่อว่าผีจะออกมาจากยมโลกได้ 15 วัน

หลังจากนั้นต้องกลับไปรับกรรมในยมโลกตามเดิม จากวันเบ็นตูจนับไปอีก 15 วัน(นับจากวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10) จะตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี คือวัน”เบ็นทม” ซึ่งเป็นวันที่ประกอบพิธีแซนโฎนตา

สาเหตุที่ต้องเตรียมตัวทำบุญตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 เพราะผีตายาย หรือผีบรรพบุรุษ ถูกปล่อยมาวันนั้นและเดินทางมาไกลเกิดความเหน็ดเหนื่อย หิวกระหาย เมื่อมาถึงก็จะอยู่ที่วัดรอคอยว่าญาติหรือลูกหลานจะมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หรือไม่

เมื่อถึงรุ่งเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ญาติหรือลูกหลานก็จะไปทำบุญที่วัดตอนนี้เองถ้าญาติหรือลูกหลานมาก็จะดีใจและได้รับผลบุญจากที่ได้มีการทำบุญอุทิศให้ ก็จะอวยพรให้ญาติหรือลูกหลานมีความสุขความเจริญ ประกอบอาชีพประสบผลสำเร็จมีเงินมีทองใช้ แต่ถ้าไม่เห็นก็จะโกรธและสาปแช่งญาติหรือลูกหลานไม่ให้มีความสุขความเจริญ

จุดประสงค์ของประเพณี แซนโฎนตา นอกจากจะเป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผีบรรพบุรุษแล้วยังเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ การสร้างปฏิสัมพันธ์ ความรักความอบอุ่นของสมาชิกในครอบครัวเครือญาติ ตลอดถึงการสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน คำว่า”แซนโฏนตา”มาจากไหน แซน หมายถึงการเซ่นไหว้ การบวงสรวง

โฎน หมายถึง ยาย หรือย่าและตา หมายถึงตา หรือ ปู่ โฏนตาหมายถึงยาย,ย่า ตาและปู่ การทำบุญให้ปู่,ย่า ตา,ยาย หรือบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยทั่วไปแล้วมักเขียนว่า “โดนตา” ซึ่งถือว่าผิด เนื่องจากเป็นประเพณีเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษของชาวเขมร ที่ไม่มีตัวอักษร “ด” อยู่ในพยัญชนะ แต่ใช้ตัว “ฏ” สืบทอดมาเป็นระยะเวลานาน


การเตรียมอุปกรณ์เครื่องเซ่นไหว้

การเซ่นไหว้ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน การเซ่นไหว้ศาลพระภูมิประจำบ้าน การประกอบพิธีกรรมแซนโฎนตาที่บ้าน การประกอบพิธีกรรมบายเบ็ญ(เครื่องเซ่นไหว้) การประกอบพิธีกรรมที่วัด ประกอบด้วย

อาหารคาว – หวาน ผลไม้ เครื่องดื่ม ได้แก่ ปลานึ่ง ปลาย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง แกง วุ้นเส้น แกงกล้วย ต้มยำไก่ ลาบหมู ไก่นึ่ง ซึ่งต้องเป็นไก่ทั้งตัวเอาเครื่องในออก อาหารหวาน ได้แก่ ข้าวต้มมัดใบมะพร้าว ขนมเทียน ขนมนางเล็ด ขนมโชค(ขนมดอกบัว) ขนมโกรด ข้าวกระยาสารท ผลไม้ ได้แก่ มะพร้าวอ่อน กล้วย ส้ม ละมุด พุทรา องุ่น เป็นต้น

เครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำเปล่า เหล้าขาว น้ำอัดลม เหล้าสีต่างๆ เป็นต้น อุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ เสื่อหวาย ที่นอนแบบพับ หมอน ผ้าขาว ผ้าไหม ผ้าโสร่ง อาภรณ์ต่าง ๆ พาน ธูป เทียน กรวย 5 ช่อ ที่ทำจากใบตองสดม้วนเป็นกรวย แล้วสอดด้วย ธูป

และใบกรุยการจัดกรวย 5 ช่อคือ ขันธ์ 5 หมายถึง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

ในส่วนของอาหารนั้น มีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน ผลไม้ เครื่องดื่มที่ลูกหลานแต่ละบ้านช่วยกันทำ ได้แก่

– อาหารหวาน เช่น ขนมกระยาสารท ขนมนางเล็ด ข้าวเม่า ข้าวต้มมัดใบมะพร้าว ขนมเทียน ขนมเปีย ขนมฝักบัว ขนมโดนัทเขมร หรือขนมกันตรำ เป็นต้น

– อาหารคาว เช่น กับข้าวที่ทำจากเนื้อหมู ปลา ไก่ และอาหารประเภทข้าวต้มต่าง ๆ

– ผลไม้ เช่น มะพร้าวอ่อน กล้วยสุก ส้ม ละมุด พุทรา องุ่น

– เครื่องดื่ม เช่น น้ำเปล่า เหล้าขาว น้ำอัดลม เหล้าสีต่าง ๆ

อีกส่วนสำคัญคือการเตรียม “บายเบ็ญ” โดยเตรียมอาหาร ผลไม้ หมากพลู บุหรี่ ใส่กระทงเล็ก ๆ หลายใบ และจัดใส่กระทงใบใหญ่สัก 2 ใบ นำมาตั้งไว้นอกรั้วบ้านในวันแรม 15 ค่ำ เพื่อให้ผีที่ไม่มีญาติ

