วันพุธ, กันยายน 28, 2022

งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งติด 1 ใน 6 งานเพณีที่ยิ่งใหญ่อลังการในอีสาน

Must Read

- Advertisement -

ภาคตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ภาคอีสาน เป็นแหล่งรวมอารยธรรมอันหลากหลาย จากความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ว่าแต่ทางภาคอีสานจะมีเทศกาลไหน ที่ครั้งหนึ่งคุณต้องไปให้ได้สักครั้ง ไปดูกัน!

- Advertisement -

1. งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์

- Advertisement -

ช่วงเวลา เดือนเมษายนทุกปี (วันเพ็ญเดือนห้า)
ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๑ โดยความคิดริเริ่มของท่านเจ้าคุณโอภาสธรรมญาณ จากวัดท่าประสิทธิ์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเดินทางมาเพื่อปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีทางขึ้นสู่ตัวปราสาท ผู้ที่สนใจอยากขึ้นชมปราสาทต่างคนต่างขึ้นมาเองโดยไม่กำหนดเวลาประกอบกับจังหวัดสุรินทร์มีประเพณีขึ้นเขาสวายในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกๆ ปี ท่านเจ้าคุณโอภาสธรรมญาณเห็นว่าประเพณีขึ้นเขาเป็นสิ่งดี เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันทำบุญพบปะสังสรรค์ สร้างความสามัคคีและมีโอกาสได้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย จึงริเริ่มให้จัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งเป็นครั้งแรกในวันเพ็ญเดือน ๕ ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ และประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งก็ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกระทั่ง
ปัจจุบันเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งทุกปีจะมีปรากฏการณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี คือในช่วงเวลานั้นเราจะมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรงตามความยาวของปราสาทเราสามารถมองลอดประตูทางด้านทิศตะวันตกฝ่ากรอบประตูต่างๆ กว่า ๑๐ กรอบ ทะลุผ่านประตูปรางค์ประธาน และทะลุออกซุ้มประตูหน้า ความยาว ๘๘ เมตร มองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรงกรอบประตูพอดี

- Advertisement -

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานบุรีรัมย์ (ททท.สำนักงานบุรีรัมย์) ที่อยู่ : 674/15-16 โครงการบุญศิริ 7 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000 โทรศัพท์044 634 722

ททท. สำนักงานบุรีรัมย์
ททท. สำนักงานบุรีรัมย์
ททท. สำนักงานบุรีรัมย์
ททท. สำนักงานบุรีรัมย์
https://www.nationtv.tv/main/content/378779704
https://www.nationtv.tv/main/content/378779704
https://www.nationtv.tv/main/content/378779704

2. ประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี

 ประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี  เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการพัฒนาบนพื้นฐานของทุนทางวัฒนธรรม และเป็นโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศด้านการท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง  มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยว ประชาชนมีรายได้ กลยุทธ์การส่งเสริมศาสนาและวัฒนธรรม ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการค้าการลงทุน สนับสนุนงานวัฒนธรรมประเพณี ให้มีความยิ่งใหญ่ในระดับชาติ และระดับสากล ประเพณีแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี มีความเป็นมาที่ยาวนานราวหนึ่งศตวรรษมาแล้ว ซึ่งเรียกได้ว่าเทียนพรรษาและงานแห่เทียนพรรษาเป็นสัญลักษณ์( Symbol ) ที่ผูกพันกับชีวิตวัฒนธรรม ( Bio-Cultral ) ของชาวจังหวัดอุบลราชธานี บนพื้นฐานความเชื่อที่มาจากหลักแนวคิดของพระพุทธศาสนา   โดยวัฒนธรรมทำหน้าที่เป็นเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนอีสาน และสัญลักษณ์ที่ส่งผลต่อคุณค่าทางจิตใจ เพราะเทียนไม่เพียงแต่ให้แสงสว่าง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสว่างไสว ความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้วัฒนธรรมยังมีหน้าที่ในการตอบสนองความต้องการด้านต่าง ๆ  ซึ่งประเพณีแห่เทียนพรรษาในบทบาทของวัฒนธรรมก็เป็นสิ่ง ๆ หนึ่ง ที่กลุ่มคนในสังคมคิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทั่งด้านจิตใจ และสัญลักษณ์แทนความเชื่อในทางพระพุทธศาสนา และยังมีหน้าที่ในการสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน  เสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการจัดงานประเพณีแห่เทียน

