บุรีรัมย์ เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 5 และมีพื้นที่กว้างเป็นอันดับที่ 17 ของประเทศไทย

ประมาณ พ.ศ. 2440-2441 เมืองบุรีรัมย์ได้กลับไปขึ้นกับมณฑลนครราชสีมาเรียกว่า”บริเวณนางรอง” ประกอบด้วย เมืองบุรีรัมย์ นางรอง รัตนบุรี ประโคนชัย และพุทไธสง พ.ศ. 2442 มีประกาศเปลี่ยนชื่อ ในคราวนี้เปลี่ยนชื่อ บริเวณนางรองเป็น “เมืองนางรอง”มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ตั้งที่ว่าการอยู่ที่เมืองบุรีรัมย์ แต่ตราตำแหน่งเป็นตราผู้ว่าการนางรอง กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น “บุรีรัมย์” และเปลี่ยนตราตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2444 เป็นต้นมา

พ.ศ. 2450 กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงหัวเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มณฑลนครราชสีมาประกอบด้วย 3 เมือง 17 อำเภอ คือเมืองนครราชสีมา 10 อำเภอ เมืองชัยภูมิ 3 อำเภอ และเมืองบุรีรัมย์ 4 อำเภอ คือ

  • นางรอง
  • พุทไธสง
  • ประโคนชัย(ตะลุง)
  • รัตนบุรี

ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ขึ้น ยุบมณฑลนครราชสีมา จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคออกเป็นจังหวัดและอำเภอ เมืองบุรีรัมย์จึงมีฐานะเป็น จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จังหวัดบุรีรัมย์การปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ มีประชากรทั้งสิ้น 1,591,905 คน (ข้อมูลเมื่อปี 2560)

นอกจากอำเภอเมืองบุรีรัมย์ …จังหวัดบุรีรัมย์ ยังมีอำเภอใหญ่ ที่มีเศรษฐกิจ เจริญก้าวหน้า และมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่ วันนี้เรามาดู 5 อำเภอใหญ่ของจังหวัดบุรีรัมย์

1.อำเภอนางรอง

อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีประชากรกว่า 112,641 คน เป็นอำเภอใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่สมัยอดีต นางรองเป็น 1 ในเมืองเก่าแก่ของจังหวัดบุรีรัมย์

อำเภอนางรอง  เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด ในปี พ.ศ. 2527 มีขนาดพื้นที่ 1,300 ตารางกิโลเมตร แต่ปัจจุบันพื้นที่ลดลงเหลือเพียง 914 ตารางกิโลเมตร เพราะได้แยกพื้นที่การปกครองออกเป็นอำเภอโนนสุวรรณ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชำนิ และอำเภอนางรองปัจจุบัน

นางรอง มีฐานะเป็นเทศบาลเมืองนางรอง ได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2548

อำเภอนางนางรอง เป็นเมืองชุมทาง ศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญ ส่งผลให้อำเภอนางรอง มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอันดับต้นของจังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันร้านค้า พาณิชย์ มีห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยเปิดให้บริการแล้ว

อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

2. อำเภอประโคนชัย

อำเภอประโคนชัย เดิมคือเมืองตะลุง อยู่ที่บ้านตะลุงเก่า ตำบลโคกม้า และอพยพย้ายมาอยู่บริเวณเนินกลางทุ่งประโคนชัย เมื่อปี พ.ศ. 2440 คำว่า “ตะลุง” หมายถึง เสาใหญ่ หรือ เสาหิน สำหรับผูกช้าง (ซึ่งเชื่อกันว่า ร.1 ทรงผูกช้าง ณ บริเวณที่อำเภอประโคนชัย) เมื่อ ร.ศ.116 เมืองตะลุงได้ตั้งเป็นอำเภอชื่อ อำเภอประโคนไชย] ในปี 2460 เปลี่ยนเป็น อำเภอตะลุง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น อำเภอประโคนชัย คำว่าประโคนชัย เพี้ยนมาจากคำว่า “ปังกูล” ในภาษาเขมรที่แปลว่า เสาหิน

อำเภอประโคนชัย มีทั้งหมด 16 ตำบล ประชากรทั้งหมดกว่า 136,556 คน (พ.ศ. 2559) 

มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ปัจจุบันอำเภอประโคนชัย เป็นอำเภอที่มีความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอันดับต้นๆของจังหวัด เป็นอำเภอที่แหล่งท่องเที่ยว มีประเพณี วัฒนธรรมที่่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ที่ยังรักษาความงดงามอยู่จนถึงปัจจุบัน

อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์

3. อำเภอสตึก

อำเภอสตึก 1 ในอำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ สตึกแบ่งการปกครองเป็น 12 ตำบล มีประชากรกว่า 112,347 คน มีแม่สำคัญไหลผ่านคือ แม่น้ำมูล เป็นที่ตั้งของสนามบินพาณิชย์ (สนามบินบุรีรัมย์)

อำเภอสตึกตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 219 เป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์ เส้นทางหลวงอาเซี่ยน 121 ที่พาดผ่านตัวอำเภอสตึก ซึ่งสามารถเดินทางจากชายแดนกัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว ผ่านอำเภอสตึก ไปยังชายแดนลาว ที่จังหวัดมุกดาหาร และไปยังจังหวัดอีสานตอนบน ขอนแก่น อุดร ได้อีกหนึ่งเส้นทาง

ปัจจุบัน อำเภอสตึก มีความเจริญเติบโต และขยายตัวทางเศรษฐกิจ เป็นอีกอำเภอที่มีความโดดเด่น ทั้งเรื่องประเพณี วัฒนธรรม มีงานประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี คืองานประเพณีแข่งขันเรือยาว นั่นเอง

อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์

4. อำเภอลำปลายมาศ

เดิมบริเวณอำเภอลำปลายมาศเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ชุมชนกลุ่มน้อย ไม่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากนัก จวบจนกระทั่งทางราชการได้สร้างทางรถไฟจากนครราชสีมา (สร้างถึงนครราชสีมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2443 และถึงบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2468) ผ่านเข้ามาทางหมู่บ้านแห่งนี้ จึงมีราษฎรหลั่งไหลเข้าจับจองที่ดิน บุกป่าถางพงปลูกบ้านแปงเมือง มีบ้านเรือนจำนวนมากขึ้นโดยลำดับ

เมื่อเส้นทางรถไฟผ่านจนไปสิ้นสุดลงที่อุบลราชธานีแล้ว จึงมีคนตั้งชื่อหมู่บ้านบริเวณนี้ขึ้น เรียกกันมาตลอดว่า “บ้านหนองยาง” ช่วงเวลานั้นเมื่อสถานีรถไฟแล้วชาวบ้านก็ยังเรียกชื่อสถานีว่า “สถานีหนองยาง” ตลอดมา สำหรับคำชาวบ้านทั่วไปมักจะเรียกชื่อกันติดปากว่า “สะเตหนองยาง”

เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2490 กระทรวงมหาดไทยจึงได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอลำปลายมาศขึ้นเป็น อำเภอลำปลายมาศ

อำเภอลำปลายมาศ แบ่งการปกครองเป็น 16 ตำบลมีประชากรกว่า 134,014 คน ที่ตั้งอำเภอลำปลายมาศ เดิมมีความเจริญรุ่งเรืองในแทบบริเวณสถานีรถไฟ ปัจจุบันชุมชนได้ขยายตัวออกมาบริเวณถนนหมายเลข 226 ซึ่งปัจจุบันมีอาคารบ้านเรือน อาคารพาณิชย์ ห้างร้านที่ขยายออกมาจำนวนมาก

อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

5. อำเภอหนองกี่

อำเภอหนองกี่ เดิมเป็นพื้นที่อยู่ในเขตการปกครอง อำเภอนางรอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศตั้งเป็นกิ่งอำเภอหนองกี่ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2517 ขณะนั้นแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลหนองกี่ ตำบลเย้ยปราสาท ตำบลเมืองไผ่ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2522

อำเภอหนองกี่ แบ่งการปกครองออกเป็น 10 ตำบล มีประชากรกว่า 70,428 คน เป็น 1 ใน 3 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ตั้งอยู่ถนนหมายเลข 24 ปัจจุบันอำเภอหนองกี่ มีความเจริญเติบโต ไม่แพ้อำเภอเก่าๆ อย่างนางรอง ประโคนชัย หากดูจากภาพถ่ายดาวเทียม ปัจจุบันหนองกี่ขยายตัวของชุมชนเมือง เกือบเทียบเท่าอำเภอนางรอง ด้วยทำเลที่ตั้ง ทำให้อำเภอหนองกี่เป็นหนึ่งในอำเภอที่เจริญเติบโตมากที่สุดแห่งแห่ง และหนองกี่ยังเป็นอำเภอที่มีประชากรมีรายได้เป็นอันดับต้นๆของจังหวัดอีกด้วย

อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์

 

 

 

นอกจากอำเภอเมืองบุรีรัมย์แล้ว นี่คือ 5 อำเภอที่มีความเจริญก้าวหน้า ทางเศรษฐกิจ ของจังหวัดบุรีรัมย์ !!