ขั้นตอนประกอบพิธีแซนโฎนตา

ในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 แต่ละบ้านจะจัดเตรียมสำรับและเครื่องเซ่นไหว้ไว้ที่บ้าน จากนั้นผู้อาวุโสจะเรียกถามหาลูกหลานว่ามาพร้อมหน้าหรือยังแล้วให้มารวมกันหน้าเครื่องสักการะ

ก่อนจะเริ่มพิธีเซ่นไหว้ด้วยการจุดธูปเทียน กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย สวดชุมนุมเทวดา และพูดเชื้อเชิญดวงวิญญาณของเหล่าบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วให้มารับเครื่องเซ่นไหว้

จากนั้นญาติ ๆ จะผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปกรวดน้ำ รินน้ำล้างมือ และรินเครื่องดื่ม เช่น เหล้า น้ำอัดลม ฯลฯ รวมทั้งพูดรายชื่ออาหารคาว-หวาน ผลไม้ต่าง ๆ ที่บรรพบุรุษชอบ เพื่อบอกให้รู้ว่ามีเครื่องเซ่นไหว้อะไรบ้าง

จากนั้นทิ้งระยะเวลาช่วงหนึ่งแล้วลาสำรับ ลูกหลานก็จะนำเครื่องเซ่นไหว้นั้นมารับประทานร่วมกันเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในหมู่ลูกหลาน ญาติมิตร เพราะหนึ่งปีมาพบหน้ากันเพียงครั้งเดียว

ก่อนที่จะเดินทางกันไปที่วัดเพื่อฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมกับเชิญบรรพบุรุษไปที่วัดด้วย เมื่อกลับมาที่วัด ลูกหลานจะเตรียมปูที่นอนและเครื่องใช้ให้บรรพบุรุษ เพราะเชื่อว่าบรรพบุรุษจะค้างที่บ้านในคืนนี้

พอวันรุ่งขึ้นก่อนสว่าง ลูกหลานจะทำเรือกาบกล้วย ใส่เงินกระดาษ ขนม อาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ และเสื้อผ้า ของใช้ขนาดเล็ก จุดธูปเทียนแล้วลอยไปในแม่น้ำ หรือบ่อในบริเวณบ้านเพื่อส่งวิญญาณบรรพบุรุษกลับสู่ยมโลกก่อนสว่าง

หากไม่ทำเรือส่งท่านก็จะกลับไปยมโลกไม่ได้ และจะติดค้างอยู่ในโลกจนกระทั่งถึงไงแซนโฎนตาอีกรอบ นับเป็นการสร้างบาปและความทุกข์แก่วิญญาณบรรพบุรุษ

ทั้งนี้ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ช่วงเช้าตรู่ ชาวไทยเชื้อสายเขมรทุกครอบครัวก็จะนำเครื่องเซ่นไหว้ไปที่วัดอีกครั้ง เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผีไม่มีญาติ และนำบายเบ็ญวางไว้นอกรั้วบ้าน

อย่างไรก็ตาม การประกอบพิธีดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

socialposttemplate

buriram

ประเพณีแซนโฎนตามีความเป็นมายาวนานนับพันปี ต้นกำเนิดของแนวความคิดประเพณี โดยชาวเขมรเห็นแนวทางในการที่จะอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ให้ได้รับผลบุญกุศลที่อุทิศไป ทำให้ทุกข์เวทนาจากบวงกรรมมีความบรรเทาเบาบางลง จึงให้มีการจัดพิธีแซนโฎนตาขึ้น และให้มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมา

socialposttemplate

buriram

ซึ่งเชื่อว่าถ้าในยุคของตนได้แซนโฎนตาให้แก่ ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ไปแล้ว รุ่นลูกจะต้องแซนโฎนตาให้ตนเหมือนกัน เพื่อให้ลูกหลานต้องปฏิบัติสืบทอดต่อ ๆ กันไปไม่สิ้นสุด เช่น ถ้าญาติหรือลูกหลานประกอบพิธีแซนโฎนตา

และทำบุญอุทิศให้ ก็จะอวยพรให้ญาติหรือลูกหลานมีความสุขความเจริญ ประกอบอาชีพประสบผลสำเร็จมีเงินมีทองใช้ แต่ถ้าไม่ทำพิธีแซนโฎนตาก็จะโกรธและสาปแช่งญาติหรือลูกหลานไม่ให้มีความสุขความเจริญ ประกอบอาชีพฝืดเคือง ไม่ราบรื่น ดังนั้นลูกหลานของชาวไทยเขมรทุกรุ่นจึงต้องประกอบพิธีแซนโฎนตา หรือพิธีกราบไหว้ เซ่นไหว้บรรพบุรุษ มาตราบจนทุกวันนี้

ขอบคุณที่มาจาก คุณประนนท์ ไม้หอม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ / เรียบเรียง / kapook.com