กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติลงพื้นที่แจงความคืบหน้าการสำรวจและการผลิตปิโตรเลียม

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติลงพื้นที่แจงความคืบหน้าการสำรวจและการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจ ในเขตพื้นที่อำเภอแคนดงและอำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ประชุมคณะทำงานไตรภาคีจังหวัดบุรีรัมย์ ที่โรงแรมเบสเวสเทิร์น รอยัลบุรีรัมย์ เพื่อรับทราบผลการดำเนินการสำรวจและการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจ L31/50

ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแคนดงและอำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ จากผู้แทนบริษัท ย่างฉาง ปิโตรเลียม จำกัด หลังจากได้รับสัมปทาน เมื่อปี 2553 และเริ่มขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม จำนวน 5 หลุม โดย 3 หลุม ได้แก่

หลุม YPT10 บ้านหนองไผ่ดง

หลุม YPT1 บ้านหนองไทร อยู่ในเขตอำเภอคูเมือง จ.บุรีรัมย์

และหลุม YPT2 บ้านโคกกลาง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ไม่พบปิโตรเลียมแต่อย่างใด

ส่วนหลุม YPT3 บ้านหนองหัวแคน อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ผลการเจาะค้นพบก๊าซธรรมชาติ แต่เมื่อทำการทดสอบอัตราการไหล กลับไม่พบแต่อย่างใด

และหลุม YPT7 บ้านหนองสรวง อ.แคนดง มีการค้นพบก๊าซธรรมชาติ โดยมีอัตราการไหลเริ่มต้นที่ 2.5 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะเจาะหลุม YPT8 ในตำบลยางทะเล อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2561 นี้

รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า คณะทำงานไตรภาคีจังหวัดบุรีรัมย์ ที่แต่งตั้งประกอบด้วยผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคมและประชาชน จำนวน 38 คน

จะช่วยเสริมสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ผู้รับสัมปทาน และภาคประชาชนในพื้นที่ ในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานและการลดผลกระทบในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งหากได้รับรู้ข้อมูล และมีความรู้ความเข้าใจ ก็จะทำให้การดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม สามารถทำได้ตามแผนงานที่กำหนด ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจ หากพบว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ค้นพบไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์ที่จะทำการผลิต บริษัทฯ ก็จะดำเนินการปิดหลุมดังกล่าว

นอกจากนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ยังได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการปลูกต้นยางนาและไม้พื้นเมือง ปี 2560 จำนวน 100,000 ต้น และปี 2561 อีก 50,000 ต้น โดยให้ภาคประชาชน เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมแจกจ่ายให้กับเครือข่ายเกษตรกร นำไปปลูกในพื้นที่ทั้ง 23 อำเภอต่อไป

หากจะกล่าวถึงการสำรวจและการผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจ ในเขตพื้นที่อำเภอแคนดงและอำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์นั้น เป็นโครงการสำรวจปิโตรเลียมโดยวิธีวัดคลื่นไหวสะเทือนแบบ 3 มิติ แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L31/50 จังหวัดบุรีรัมย์ ที่คลอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 5 อำเภอ 14 ตำบล 91 หมู่บ้าน พื้นที่ 265 ตารางกิโลเมตร

โดยมีการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์โครงการทำความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน ถึงพื้นที่ประกอบด้วย

(1.) อำเภอเมือง ได้แก่ ต.บัวทอง ต.บ้านยาง

(2.)อำเภอสตึก ได้แก่ ต.ร่อนทอง ต.หนองใหญ่ ต.เมืองแก ต.ชุมแสง ต.สนามชัย

(3.)อำเภอบ้านด่าน ได้แก่ ต.วังเหนือ ต.ปราสาท ต.บ้านด่าน

(4.)อำเภอห้วยราช ได้แก่ ต.โคกขี้เหล็ก ต.เมืองโพธิ์ ต.ตาเสา และ

(5.)อำเภอกระสัง ได้แก่ ต.ห้วยสำราญ

ซึ่งทำการส่งวัตถุกำเนิดคลื่นสะเทือนลงไปใต้พื้นผิวดินหลุมละ 2-3 กิโลกรัม ลึกประมาณ 12-25 เมตร หลุมมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5 นิ้ว มีระยะห่างต่อจุด 50 เมตร

จากนั้น ทีมสำรวจจะเข้าไปจุดทีละหลุม เพื่อให้เกิดคลื่นเสียงสะท้อนลงสู่ชั้นดินหินด้านล่าง สะท้อนกลับไปยังตัวรับสัญญาฯสู่รถบันทึกข้อมูล นำข้อมูลไปประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อให้ทราบลักษณะโครงสร้างของชั้นหินที่อาจเป็นแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม

เมื่อบันทึกข้อมูลเสร็จสินแล้วแล้วก็จะเคลื่อนย้ายไปยังหลุมถัดไป โดยเจ้าหน้าที่จะทำการกลบหลุมปรับพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเดิม โดยทางบริษัทจะเริ่มส่งทีมสำรวจทำการรางวัด คำนวณพื้นที่ ประเมินค่าชดเชยความเสียหายตามประเภทขอพืชผลทางการเกษตร และนำไปออกเอกสารหลักฐานแจ้งค่าชดเชย แก่เจ้าของที่ดินแต่ละรายจะได้รับตามที่เสียหายจริงประมาณเดือน สิงหาคม 2558

และจะเริ่มจุดวัตถุกำเนิดคลื่นและบันทึกข้อมูลประมาณเดือนพฤศจิกายน 2558 ใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 5 เดือน ซึ่งตลอดระยะเวลาดำเนินการสำรวจจะมีการรับเรื่องร้องเรียน ความเดือดร้อน รำคาญและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไปจนถึงหลังเสร็จสิ้นการสำรวจอีกอย่างน้อย 30 วัน

ด้าน นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ (ในขณะนั้น) ได้กำชับให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่า การที่จะเข้าไปดำเนินการ หรือทำโครงการกิจกรรมใดๆ ต้องได้รับความยินยอมและเห็นชอบจากคณะกรรมการสภาหมู่บ้านก่อน และขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้หมดข้อกังวล สงสัย

โดยเฉพาะบริษัทฯที่ดำเนินการ ต้องอธิบายตอบข้อซักถามเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกๆด้าน รวมถึงมาตรการเยียวยาหรือการจ่ายชดเชยค่าเสียหายต่างๆ ก็ขอให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุด

ส่วนมีกระแสข่าวว่าในระหว่างดำเนินการอาจมีกลุ่มมวลชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่างๆ ก็สามารถทำได้แต่ต้องมีเจตนาที่ดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ คุยกันด้วยเหตุผล ไม่มีการยั่วยุ ปลุกปั่นเพื่อเบี่ยงประเด็นเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ในระหว่างการสำรวจดังกล่าว มีการร้องเรียนจากชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงอยู่เป็นระยะๆ

อาทิในปี 2558 สำนักข่าวไทยพีบีเอสรายงานในวันที่ 25 มิถุนายน 2558 ว่า ชาวบ้านใน จ.บุรีรัมย์ ที่อาศัยใกล้หลุมเจาะสำรวจปิโตรเลียม เป็นห่วงว่าจะได้รับผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศ และเกรงว่าสารเคมีในขั้นตอนการขุดเจาะอาจรั่วไหลลงพื้นที่การเกษตร

ชาวบ้านหนองสรวง ต.สระบัว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ที่อาศัยอยู่ใกล้หลุมขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม YPT 7 NEW ของบริษัท ซ่านซี เหยียนฉาง ปิโตรเลียมกรุ๊ป กังวลผลกระทบจากการขุดเจาะหลุมสำรวจ ซึ่งห่างจากหมู่บ้านและโรงเรียนประมาณ 500 เมตร

ชาวบ้านบอกว่าที่ผ่านมาบริษัทเคยมาให้ความรู้กับชาวบ้านเรื่องการสำรวจปิโตรเลียม แต่ชาวบ้านก็เป็นห่วงว่าอาจได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ รวมทั้งการรั่วไหลของสารเคมีระหว่างวางแท่นขุดเจาะสำรวจ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบแท่นขุดเจาะเป็นที่นา

สำหรับบริษัท ซ่านซี เหยียนฉาง ปิโตรเลียมกรุ๊ป ได้ทำแผนขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมรอบปี 2558 ที่ผ่านมานี้ ทั้งการจุดระเบิดคลื่นไหวสะเทือนแบบ 3 มิติ ในพื้นที่ 265 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 5 อำเภอ ซึ่งเริ่มดำเนินการในเดือนกรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา พร้อมวางแท่นขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมอีก 2 หลุมหนึ่งในนั้นคือ กลุ่ม YPT 7 NEW เพื่อประเมินว่าจะพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่

ติดตามย้อนรอยการสำรวจได้ที่รายการ เปิดปม โดย ThaiPBS
Clip https://www.youtube.com/watch?v=DtP9b8V2Grw&feature=youtu.be

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/Prburiram/posts/480138778809102

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ว่าที่ร้อยตรีกิติวรรณ มณีล้ำ

ผู้เรียบเรียง : สุริยน ตันตราจิณ

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์