วันอังคาร, พฤษภาคม 18, 2021
หน้าแรก บล็อก

บุรีรัมย์ถูกหวย 5 คนรวด รางวัลที่ 1 ทุกใบรับไปคนละ 6 ล้าน

0

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.บุรีรัมย์มีคนดวงเฮงถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 กันอย่างถ้วนหน้าถึง 5 คน รับเงินรางวัลคนละ 6 ล้านบาท

รายแรก คือ นางทองศรี สินธร อายุ 52 ปี  ชาว ต.กลันทา อ.เมือง ภรรยาผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.กลันทา ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 68579  งวดประจำวันที่ 16 พ.ค. เบื้องต้นได้นำสลากที่ถูกรางวัลไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ไว้เป็นหลักฐานแล้ว

นางทองศรี กล่าวว่า ก่อนหวยออก 1 วัน น้องสาวที่ทำงานต่างจังหวัดได้โทรศัพท์มาบอกเลข 79 ตัวเดียว อีกวันมีแม่ค้าขายลอตเตอรี่มาขายที่บ้านจึงเลือกเอาใบเดียวที่มีเลขท้าย 79 พอรู้ว่าถูกรางวัลดีใจมาก ส่วนเงินรางวัลไจำนวน 6 ล้านบาท เบื้องต้นก็จะเอาไปใช้หนี้ที่มีอยู่ที่เหลือจะเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัว อีกส่วนหนึ่งก็จะแบ่งให้น้องสาวที่เป็นคนโทรมาบอกเลขจนถูกรางวัลที่ 1

ขณะที่ ผู้โชคดีรายที่สอง คือ นายสุเทพ เพิ่มจีนทึก อายุ 64 ปี พ่อค้าขายไก่ย่าง อยู่บ้านทองหลาง ต.ทองหลาง อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ 

รายที่สาม คือ นายอนันต์ ครุฑอ้น อายุ 49 ปี  ชาวบ้านบ้านโคกสะอาด ต.แดงใหญ่  อ.บ้านใหม่ไชยพจน์

นอกจากนี้ยังมีผู้โชคดีรายที่ 4 และ รายที่ 5 คว้ารางวัลที่ 1 รับไปคนละ 6 ล้านบาทเช่นกัน

บุรีรัมย์ – ปิดหมู่บ้านเสม็ด ต.หนองเต็ม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า 14 วัน

0

บุรีรัมย์ – คำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ที่ ๑๖ /๒๕๖๔ เรื่อง การดำเนินการค้นหาเชิงรุก (Active Case Finding) ให้กับกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในจังหวัดบุรีรัมย์ (ฉบับที่ ๓)

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19 ในพื้นที่บ้านเสม็ด หมู่ที่ ๗ ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน ๔ ราย และพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน บขส. ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับชุมชนอื่นๆในพื้นที่ตำบลในเมืองและตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน ๘ ราย โดยมีผู้สัมผัสเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนมาก จังหวัดบุรีรัมย์จึงออกดำเนินการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เชิงรุกให้กับกลุ่มเสี่ยงต่างๆในพื้นที่เกิดโรคและพื้นที่เสี่ยง เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๗) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ (ฉบับที่๓) พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๖ (๑) ลงวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และข้อ ๗ (๑) (๔) ของกำหนดออกตามความในมาตรา แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑) ลงวันที่ ๒๕มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ในคราวประชุมฯ ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ จึงออกคำสั่ง ดังนี้

ข้อ ๑ กำหนดให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ โรงพยาบาลกระสังร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอกระสังดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เชิงรุกให้กับกลุ่มเสี่ยงอย่างน้อย ๒ ครั้ง ได้แก่ ประชาชนในพื้นที่บริเวณบ้านเสม็ด หมู่ที่ ๗ ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆในพื้นที่เกิดโรค ที่ไม่สามารถหาแหล่งโรคที่มาจากพื้นที่ระบาดได้อย่างชัดเจน และทุกคนในพื้นที่เกิดโรคจะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