          เหตุที่ประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี  มีความเลิศล้ำเลอค่า  มายาวนานเหนือจังหวัดอื่นใดนั้น  เนื่องด้วยอุบลราชธานีเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนาที่มีวัดมากที่สุดในประเทศไทย  มีพระสงฆ์ชั้นสมเด็จถึง 4 องค์ และมีพระอริยสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทั้งในสายคันถธุระ และสายวิปัสสนากรรมฐาน ชาวอุบลราชธานีเป็นผู้มีใจเป็นกุศล ใฝ่ธรรม และมีความเชื่อว่าการถวายเทียนพรรษาเป็นผลให้บังเกิดความเฉลียวฉลาด มีปัญญาเฉียบแหลม กอรปกับอุบลราชธานีตั้งเมืองที่ ดงอู่ผึ้ง ซึ่งมีแหล่งทรัพยากรสำคัญในการทำเทียนพรรษา คือ รวงผึ้งที่อุดมสมบูรณ์ สำนักพระราชวังได้นำขี้ผึ้งจากจังหวัดอุบลราชธานีไปทำเทียนพระราชทาน นอกจากนี้ ชาวอุบลราชธานีให้ความใส่ใจและพิถีพิถันในการถวายสิ่งใด ๆ แด่พระรัตนตรัย จะต้องมีความสวย งดงามเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นการขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส ดังผญาสุภาษิตโบราณที่ว่า “แนวได๋ถวาย(ถวย)เจ้าหัว ต้องให้งาม เฮาสิได้งามนำเผิ่น” หมายความว่า สิ่งใดที่ถวายให้พระสงฆ์ ต้องเป็นสิ่งที่งามที่สุด จะได้งามทั้งกายและใจและประการสำคัญ คือ อุบลราชธานี มีช่างฝีมือด้านศิลปะมากมาย ทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างวิจิตรบรรจง

          รูปแบบการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี มีความยิ่งใหญ่มากขึ้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงเทศกาลเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ส่งผลให้เศรษฐกิจของจังหวัดดีขึ้นกิจกรรมหลักในงาน คือ การประกวดขบวนแห่ การประกวดนางฟ้าประจำต้นเทียน และการประกวดต้นเทียน มีการกำหนดเกณฑ์และวิธีการให้คะแนนในการประกวดที่รัดกุมและเหมาะสม กำหนดระยะเวลาในการจัดงาน 3 วัน วันแรกเป็นวันขึ้น 14 – 15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 8 เปิดงาน วันที่สองรวมต้นเทียน ประกวดต้นเทียน และประกวดนางฟ้าประจำต้นเทียน ในช่วงเวลากลางคืน และวันที่ 3 เป็นพิธีแห่เทียนพรรษาและประกวดขบวนแห่ ในการจัดงานที่ผ่านมาแต่ละครั้ง จังหวัดอุบลราชธานีได้พิจารณารูปแบบการจัดงานให้มีความสอดคล้องกับงานพิธีสำคัญของจังหวัด และของชาติ เพื่อให้เหมาะสมและเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท.สำนักงานอุบลราชธานี ที่อยู่ : 264/1 ถนนเขื่อนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000 โทรศัพท์045 243 770

travel.mthai.com
travel.mthai.com
travel.mthai.com
travel.mthai.com

3.งานประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร

ประเพณี บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีสำคัญของภาคอีสานบ้านเราที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณค่ะ ถือเป็นหนึ่งในฮีตสิบสองเดือนของชาวอีสานที่ทำกันในเดือน 6 ช่วงเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูทำนา จะมีการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า พญาแถน หรือ เทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่ง มีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

ประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม เป็นประเพณที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในเรื่องการขอฝนด้วยการทำบั้งไฟจุดขึ้นไปบนฟ้าเพื่อขอฝนจากพญาแถน ก่อนถึงฤดูทำไร่ทำนา ความเชื่อของ ประเพณีบุญบั้งไฟ ปรากฏอยู่ใน ตำนานเรื่องพญาคันคากและเรื่องผาแดงนางไอ่ มีการกล่าวถึงการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน โดยเฉพาะในเรื่องพญาคันคาก ซึ่งตำนานนั้นมีอยู่ว่า…

