ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ นับตั้งแต่เริ่มสร้างและเปิดให้บริการ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2539 นับจากนั่นเวลาผ่านมา 21 ปีเต็ม สนามบินเล็กๆ ไกลปืนเที่ยง ที่มีเที่ยวบินไม่มากในช่วงแรก อดีตมีหลายสายการบินที่เคยให้บริการเส้นทางนี้ และต้องพับเสื่อกลับบ้านไปตามๆกัน เริ่มตั้งแต่ การบินไทย ภูเก็ตแอร์ไลน์ พีบีแอร์ มีหลายปัจจัยที่ทำให้สายการบินเหล่านี้ ต้องประสบภาวะไม่คุ้มทุน

และมีช่วงหนึ่งที่สนามบินแห่งนี้ไม่มีสายการบินให้บริการขึ้น-ลง นานถึง 8 เดือน ในช่วงน้ำท่วมกรุงเทพครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 วันที่ 15 กรกฎาคม 2555 สายการบินนกแอร์กลับมาเปิดบินเส้นทางบุรีรัมย์-กรุงเทพฯ ที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ตามปกติ หลัง ปชช.นักท่องเที่ยวเรียกร้อง จากก่อนหน้านี้ได้หยุดบินไปนานกว่า 8 เดือน เหตุผลกระทบน้ำท่วมรันเวย์ดอนเมือง พร้อมเพิ่มเที่ยวบินเป็น 3 วัน/สัปดาห์ ในครั้งนั้น

นั่นเป็นเพียงอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันจังหวัดบุรีรัมย์ ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ในหลายๆด้าน ส่งผลให้สนามบินบุรีรัมย์ เกิดความคึกคักขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไปแห่ใช้บริการกันอย่างเนืองแน่น จากสนามบินมีผู้ใช้บริการหลักพันคน ปัจจุบันยอดผู้โดยสารพุ่งทะยานกว่าปีละเกือบ 2 แสนคน ตัวเลขผู้ใช้บริการปี 2559 กว่า 198,052 คน และปีนี้คาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการกว่า 2 แสน 5 หมื่นคน จากจำนวนเที่ยวบินให้บริการไป-กลับ 8 เที่ยวบิน/วัน

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน สนามบินแห่งนี้มีอายุถึง 21 ปี และกำลังเกิดการพัฒนาเพื่อรองรับจำนวนผู้คนที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาสนามบินเพื่อรองรับในภาระกิจอื่นๆ ของหน่วยงานราชการ เอกชน คือการขยายอาคารผู้โดยสารฝั่งขาออกให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ขยายลานจอดรองรับเครื่องบินได้มากขึ้น เพิ่มทางขับอีก 1 เส้นทาง เพื่อรองรับเครื่องบินได้อีก ทั้งนี้โครงการทั้งหมดใช้งบประมาณกว่า 165 ล้านบาท นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสนามบินแห่งนี้ตั้งแต่เปิดให้บริการมา 21 ปี

ปัจจุบันสนามบินบุรีรัมย์มี 2 สายการบินให้บริการเส้นทางกรุงเทพ(ดอนเมือง)-บุรีรัมย์ ไป-กลับ 8 เที่ยวบิน ให้บริการโดยสายการบินนกแอร์ และ สายการบินไทยแอร์เอเชีย อนาคตหวังว่าจะมีสายการใดสายการบินหนึ่ง เปิดเส้นทางเชื่อมภูมิภาค เพิ่มเป็นตัวเลือกให้ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียงได้เลือกใช้บริการกันต่อไป

ประวัติการก่อสร้างสนามบินบุรีรัมย์

โครงการขยายลานจอดเครื่องบินสนามบินบุรีรัมย์

ภาพความคืบหน้าล่าสุด ของโครงการขยายลานจอดสนามบินบุรีรัมย์ เครดิตภาพโดยคุณ ชาญณรงค์ ตั้ม

ในส่วนของตัวอาคารผู้โดยสาร ที่ได้รับงบประมาณขยายปรับปรุงเพิ่ม ล่าสุดมีความคืบหน้าไปมากทีเดียว คาดว่าจะเปิดบริการ เร็วๆนี้

เครดิตภาพ : K.Samphan Kitwiwatkul

ภาพโฉมใหม่ ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร ที่ได้รับงบจัดสรรในการปรับปรุงครั้งนี้กว่า 165,500,000 บาท โดยปรับปรุงห้องพักผู้โดยสารขาออก พร้อมเก้าอี้ที่นั่งใหม่ยกชุด กว่า 400 ที่นั่ง

เครดิตภาพ : K.ติส ‘ส

ประกาศ!! ยกระดับสนามบินบุรีรัมย์เป็น“สนามบินศุลกากร”รองรับเป็นเจ้าภาพโมโตจีพี

สืบเนื่องจากโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชน ในระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม 2558 ณ จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจากการหารือข้อราชการร่วมกับส่วนราชการส่วนราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าจังหวัดบุรีรัมย์มีสนามแข่งรถที่ได้มาตรฐานระดับโลกและเปิดแข่งขันตลอดทั้งปีไม่น้อยกว่า 36 รายการ จึงทำให้มีปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

โดยการเดินทางในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวและนักแข่งรถจะต้องเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองหรือสนามบินสุวรรณภูมิและเดินทางต่อไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ด้วยสายการบินภายในประเทศหรือทางรถยนต์ โดยเฉพาะกรณีการขนส่งรถที่ใช้สำหรับการแข่งขันซึ่งสร้างความล่าช้าและยุ่งยากให้แก่ทีมผู้แข่งขัน ดังนั้น จึงควรยกระดับสนามบินพาณิชย์บุรีรัมย์เป็นสนามบินศุลการกรเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มเป้าหมายและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการบริการการท่องเที่ยวโดยสาร ซึ่งจังหวัดได้เสนอปัญหาและความต้องการดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

มื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดท่า ที่ หรือสนามบินในราชอาณาจักรให้เป็นด่านศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (สนามบินบุรีรัมย์) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้ตรวจพิจารณารวมกับร่างกฎกระทรวงกำหนดท่า ที่ หรือสนามบินในราชอาณาจักรให้เป็นด่านศุลกากร และกำหนดที่ใด ๆ ให้เป็นด่านพรมแดน พ.ศ. …. เป็นฉบับเดียวกัน แล้วดำเนินการต่อไปได้

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง
กำหนดเพิ่มเติมให้ สนามบินบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่เลขที่ 143 ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นด่านศุลกากร โดยเพิ่มเติมความในลำดับที่ 33

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ทั้งนี้ต้องรอประกาศกฎกระทรวงอย่างเป็นทางการต่อไป