ข้อ ๒ กำหนดให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๙ จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบุรีรัมย์ดำเนินการให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) เชิงรุกให้กับกลุ่มเสี่ยงอย่างน้อย ๑ ครั้ง ได้แก่ – ประชาชนในพื้นที่ชุมชน บขส. – ชุมชนต้นสัก – ชุมชนโคกกลาง – ชุมชนหนองแปบ – สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบุรีรัมย์ – วัดกลางพระอารามหลวง – วัดทุ่งโพธิ์ – บริษัท ขนส่ง จำกัด – ศูนย์นครชัยแอร์ จังหวัดบุรีรัมย์ – และตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ – ตลาดไนท์บาร์ซา – ตลาดค้าปลีก – ตลาดไนท์รมณ์บุรี – ตลาดค้าส่งและ ตลาดธารน้ำใจ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆในพื้นที่เกิดโรค ที่ไม่สามารถหาแหล่งโรคที่มาจากพื้นที่ระบาดได้อย่างชัดเจน และทุกคนในพื้นที่เกิดโรคจะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด ในระหว่างวันที่ ๒๗ – ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔

ข้อ ๓ กำหนดให้สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และบริษัทที่โอที จำกัด (มหาชน) จังหวัดบุรีรัมย์ อำนวยความสะดวกด้านสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นและบริการอินเทอร์เน็ตในจุดบริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) เชิงรุกตามข้อ ๒

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไปสั่ง ณ วันที่ ๑๖ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ (นายธัชกร หัตถาธยากูล) ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้กำกับการบริหารราชการใ นสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดบุรีรัมย์

บุรีรัมย์ – ทุบสถิติ!! คนบุรีรัมย์ลงทะเบียนรับวัคซีนแล้วกว่า 355,287 ราย

0

บุรีรัมย์ – ทุบสถิติ!! คนบุรีรัมย์ลงทะเบียนรับวัคซีนแล้วกว่า 355,287 ราย.

ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์เรื่องการป้องกันระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

เพื่อขอความร่วมมือให้ประชาชนทุกคน ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ที่มีภูมิลำเนาหรือบุคคลที่มาปฏิบัติงานในจังหวัดบุรีรัมย์ และหรือพักอาศัยในจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ทำการประเมินตนเอง และแสดงความจำนงต่อการรับวัคซีนโควิด – 19 ซึ่งสำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีช่องทางการดำเนินงานได้แก่

๑) ต่ออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในชุมชน/หมู่บ้านที่ท่านพักอาศัยอยู่ โดยกระบวนการ อสม. เคาะประตูบ้าน

.๒) ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ QR code BURIRAM IC หรือ

๓) แสดงความจำนงผ่านศูนย์ประสานงานรับบริการวัคซีนโควิด – 19 ในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน .ซึ่งเป็นระบบที่ทางจังหวัดบุรีรัมย์ได้ดำเนินการเพื่อปรับให้เหมาะสมกับการลงทะเบียนและการให้บริการวัคนของประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะการให้ อสม.เคาะประตูบ้านเพื่อสอบถามข้อมูลความต้องการที่เป็นจริง

แล้วเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขจะนำเข้าในฐานข้อมูลระบบ BURIRAM IC เพื่อจัดกลุ่มให้บริการตามนโยบาย ลดติดเชื้อลดตายในกลุ่มเสี่ยงให้เหมาะสมกับการป้องกันการระบาดและการเสียชีวิตให้มีประสิทธิภาพ .ซึ่งหลังดำเนินการได้มีประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์มีข้อมูลผู้ลงทะเบียนในระบบ BURIRAM IC แล้วทั้งสิน 355,287 ราย โดยแสดงความจำนงต้องการรับฉีดวัคซีนเบื้องต้น ณ วันที่ 10 พฤษภาคม ๒๕๖๔ จำนวน 214,770 ราย .

ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลนำเข้าระบบ MOPH IC ของกระทรวงสาธารณสุขในการวางแผนการฉีดวัคซีนของจังหวัดบุรีรัมย์ในลำดับถัดไปขอให้ประชาชนทุกคนในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ประเมินตนเอง และแสดงความจำนงต่อการรับวัคซีนโควิด – 19 ตามช่องทางที่กำหนดไว้ภายในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ฉบับที่ ๔ ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ต่อไป

บุรีรัมย์ – มติ คกก.โรคติดต่อจังหวัด “ต้องกักตัวทุกคน”

0

อัพเดทล่าสุด!!! 3 พฤษภาคม 2564 จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) กำหนดแนวทางและมาตรการคุมเข้า โดยใช้กลไกล EOC อำเภอและด่านชุมชน เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID 19) หลังจังหวัดประกาศต้องกักตัวทุกคนที่เข้าพำนักในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์

วันนี้ (3 พฤษภาคม 2564) เวลา 14.00 น. นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายพิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อซักซ้อมแนวทางและเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID 19) ระลอกใหม่ ตามประกาศ ศบค. และประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีมติให้กักตัวทุกคนที่เข้าพำนักในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ .นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ ในจังหวัดบุรีรัมย์มีประสิทธิภาพ ทันเหตุการณ์ ผู้ว่าราชการจังหัดบุรีรัมย์ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) จังหวัดบุรีรัมย์ ขึ้น เพื่อกำหนดแนวทาง /มาตรการของการจัดการเหตุการณ์ ติดตามสถานการณ์ จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม และวินิจฉัย ตัดสินใจสั่งการ

จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งขณะนี้ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจังหวัดได้มีคำสั่งกำหนดพื้นที่ควบคุม ที่คุ้มบ้านโนนเต่าทอง และคุ้มบ้านสาวเอ้ หมู่ที่ 2 และบ้านหนองไผ่ หมู่ที่ 12 ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอคูเมือง ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) จังหวัดบุรีรัมย์

จึงร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางและมาตรการให้ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ระดับอำเภอ ได้เฝ้าระวัง ติดตาม และร่วมปฏิบัติงานกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. ให้การลงพื้นที่ตรวจคัดกรอก ผู้ที่จะมาพำนักในพื้นที่ โดยให้กรอกแบบ ต.8 บร. และต้องกักกันตัว 14 วัน ปฏิบัติตามประกาศของทางจังหวัดบุรีรัมย์อย่างเคร่งครัดต่อไป

Source : https://www.facebook.com/216930065129976/posts/1990833427739622/?d=n

บุรีรัมย์-รมว.คมนาคม สั่ง ขสมก.ตรวจสอบกระแสดราม่าคนแน่นรถเมล์ เสี่ยงติดโควิด หลังลดเที่ยววิ่ง

0

บุรีรัมย์ 30 เม.ย.-รมว.คมนาคม สั่ง ขสมก.ตรวจสอบกระแสดราม่าคนแน่นรถเมล์ เสี่ยงติดโควิด หลังลดเที่ยววิ่ง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่เผยแพร่ภาพประชาชนแออัดอยู่บนรถโดยสารสาธารณะ หลังจาก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถโดยสารประจำทางทุกประเภทตั้งแต่วันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นประเด็นว่า จะทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกหรือไม่

โดยนายศักดิ์สยาม ได้แจ้งไปยังนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ ขสมก.ให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว รวมถึงแถลงข่าวให้สาธารณชนได้ทราบต่อไป ซึ่งนายสุระชัย ระบุว่า จะรับเรื่องนี้ไปดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์สยาม เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ยังคง Work from home อยู่ที่บ้านพัก จ.บุรีรัมย์ ตามนโยบายของรัฐบาล และยังไม่มีกำหนดว่าจะเดินทางมาทำงานที่กระทรวงในวันใด.-สำนักข่าวไทย

บุรีรัมย์ – บุรีรัมย์ประกาศตามหา 271 รายรับเงินสวัสดิการซ้ำซ้อน หาช่วยเหลือ

0

บุรีรัมย์ประกาศตามหา 271 รายรับเงินสวัสดิการซ้ำซ้อน หาช่วยเหลือ

วันที่ 24 มี.ค.64 กรณีนางบุญเลิศ เกยดอน อายุ 81 ปี อยู่เลขที่ 9 หมู่ 13 ต.เสม็ด อ.เมือง ถูก อบต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ยื่นฟ้องเรียกเอาเงินเบี้ยคนชราจำนวน 80,600 บาท คืนรัฐ