พญาคันคาก เป็นพระโพธิสัตว์ เสวยชาติเป็นโอรสของกษัตริย์ เหตุที่ได้ชื่อว่า “พญาคันคาก” เป็นเพราะเมื่อครั้งประสูติมีรูปร่างผิวพรรณเหมือนคางคก หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า คันคาก และถึงแม้พระองค์จะมีรูปร่างอัปลักษณ์ แต่พระอินทร์ก็คอยช่วยเหลือ จนพญาคันคากเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน จนลืมที่จะเซ่นบูชาพญาแถน พญาแถนจึงโกรธ ไม่ยอมปล่อยน้ำฝนให้ตกลงมายังโลกมนุษย์

จึงเกิดศึกการต่อสู้ระหว่างพญาคันคากและพญาแถนขึ้น โดยพญาคันคากได้นำทัพสัตว์ต่างๆ ขึ้นไปรบ จนได้รับชัยชนะ พญาแถนจึงปล่อยให้ฝนตกลงมาเช่นเดิม แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาเป็นประจำทุกปี จึงเป็นที่มาว่า ชาวอีสานจึงทำบั้งไฟจุดขึ้นบนฟ้าถวายพญาแถน เพื่อฝนจะได้ตกต้องตามฤดูกาลนั่นเอง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท.สำนักงานอุบลราชธานี ที่อยู่ : 264/1 ถนนเขื่อนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000 โทรศัพท์045 243 770

travel.mthai.com
travel.mthai.com
travel.mthai.com
travel.mthai.com
travel.mthai.com

4. งานประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม

งานประเพณีไหลเรือไฟ (เฮือไฟ) จัดขึ้นในวันออกพรรษา คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 การไหลเรือไฟถือเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า ในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาจากเทวโลก หลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปจําพรรษาที่ดาวดึงษ์ เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดา เมื่อออกพรรษาแล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จลงมาสู่มนุษย์โลก โดยบันไดทิพย์ทั้ง 3 วันนี้เรียกว่า วันพระเจ้าโปรดโลก พระองค์เสด็จมา ณ เมืองสังกัสสะ สถานที่นั้นเรียกว่า ” อจลเจดีย์ ” (อ่านว่า อะ-จะ-ละ-เจ-ดี) ทวยเทพทั้งหลายส่งเสด็จ มวลมนุษย์ทั้งหลายรับเสด็จ ด้วยเครื่องสักการะบูชามโหฬาร การไหลเรือไฟ ก็คือการสักการะบูชาอย่างหนี่งในวันนั้นและได้ทําเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจน ถึงทุกวันนี้
นอกจากนี้ยังมีตํานานการไหลเรือไฟที่แตกต่างกันก็ ถือว่าทําให้ได้รับอานิสงฆ์เหมือนกัน เดิมเรือไฟทําด้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ต่อเป็นลําเรือ ยาวประมาณ 5-6 วา ข้างในบรรจุไว้ด้วยขนม ข้าวต้มมัด หรือสิ่งของที่ต้องการจะบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง ขี้ไต สําหรับจุดให้สว่างไสว ก่อนจะปล่อยเรือไฟ ปัจจุบันมีการจัดทําเรือไฟเป็นรูปแบบต่างๆที่ขนาดใหญ่โตขึ้นมีวิธีการประดับ ตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟเหล่านี้ลงกลางลําน้ำโขงภายหลังการจุดไฟให้ลุกโชติช่วงจะ เป็นภาพที่งดงาม ติดตาติดใจผู้พบเห็นไปตราบนานเท่านานไม่มีที่ไหนๆในประเทศไทยจะยิ่งใหญ่ เหมือนที่จังหวัดนครพนม
การแข่งเรือ (ส่วงเฮือ) เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน โดยจัดขึ้นระหวางงานบุญออกพรรษา มีความมุ่งหมายให้ชาวบ้านได้สนุกสนานร่วมกัน ก่อให้เกิดความสามัคคีความเสียสละและเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง ประชาชนชาวลาว และชาวไทย จัดขึ้นในลําน้ำโขง มีระยะทางแข่งขัน 3 กิโลเมตร มีร่องน้ำที่ไหลเชี่ยวยากลําบากมากในการแข่งขัน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าผู้ชนะคือผู้เก่งที่สุดในแถบลุ่มน้ำโขง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเตฺิม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม ที่อยู่ : ถนน สุนทรวิจิตร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000 โทรศัพท์042 513 490

@เบิ่งนครพนมTAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง
@เบิ่งนครพนมTAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง
@เบิ่งนครพนมTAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง
@เบิ่งนครพนมTAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง
@เบิ่งนครพนมTAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง
@เบิ่งนครพนมTAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

5. งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง จังหวัดสกลนคร

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาและถือปฏิบัติสืบทอดกันมานาน จนกลายเป็นประเพณีประจำจังหวัดสกลนคร จากความเชื่อความศรัทธาผสานกับภูมิปัญญาของชาวสกลนคร สร้างสรรค์ความวิจิตรงดงามของปราสาทผึ้งได้อย่างตระการตา

การประดิษฐ์ปราสาทผึ้งของชาวสกลนครนั้น สร้างสรรค์อิงตามพุทธประวัติครั้งพระพุทธเจ้าทรงเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในวันปวารณาออกพรรษา พระพุทธเจ้าตรัสอำลาพระอินทร์ เพื่อเสด็จลงสู่เมืองมนุษย์ พระอินทร์จึงเนรมิตบันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้วมณีให้พระองค์ได้เสด็จลงมา เทวดา มนุษย์ ครุฑ นาค สัตว์นคร ต่างชื่นชมในพระบารมีของพระพุทธองค์และเกิดความเลื่อมใสในบุญกุศลนั้น และเกิดจินตนาการมองเห็นปราสาทวิมานสวยงามบนสรวงสวรรค์ จึงรู้ชัดว่าการที่จะได้ไปอยู่ในปราสาทสวยงามได้นั้น จะต้องสร้างบุญสร้างกุศล ประพฤติปฏิบัติอยู่ในหลักธรรม

จากความเชื่อนี้เอง จึงเกิดการคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์ปราสาทให้มีลักษณะคล้ายปราสาทราชมณเฑียรบนสวรรค์ชั้นวิมาน นอกจากนั้นการประดิษฐ์ปราสาทผึ้งยังมีความเชื่อว่าเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ผู้ที่ล่วงลับและร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลร่วมกันในช่วงเทศกาลออกพรรษาอีกด้วย

การประดิษฐ์ปราสาทผึ้งของชาวสกลนคร แต่เดิมเป็นการประดิษฐ์ปราสาทผึ้งแบบโบราณ หรือเรียกว่า “ต้นผึ้ง” โดยการเอากาบของต้นกล้วยมาทำเป็นโครง แกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ แล้วตกแต่งด้วยดอกผึ้งได้อย่างงดงาม ซึ่งต่อมามีการพัฒนาและประยุกต์ ผสมผสานการแกะสลักดอกผึ้งและประติมากรรมบนแผ่นเทียน ทำให้เกิดเป็นปราสาทผึ้งแบบประยุกต์ที่มีขนาดใหญ่งดงามด้วยลวดลายอย่างวิจิตรบรรจงและมีเรื่องราวที่เกิดจากความร่วมแรงและร่วมใจของชุมชนต่างๆ ในเมืองสกลนคร และยังคงอนุรักษ์ทั้งการประดิษฐ์ปราสาทผึ้งโบราณและการประดิษฐ์ปราสาทผึ้งประยุกต์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเตฺิม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม ที่อยู่ : ถนน สุนทรวิจิตร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000 โทรศัพท์042 513 490

การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครsakonnakhon.mots.go.thเฟซบุ๊ก Sakonnakhon Sakonpao
การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครsakonnakhon.mots.go.thเฟซบุ๊ก Sakonnakhon Sakonpao
การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครsakonnakhon.mots.go.thเฟซบุ๊ก Sakonnakhon Sakonpao

6. งานประเพณีแห่ผีตาโขน จังหวัดเลย

ประเพณีแห่ผีตาโขนจัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่หรือที่เรียกว่า “งานบุญหลวง” หรือ “บุญผะเหวด” ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์ มหาชาติ ประจำปีกับพระธาตุศรีสองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่มีชื่อเสียงและขึ้นชื่อของจังหวัดเลย โดยมีกระบวนแห่ผีตาโขนโดยแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์มีลวดลายที่งดงามแตกต่างกันไป แสดงการละเล่นเต้นรำกันอย่างสนุกสนานในขบวนแห่งที่แห่ยาวไปตามท้องถนน 

กล่าวกันว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจากป่ากลับสู่เมือง บรรดา ผีป่าหลายตน และสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสอง พระองค์ กลับ เมือง “ผีตามคน” หรือ “ผีตาขน” จนกลายมาเป็น “ผีตาโขน” อย่างในปัจจุบัน

ชนิดของผีตาโขน
ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก
– ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่าง

– ผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงชาย มีสิทธิ์ทำ และเข้าร่วมสนุก ได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน

