วันจันทร์, กรกฎาคม 26, 2021
หน้าแรก บล็อก

บุรีรัมย์ – รวบแล้ว! มือกระชากกระเป๋า รับจำครั้งไม่ได้แต่ทำประจำ 3 จว.

0

ตำรวจ สภ.พุทไธสง บุรีรัมย์ รวบตัวได้แล้ว คนร้ายตระเวนขับรถประกบเหยื่อ เลือกผู้หญิง แล้วกระชากกระเป๋าสะพาย เป็นชาวขอนแก่น สารภาพทำมานับครั้งไม่ได้ จะเลือกหาเหยื่อเป็นผู้หญิงแล้วลงมือ ผกก.เผย มีผู้เสียหายเขตรอยต่อ 3 จังหวัดเตรียมทยอยมาชี้ตัวแล้ว

  วันที่ 27 พ.ค.64 พ.ต.อ.สมยศ พื้นชัยภูมิ ผกก.สภ.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ นำตัวนายชัยณรงค์ (จาน) หรุ่งเป้า อายุ 34 ปี อยู่เลขที่ 286 ม.1 ต.หนองเม็ก อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น มาสอบสวน

หลังจากเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุขี่รถมอเตอร์ไซค์ประกบรถนางวงเดือน เสไธสง อายุ 53 ปี ชาวบ้านแดงใหญ่ ต.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ แล้วกระชากกระเป๋าถือ แต่ไม่ได้ทรัพย์สิน แล้วหลบหนีข้ามเขตรอยต่อจังหวัดมหาสารคาม

ต่อมาชุดสืบสวน สภ.พุทไธสง ได้กระจายกำลังหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิด จนทราบลักษณะของรถมอเตอร์ไซค์ พร้อมประสานตำรวจเขตพื้นที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม และ ตำรวจพื้นที่เขต อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นรอยต่อ 3 จังหวัด และเข้ามาก่อเหตุซ้ำในเขตพื้นที่ อ.พุทไธสง อีก

ต่อมาเมื่อคืนวันที่ 26 พ.ค.ตำรวจพบบุคคลต้องสงสัย นั่งคล่อมรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟ สีขาวดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่หน้าร้านเนื้อย่าง ในเขต ต.บ้านแวง อ.พุทไธสง ตำรวจจึงเข้าแสดงตัวขอตรวจค้น ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนเพิ่มที่ สภ.พุทไธสง

เบื้องต้นนำตัวไปตรวจปัสสาวะ พบฉี่เป็นสีม่วง โดยนายจาน สารภาพว่าได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เมื่อวันที่ 16 จริง จากนั้นชุดสืบสวน ได้นำตัวไปค้นที่บ้านพักที่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น

ปรากฎว่าพบทรัพย์สินจำนวน 16 รายการ มีทั้งโทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ 110 สีขาวดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่เกี่ยวกับคันที่ขับไปก่อเหตุ กระเป๋าสะพาย ,นาฬิกา ,พระเครื่อง 18 องค์ และบัตรประจำตัวประชาชน และบัตร ATM ของผู้เสียหายอีกหลายรายการ รวมถึงเสื้อยืดและหมวกที่ใส่ในวันเกิดเหตุ

จากการสืบสวนในเชิงลึก ยังพบว่านายจาน ก่อเหตุในลักษณเดียวกันคือขับรถประกบ รถจักรยายนต์เหยื่อซึ่งจะเลือกเป็นผู้หญิง สบโอกาสจะกระชากกระเป๋า หรือถีบรถเหยื่อให้ล้มลง แล้วเข้าไปชิงทรัพย์ มีผู้เสียหายใน 3 จังหวัด บางรายได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการถูกถีบรถให้ล้ม

จากการสอบปากคำของ ผกก.นายจาน จำไม่ได้ว่าได้ก่อเหตุมาแล้วกี่ครั้ง เพราะทำเป็นประจำ ได้เงินสดมาก็จะเอาไปใช้จ่ายในครัวเรือน เลี้ยงลูกวัย 4 ขวบ และซื้อยาบ้ามาเสพ ส่วนเอกสารของผู้เสียหายไม่ได้เอาไปทำลาย แต่จะเก็บไว้เป็นที่ระลึก

พ.ต.อ.สมยศ พื้นชัยภูมิ ผกก.สภ.พุทไธสง กล่าวว่า ยอมรับว่าเคสนี้ติดตามตัวยาก เพราะเป็นรอยต่อ 3 จังหวัด เมื่อก่อเหตุในพื้นที่นี้ คนร้ายมักจะข้ามไปก่อเหตุจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้ยากต่อการจับกุม แต่ครั้งนี้ตำรวจชุดสืบสวน ไม่ยอมปล่อย และเฝ้าติดตามหาข้อมูลอย่างละเอียด จนกระทั่งสามารถจับกุมได้ดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมแฟตามิน) โดยผิดกฎหมาย”และวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ

Source : https://www.banmuang.co.th/mobile/news/region/235876

บุรีรัมย์ – กองปราบรวบหนุ่มหึงโหดยิงแฟนสาวเจ็บสาหัส

0

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.64 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.จุลฑิตย์ กิตติรงค์ ผกก.สภ.ปะคำ พ.ต.อ.สาธิต สถิตถาวร ผกก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง รอง ผกก.2 บก.ปปป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป. บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะคำ เจ้าหน้าที่สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ พ.ต.ท.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป. พ.ต.ต.นิรุธ สาระสิทธิ์ สว.สส.สภ.ปะคำ พ.ต.ต.สุชาติ วิชาสวัสดิ์ สว.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ร.ต.อ.ชุมพร เพ็ชรเลิศ รอง.สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายบรมกานต์ อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนางรอง ที่ 91/64 ลง 25 พ.ค.64 ฐานความผิด พยายามฆ่าผู้อื่น พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก ได้ที่หน้าบ้าน ม.7 ต.หนองตะครอง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พ.ค.64 นายบรมกานต์ หรือชาร์ป (ผู้ต้องหา) ได้ก่อเหตุอุกอาจใช้อาวุธปืนลูกซองยิงน.ส.สุพัตรา หรือน้ำ อายุ 32 ปี แฟนสาวที่เพิ่งคบหากันได้ประมาณ 4 เดือน หลังจากที่ผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษคดีจำหน่ายยาเสพติดออกมาไม่นาน โดยกระสุนเจาะเข้าบริเวณใต้ราวนมด้านซ้ายบริเวณชายโครงด้านหน้าทะลุออกด้านหลัง ทำให้ น.ส.สุพัตรา ได้รับบาดเจ็บสาหัส

สาเหตุเกิดจากความหึงหวงเนื่องจาก น.ส.สุพัตรา หรือน้ำ มีลูกติดกับสามีเก่า 1 คน ทั้งสองยังคงติดต่อกันอยู่โดยในวันเกิดเหตุ น.ส.สุพัตรา กับผู้ต้องหาพร้อมเพื่อนอีก 5 คน ได้มานั่งดื่มสุรากันที่หน้าบ้านพักต่อมา น.ส.สุพัตรา ได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันกับผู้ต้องหา เนื่องจากปมหึงหวงสามีเก่าด้วยความโมโห น.ส.สุพัตรา จึงบอกเลิกผู้ต้องหาจึงไม่พอใจ ชักอาวุธปืนลูกซองสั้น ที่พกติดตัวมาด้วยจ่อยิง น.ส.สุพัตรา คาวงเหล้า หลังจากนั้นได้พยายามวิ่งตามไปยิงซ้ำอีกแต่ น.ส.สุพัตรา ได้ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านไว้ได้ทันจึงถูกนำตัวส่งรพ.

จากการสืบสวนที่เกิดเหตุซึ่งให้การตรงกันว่าได้ยินเสียงปืนบริเวณที่เกิดเหตุจึงเดินออกมาดู พบเห็นรถจยย. 3 คัน กับรถยนต์ทะเบียน บท-6928 สกลนคร เร่งรีบขับขี่ออกไปพบ น.ส.สุพัตรา ถูกยิงมีเลือดไหลเต็มตัว จึงได้ขอความช่วยเหลือแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย 1669 ให้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองปราบปราม ชุดจับกุมได้รับประสานจากนางสมศรี มารดา ของผู้ต้องหาแจ้งว่าต้องการให้ผู้ต้องหามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินทางมารับตัวที่บ้าน ม.7 ต.หนองตะครอง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ โดยเมื่อไปถึงนางสมศรี ได้พยายามเจรจาเกลี่ยกล่อมจนกระทั่งผู้ต้องหายอมมอบตัว จึงได้จับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปะคำ ดำเนินคดีต่อไป สอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

Source : สยามรัฐ

บุรีรัมย์ – เรียเจือน การลงทัณฑ์จากเงามืดบนดวงจันทร์อันไกลโพ้น

0

บุรีรัมย์ – แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันวิสาขบูชา อีกหนึ่งวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา แต่ก็เป็นวันที่มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่าง “จันทรุปราคา” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “กบกินเดือน” หรือ “แคเรีย” ในภาษาเขมรบุรีรัมย์อีสานใต้

แคเรีย แคแปลว่า เดือน,ดวงจันทร์ เรีย แปลว่า การค่อยๆแผ่ปกคลุมทาบทับ,ค่อยเป็นค่อยไป แคเรีย จึงหมายถึงการที่เงาค่อยๆทาบทับดวงจันทร์ ถูกเรียกขานกันมาตามความเชื่อโบราณของชาวบ้านที่เชื่อกันมานมนาน โดยวันที่เกิดปรากฏการณ์แคเรีย ชาวบ้านจะมีกิจกรรมหลักๆคือการ “เคาะ” เคาะเพื่ออะไร?