เนื่องจากนางบุญเลิศได้รับเงินสวัสดิการซ้ำซ้อน คือได้รับเงินสวัสดิการของลูกชายที่เป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน(อส.)ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อปี 2520 และได้รับเงินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และยังยื่นขอรับเงินเบี้ยคนชรากับ อบต.เสม็ด มานานกว่า 10 ปี ซึ่งถือว่าผิดระเบียบ ตามกระบวนการจะต้องเรียกเงินคืนกองคลัง โดยศาลได้นัดไกล่เกลี่ยนัดแรกในวันที่ 31 พ.ค.นี้

น.ส.อมรรัตน์ สติภา นิติกรสำนักงานยุติธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า จากข้อมูลที่ค้นหามาก่อนหน้านี้พบว่า จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้รับเงินสวัสดิการซ้ำซ้อน มีทั้งอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ ,ผ่อนชำระจนหมดแล้ว ทั้งหมดรวม 291 ราย แต่ค้นหาได้เพียง 20 รายเท่านั้น

จึงอยากจะฝากประกาศไปยังผู้ที่มีญาติ ที่อยู่ในข่ายรับเงินสวัสดิการซ้ำซ้อนคือรับเงินเยียวยาช่วยเหลือจากบุตรที่รับราชการ อยู่แล้ว และรับเงินเบี้ยคนชราซ้ำอีก ให้ติดต่อสอบถาม โทร..044-602309 ยุติธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อจะหาแนวทางการช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการ

Source : https://www.matichon.co.th/region/news_2639660

เร่งช่วยเกษตรกรถูกเบี้ยวค่าข้าวโพด นายหน้ายันไม่ได้โกง บริษัทอ้างระบายผลผลิตไม่ได้ แต่พร้อมจ่ายให้ทุกคนที่ค้าง

0

บุรีรัมย์ – หลายหน่วยงานรุดไกล่เกลี่ยช่วยเหลือเกษตรกร อ.ปะคำ บุรีรัมย์ กว่า 100 ราย ถูกบริษัทค้างจ่ายค่าข้าวโพดหวานมากกว่า 5 ล้าน นายหน้ายันไม่ได้โกง อ้างบริษัทระบายผลผลิตออกยังไม่ได้ จึงไม่มีเงินจ่าย ยันจ่ายให้ทุกคนที่ค้าง นัดเถ้าแก่เจ้าของโรงงานจะลงมาคุยด้วยตัวเอง เกษตรกรชี้หากยังยื้อพร้อมดำเนินคดี

วันนี้ (25 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีตัวแทนเกษตรกรบ้านปลื้มใต้ ม.9 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้นำเอกสารหลักฐานออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังได้รับความเดือดร้อนถูกเบี้ยวเงินค่าขายข้าวโพดหวานรายละตั้งแต่ 10,000-250,000 บาท รวมกว่า 100 ราย คิดเป็นเงินกว่า 5 ล้านบาท เป็นเวลานานเกือบ 1 ปีแล้ว พอสอบถามนายหน้าที่เป็นคนติดต่อซื้อขายระหว่างเกษตรกรกับทางโรงงานที่ จ.กาญจนบุรี อ้างว่าทางโรงงานยังไม่จ่ายเงินมาให้ สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรเป็นอย่างมากเพราะไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งยังมีภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเงิน ธ.ก.ส. กองทุนหมู่บ้าน และหนี้นอกระบบเพื่อมาลงทุนปลูกข้าวโพดคนละหลักหมื่นถึงหลักแสน เพราะหวังว่าจะได้เงินจากการขายข้าวโพดมาใช้จ่ายและชำระหนี้ แต่กลับมาถูกเบี้ยวต่อเนื่องมาเกือบปีนั้น

ล่าสุด นายเดชสกล อาดัม นายอำเภอปะคำ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ เกษตรกรอำเภอปะคำ และ สภ.ปะคำ ได้ลงพื้นที่ไปเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างนายหน้าที่เป็นคนติดต่อซื้อขายข้าวโพด และเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงิน โดยทางนายหน้ายืนยันว่าไม่ได้โกงเกษตรกรตามที่เข้าใจ แต่ทางบริษัทอ้างว่าปัญหาที่จ่ายเงินให้เกษตรกรล่าช้าเพราะระบายผลผลิตออกยังไม่ได้ ซึ่งทางบริษัทรับปากว่าจะหาเงินมาจ่ายให้เกษตรกรทุกราย