การแต่งกายผีตาโขน
ผู้เข้าร่วมในพิธีนี้จะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ ทำจากกาบมะพร้าวแกะสลักและสวมศีรษะด้วย

การละเล่นผีตาโขน
เนื่องจากงานประเพณีผีตาโขนเป็นงานบุญใหญ่ซึ่งเรียกกันว่างานบุญหลวง จัดขึ้นที่วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย โดยมี การละเล่นผีตาโขน มีการเทศน์มหาชาติมีการทำบุญพระธาตุศรีสองรักและงานบุญต่างๆเข้ามาผสมอยู่รวมๆกัน จึงมีการจัดงานกัน 3 วัน

– วันแรก เริ่มพิธีตอนเช้า 04.00-05.00 น. คณะแสนหรือข้าทาสบริวารของเจ้าพ่อกวนจะนำอุปกรณ์ มีด ดาบ หอก ฉัตร พานดอกไม้ ธูปเทียน ขันห้าขันแปด(พานดอกไม้ 5 คู่ หรือ 8 คู่) ถือเดินนำขบวนไปที่ริมแม่น้ำหมัน เพื่อนิมนต์พระอุปคุตต์ พระผู้มีฤทธานุภาพมาก และมักเนรมิตกายอยู่ในมหาสมุทร เพื่อป้องกันภัยอันตราย และให้ เกิดความสุข สวัสดี เมื่อถึงแล้วผู้อันเชิญต้องกล่าวพระคาถา และให้อีกคนลงไปในน้ำงมก้อนหินใต้น้ำขึ้นมาถาม ว่า “ใช่พระอุปคุตต์หรือไม่” ผู้ที่ยืนอยู่บนฝั่งตอบว่า “ไม่ใช่” พอก้อนหินก้อนที่ 3 ให้ตอบว่า “ใช่ นั่นแหละ พระอุปคุตต์ที่แท้จริง” เมื่อได้พระอุปคุตต์มาแล้ว ก็นำใส่พานแล้วนำขบวนกลับที่หอพระอุปคุตต์ ทำการ ทักขิณาวัฏ 3 รอบ มีการยิงปืนและจุดประทัดซึ่งช่วงเวลานั้นบรรดาผีตาโขนที่นอนหลับหรือ อยู่ตามที่ต่างๆก็จะมาร่วมขบวนด้วย ความยินดีปรีดา เต้นรำ เข้าจังหวะกับเสียงหมากกระแร่ง ซึ่งเป็นกระดิ่งผูกคอวัวหรือกระดิ่งให้เสียงดัง
– วันที่สอง เป็นพิธีแห่พระเวส ในขบวนประกอบด้วย พระพุทธรูป 1 องค์ พระสงฆ์ 4 รูป นั่งบนแคร่หามตามด้วย เจ้าพ่อกวนนั่งอยู่บน กระบอกบั้งไฟ ท้ายขบวนเป็นเจ้าแม่นางเทียม กับบริวาร ชาวบ้าน และเหล่าผีตาโขน เดินตามเสด็จไปรอบ เมือง ก่อนตะวันตกดิน สำหรับคนที่เล่นเป็นผีตาโขนใหญ่ ต้องถอดเครื่องแต่งกายผีตาโขนใหญ่ออก ให้หมดและนำไปทิ้งในแม่น้ำหมัน ห้ามนำเข้าบ้าน เป็นการทิ้งความทุกข์ยากและสิ่งเลวร้ายไป รอจนปีหน้าฟ้าใหม่ แล้วค่อยทำเล่นกันใหม่
– วันที่สาม เป็นการรวมเอางานบุญประเพณีประจำเดือนต่างๆของปีมารวมกันจัดในงานบุญหลวง ประชาชนจะมานั่งฟังเทศน์ มหาชาติ 13 กัณฑ์ ที่วัดโพนชัยเพื่อเป็นการสร้างกุศลและเป็นมงคลแก่ชีวิตแก่ชีวิต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานเลย ที่อยู่ : ถนนเจริญรัฐ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย 42000 โทรศัพท์042 812 812

เฟซบุ๊ก TAT Loei Officeเฟซบุ๊ก Thailand Festival
เฟซบุ๊ก TAT Loei Officeเฟซบุ๊ก Thailand Festival
- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Latest News

กระหึ่มโลก!! ดอร์น่าสปอร์ตนำนักบิดโมโตจีพี-นักบิดไทย ทำกิจกรรม Pre-Event สร้างไว – BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม.