เพื่อปลุกสรรพสิ่งที่หลับไหลในช่วงที่เกิดแคเรีย ให้ตื่นจากภวังค์ เพราะเชื่อกันว่า หากใครหรือสรรพสิ่งใดยังคงหลับไหลภายใต้แสงจันทราที่ค่อยๆถูกกลืนกินไปทีละเล็กทีละน้อย จะถูกลงทัณฑ์ด้วยคำที่เรียกว่า “เรียเจือน”



เรียเจือน (มาจากคำว่า แคเรียเจือน แปลว่า ถูกจันทรุปราคาเหยียบย่ำ,เจือน แปลว่าเหยียบ) เชื่อกันว่าเป็นอาการที่ไม่พึงประสงค์ของสรรพสิ่งที่ไม่ได้ตื่นอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดแคเรีย เช่น หากคนท้องไม่ได้ตื่นขึ้นมาในคืนแคเรีย หากลูกเกิดมาป่วยบ่อย ออดๆแอดๆ จะเชื่อกันว่าเป็นเพราะเรียเจือน ไม่เพียงแค่คนเท่านั้น หากต้นมะพร้าวไม่ออกลูก หรือมีลูกไม่สมประกอบ จะเชื่อกันว่ามะพร้าวต้นนี้ไม่ได้ถูกเคาะเรียกในคืนแคเรียทำให้ถูกเรียเจือน เป็นต้น

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เรามักจะถูกคนเฒ่าคนแก่ปลุกให้ลุกขึ้นมากลางดึก บางปีมีแคเรียตอนตี 2-3 ก็จะถูกปลุกขึ้นมา เสียงเคาะบ้านเคาะเรือนดังทั่วหมู่บ้าน แต่นั่นก็ถือเป็นความเชื่อโบราณที่ยากที่จะพิสูจน์ความจริงได้และยังคงฟังดูเข้มขลังในเวลาเดียวกัน

ลักษณะของแคเรียตามความเชื่อโบราณอีสานใต้จะมี 3 ลักษณะคือ

  1. จุ (ขับถ่าย) หมายถึงลางดีที่ทำอะไรก็สะดวก ทำมาหากินลื่นไหล เงาจะทาบดวงจันทร์ลงมาจนสุดและหายไปอีกทาง
  2. กเจียะ (คาย) หมายถึงลางที่บอกถึงความไม่ก้าวหน้า จะทำอะไรก็ทีแต่ถอยกลับมาที่เดิม เงาจะทาบดวงจันทร์และกลับออกไปในทิศทางเดิม
  3. ทเลือย ปัวะ (ท้องแตก) หมายถึงลางที่จะมีอุปสรรคแต่ก็สามารถฝ่าฟันไปได้ เงาจะทาบเข้าและออกไปในระหว่างทาง

บุรีรัมย์ถูกหวย 5 คนรวด รางวัลที่ 1 ทุกใบรับไปคนละ 6 ล้าน

0

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.บุรีรัมย์มีคนดวงเฮงถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 กันอย่างถ้วนหน้าถึง 5 คน รับเงินรางวัลคนละ 6 ล้านบาท

รายแรก คือ นางทองศรี สินธร อายุ 52 ปี  ชาว ต.กลันทา อ.เมือง ภรรยาผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.กลันทา ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 68579  งวดประจำวันที่ 16 พ.ค. เบื้องต้นได้นำสลากที่ถูกรางวัลไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ไว้เป็นหลักฐานแล้ว

นางทองศรี กล่าวว่า ก่อนหวยออก 1 วัน น้องสาวที่ทำงานต่างจังหวัดได้โทรศัพท์มาบอกเลข 79 ตัวเดียว อีกวันมีแม่ค้าขายลอตเตอรี่มาขายที่บ้านจึงเลือกเอาใบเดียวที่มีเลขท้าย 79 พอรู้ว่าถูกรางวัลดีใจมาก ส่วนเงินรางวัลไจำนวน 6 ล้านบาท เบื้องต้นก็จะเอาไปใช้หนี้ที่มีอยู่ที่เหลือจะเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัว อีกส่วนหนึ่งก็จะแบ่งให้น้องสาวที่เป็นคนโทรมาบอกเลขจนถูกรางวัลที่ 1