กระหึ่มโลก!! ดอร์น่าสปอร์ตนำนักบิดโมโตจีพี-นักบิดไทย ทำกิจกรรม Pre-Event สร้างไวรัลใหม่ “โมโตจีพี VS มวยไทย” กระหึ่มโลกอีกครั้งกับภาพนักบิดโมโตจีพีลงนวมซ้อมมวยไทย สร้างไวรัลใหม่ นำโดยนักบิดโมโตจีพีและโมโตทรี กับ 2 ดาวรุ่งนักบิดไทย “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” และ "เคเค" เขมินท์ คูโบะ ถ่ายโฆษณาโปรโมตการแข่งขันใจกลางกรุงเทพฯในธีมส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยผ่านศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่สนามมวยเวทีราชดำเนิน เตรียมเผยแพร่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ สู่ 207 ประเทศ ผู้ชมกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก เมื่อวันอังคารที่ 27 กันยายน 2565 ที่สนามมวยเวทีราชดำเนิน กรุงเทพ : ดอร์นา สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโตจีพี สนามประเทศไทย รายการ “OR Thailand Grand Prix 2022” ได้นำนักแข่งในรายการโมโตจีพี เดินทางมาทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์การจัดการแข่งขันและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในฐานะเป็นเจ้าภาพการจัดงาน นักบิดโมโตจีพี นำโดย อเล็กซ์ มาร์เกซ นักบิดชาวสแปนิช จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า , ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ ชาวอิตาเลียน จาก เกรซินี เรซซิ่ง โมโตจีพี , อัลเบิร์ต อารีนาส นักบิดชาวสแปนิช จาก แกสแกส อัสพาร์ ทีม และยังมีนักบิดรุ่น โมโตทรี อย่าง อิซาน เกวาร่า ดาวรุ่งชาวสแปนิช จาก แกสแกส อัสพาร์ ทีม ร่วมกับ นักบิดไทยที่ลงแข่งในรุ่น โมโตทู ได้แก่ "ก้อง" สมเกียรติ จันทรา จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย และ "เคเค" เขมินท์ คูโบะ จาก ยามาฮ่า วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ถ่ายโฆษณาร่วมโปรโมตการแข่งขัน โมโตจีพี ไทยแลนด์ สนาม 17 รายการ OR Thailand Grand Prix 2022 ระหว่าง 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ย้อนไปเมื่อปี 2018 “เด็กระเบิด” มาร์ค มาร์เกซ นักบิดชาวสเปน เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกโมโตจีพีชื่อดัง เคยทำกิจกรรมโปรโมตไทย สร้างไวรัล กับภาพนักบิดโมโตจพีกินข้าวหมูแดง ร่วมกับนักบิดไทย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และขับขี่รถโมโตจีพีในสถานที่สวยงามของกรุงเทพ จนโด่งดังมาแล้วทั่วโลก สำหรับในครั้งนี้ เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการถ่ายทำวีดีโอโปรโมตในรูปแบบไพรเวต โดยทีมดอร์น่าสปอร์ตยกกองฯมาถ่ายทำ กิจกรรมที่นักบิดเรียนรู้ศิลปะแม่ไม้มวยไทย สัมผัสประสบการณ์ถึงถิ่นกำเนิดต้นตำนานที่ “สนามมวยเวทีราชดำเนิน” หนึ่งในสนามมวยอันเก่าแก่ที่สุด เป็น Sports Destination ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยมีแผนจะนำวีดีโอนี้โปรโมตการแข่งขันและประเทศไทย เผยแพร่สู่ ไปกว่า 207 ประเทศ สู่ผู้ชมราว 800 ล้านคนทั่วโลก จากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงการพูดคุยกับเหล่านักบิด เปิดให้สื่อมวลชนซักถาม โดยมีผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึกเป็นกางเกงมวยไทยที่ปักชื่อนักบิดแต่ละคนเอาไว้ ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน กิจกรรม Pre-Event สุดคึกคักไปด้วยกองทัพสื่อมวลชน แฟนคลับโมโตจีพี ตัวแทนจากภาครัฐและเอกชน คณะผู้บริหารจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ , ภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุน อาทิ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ , บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้สนใจซื้อบัตรชมการแข่งขันได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศและ www.allticket.com หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือ www.bric.co.th/thailandgrandprix #buriram #บุรีรัมย์ #buriramworld
- Advertisement -

More Articles Like This

- Advertisement -