ขณะที่ ผู้โชคดีรายที่สอง คือ นายสุเทพ เพิ่มจีนทึก อายุ 64 ปี พ่อค้าขายไก่ย่าง อยู่บ้านทองหลาง ต.ทองหลาง อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ 

รายที่สาม คือ นายอนันต์ ครุฑอ้น อายุ 49 ปี  ชาวบ้านบ้านโคกสะอาด ต.แดงใหญ่  อ.บ้านใหม่ไชยพจน์

นอกจากนี้ยังมีผู้โชคดีรายที่ 4 และ รายที่ 5 คว้ารางวัลที่ 1 รับไปคนละ 6 ล้านบาทเช่นกัน

บุรีรัมย์ – ปิดหมู่บ้านเสม็ด ต.หนองเต็ม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า 14 วัน

0

บุรีรัมย์ – คำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ที่ ๑๖ /๒๕๖๔ เรื่อง การดำเนินการค้นหาเชิงรุก (Active Case Finding) ให้กับกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในจังหวัดบุรีรัมย์ (ฉบับที่ ๓)

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19 ในพื้นที่บ้านเสม็ด หมู่ที่ ๗ ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน ๔ ราย และพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน บขส. ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับชุมชนอื่นๆในพื้นที่ตำบลในเมืองและตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน ๘ ราย โดยมีผู้สัมผัสเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนมาก จังหวัดบุรีรัมย์จึงออกดำเนินการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เชิงรุกให้กับกลุ่มเสี่ยงต่างๆในพื้นที่เกิดโรคและพื้นที่เสี่ยง เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๗) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ (ฉบับที่๓) พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๖ (๑) ลงวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และข้อ ๗ (๑) (๔) ของกำหนดออกตามความในมาตรา แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑) ลงวันที่ ๒๕มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ในคราวประชุมฯ ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ จึงออกคำสั่ง ดังนี้

ข้อ ๑ กำหนดให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ โรงพยาบาลกระสังร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอกระสังดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เชิงรุกให้กับกลุ่มเสี่ยงอย่างน้อย ๒ ครั้ง ได้แก่ ประชาชนในพื้นที่บริเวณบ้านเสม็ด หมู่ที่ ๗ ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆในพื้นที่เกิดโรค ที่ไม่สามารถหาแหล่งโรคที่มาจากพื้นที่ระบาดได้อย่างชัดเจน และทุกคนในพื้นที่เกิดโรคจะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

ข้อ ๒ กำหนดให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบุรีรัมย์ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) เชิงรุกให้กับกลุ่มเสี่ยงอย่างน้อย ๑ ครั้ง ได้แก่ – ประชาชนในพื้นที่ชุมชน บขส. – ชุมชนต้นสัก – ชุมชนโคกกลาง – ชุมชนหนองแปบ – สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบุรีรัมย์ – วัดกลางพระอารามหลวง – วัดทุ่งโพธิ์ – บริษัท ขนส่ง จำกัด – ศูนย์นครชัยแอร์ จังหวัดบุรีรัมย์ – และตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ – ตลาดไนท์บาร์ซา – ตลาดค้าปลีก – ตลาดไนท์รมณ์บุรี – ตลาดค้าส่งและ ตลาดธารน้ำใจ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆในพื้นที่เกิดโรค ที่ไม่สามารถหาแหล่งโรคที่มาจากพื้นที่ระบาดได้อย่างชัดเจน และทุกคนในพื้นที่เกิดโรคจะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด ในระหว่างวันที่ ๒๗ – ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔

ข้อ ๓ กำหนดให้สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และบริษัทที่โอที จำกัด (มหาชน) จังหวัดบุรีรัมย์ อำนวยความสะดวกด้านสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นและบริการอินเทอร์เน็ตในจุดบริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) เชิงรุกตามข้อ ๒

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไปสั่ง ณ วันที่ ๑๖ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ (นายธัชกร หัตถาธยากูล) ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้กำกับการบริหารราชการใ นสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดบุรีรัมย์

บุรีรัมย์ – ทุบสถิติ!! คนบุรีรัมย์ลงทะเบียนรับวัคซีนแล้วกว่า 355,287 ราย

0

บุรีรัมย์ – ทุบสถิติ!! คนบุรีรัมย์ลงทะเบียนรับวัคซีนแล้วกว่า 355,287 ราย.

ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์เรื่องการป้องกันระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

เพื่อขอความร่วมมือให้ประชาชนทุกคน ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ที่มีภูมิลำเนาหรือบุคคลที่มาปฏิบัติงานในจังหวัดบุรีรัมย์ และหรือพักอาศัยในจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ทำการประเมินตนเอง และแสดงความจำนงต่อการรับวัคซีนโควิด – 19 ซึ่งสำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีช่องทางการดำเนินงานได้แก่

๑) ต่ออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในชุมชน/หมู่บ้านที่ท่านพักอาศัยอยู่ โดยกระบวนการ อสม. เคาะประตูบ้าน

.๒) ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ QR code BURIRAM IC หรือ

๓) แสดงความจำนงผ่านศูนย์ประสานงานรับบริการวัคซีนโควิด – 19 ในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน .ซึ่งเป็นระบบที่ทางจังหวัดบุรีรัมย์ได้ดำเนินการเพื่อปรับให้เหมาะสมกับการลงทะเบียนและการให้บริการวัคนของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะการให้ อสม.เคาะประตูบ้านเพื่อสอบถามข้อมูลความต้องการที่เป็นจริง

แล้วเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขจะนำเข้าในฐานข้อมูลระบบ BURIRAM IC เพื่อจัดกลุ่มให้บริการตามนโยบาย ลดติดเชื้อลดตายในกลุ่มเสี่ยงให้เหมาะสมกับการป้องกันการระบาดและการเสียชีวิตให้มีประสิทธิภาพ .ซึ่งหลังดำเนินการได้มีประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์มีข้อมูลผู้ลงทะเบียนในระบบ BURIRAM IC แล้วทั้งสิน 355,287 ราย โดยแสดงความจำนงต้องการรับฉีดวัคซีนเบื้องต้น ณ วันที่ 10 พฤษภาคม ๒๕๖๔ จำนวน 214,770 ราย .

ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลนำเข้าระบบ MOPH IC ของกระทรวงสาธารณสุขในการวางแผนการฉีดวัคซีนของจังหวัดบุรีรัมย์ในลำดับถัดไปขอให้ประชาชนทุกคนในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ประเมินตนเอง และแสดงความจำนงต่อการรับวัคซีนโควิด – 19 ตามช่องทางที่กำหนดไว้ภายในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ฉบับที่ ๔ ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ต่อไป

บุรีรัมย์ – มติ คกก.โรคติดต่อจังหวัด “ต้องกักตัวทุกคน”

0

อัพเดทล่าสุด!!! 3 พฤษภาคม 2564 จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) กำหนดแนวทางและมาตรการคุมเข้า โดยใช้กลไกล EOC อำเภอและด่านชุมชน เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID 19) หลังจังหวัดประกาศต้องกักตัวทุกคนที่เข้าพำนักในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์

วันนี้ (3 พฤษภาคม 2564) เวลา 14.00 น. นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายพิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อซักซ้อมแนวทางและเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID 19) ระลอกใหม่ ตามประกาศ ศบค. และประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีมติให้กักตัวทุกคนที่เข้าพำนักในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ .นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ ในจังหวัดบุรีรัมย์มีประสิทธิภาพ ทันเหตุการณ์ ผู้ว่าราชการจังหัดบุรีรัมย์ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) จังหวัดบุรีรัมย์ ขึ้น เพื่อกำหนดแนวทาง /มาตรการของการจัดการเหตุการณ์ ติดตามสถานการณ์ จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม และวินิจฉัย ตัดสินใจสั่งการ

จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งขณะนี้ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจังหวัดได้มีคำสั่งกำหนดพื้นที่ควบคุม ที่คุ้มบ้านโนนเต่าทอง และคุ้มบ้านสาวเอ้ หมู่ที่ 2 และบ้านหนองไผ่ หมู่ที่ 12 ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอคูเมือง ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) จังหวัดบุรีรัมย์

จึงร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางและมาตรการให้ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ระดับอำเภอ ได้เฝ้าระวัง ติดตาม และร่วมปฏิบัติงานกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. ให้การลงพื้นที่ตรวจคัดกรอก ผู้ที่จะมาพำนักในพื้นที่ โดยให้กรอกแบบ ต.8 บร. และต้องกักกันตัว 14 วัน ปฏิบัติตามประกาศของทางจังหวัดบุรีรัมย์อย่างเคร่งครัดต่อไป

Source : https://www.facebook.com/216930065129976/posts/1990833427739622/?d=n