โดยได้นัดพูดคุยรายละเอียดกันอีกครั้งในวันที่ 29 มี.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งเถ้าแก่จากบริษัทจะมาพูดคุยด้วยตัวเองว่าจะสามารถจ่ายเงินค่าข้าวโพดให้เกษตรกรได้วันไหน ทำให้เกษตรกรเริ่มมีความหวังแต่ก็ยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์จนกว่าจะได้รับเงินที่ค้างอยู่ เพราะที่ผ่านมาให้ความหวังมาหลายครั้งแต่ก็เงียบหาย หวังว่าครั้งนี้ซึ่งมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาเป็นตัวกลางในการพูดคุยเจรจาช่วยเหลือ

หลังจากพูดคุยเจรจาเสร็จ ทางเกษตรกรผู้เสียหายพร้อมด้วยนายหน้าได้เดินทางไปที่ สภ.ปะคำ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะมาพูดคุยกันอีกครั้งในวันที่ 29 มี.ค.นี้ แต่หากไม่ได้ความกระจ่างหรือได้รับเงินจากทางบริษัทจะเดินเรื่องเอาผิดทางกฎหมายต่อไป

Source : https://mgronline.com/local/detail/9640000028517

บุรีรัมย์ – แม่เด็ก 7 ขวบ โกรธจัด เพื่อนเอายาลูกไปทิ้ง บุกถึงโรงเรียน บีบคอเด็กป.1 คู่กรณี เจ็บหนัก

0

แม่เด็ก 7 ขวบ โกรธจัด เพื่อนเอายาลูกไปทิ้ง บุกถึงโรงเรียน บีบคอเด็กป.1 คู่กรณี เจ็บหนัก

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านขี้เหล็ก ต.หัวฝาย อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ว่าหลานชายตัวเองอายุ 7 ขวบ ถูกคนในหมู่บ้านเข้าไปทำร้ายถึงในโรงเรียน จนต้องถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล

จากการตรวจสอบเด็กที่ได้รับบาดเจ็บชื่อน้องตาโต อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านขี้เหล็ก รักษาตัวอยู่ที่ที่โรงพยาบาลสตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มีรอยเล็บบริเวณลำคอ หน้าอกและใบหน้า ศรีษะบวมปูด จากแรงกระแทก

นายคำเบ้า ทองสุทธิ์ อายุ 60 ปี ตาของน้องตาโต เล่าว่า ตนมีอาชีพรับซื้อของเก่า และขายไก่ย่างหน้าโรงเรียน เมื่อเวลา 08.00 น.วานนี้ (24 มี.ค.) ได้รับแจ้งจากครูในโรงเรียนว่า น้องตาโต หลานตัวเอง ถูกผู้ปกครองเด็กทำร้ายร่างกาย จึงรีบเข้าไปดูพบว่าหลานนอนแน่นิ่ง จึงให้รถกู้ชีพในหมู่บ้านรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ผู้ที่ทำร้ายหลานชื่อ น.ส.ทิพย์ อายุประมาณ 30 ปี เป็นแม่ ด.ช.แคน อายุ 7 ปี ด้วยการบุกเข้าไปโรงเรียนในตอนเช้า แล้วปรี่เข้าไปทำร้ายหลานตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ส่วนสาเหตุทราบเมื่อวันที่ 23 มีนาคม หลังเที่ยงวัน หลานตัวเองไปเอายากระเพาะอาหารของน้องแคน ไปทิ้งถังขยะ 1 เม็ด หลังเลิกเรียนน้องแคน ได้ไปฟ้อง น.ส.ทิพย์ แม่น้องแคน พอรุ่งเช้าวันที่ 24 มีนาคม จึงขี่มอเตอร์ไซค์มาทำร้ายหลานตัวเอง

การกระทำดังกล่าวถึงว่ารุนแรงเกินไป ตอนนี้ได้เข้าไปแจ้งความไว้ ต่อ พ.ต.ท.ประยูร ฤทธิ์ตา สารวัตร (สอบสวน) สภ.แคนดง อ.แคนดง

สอบถาม ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) นักเรียนชั้น ป.6 ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุ เห็นแม่น้องแคน บิดรถมอเตอร์ไซค์มาเหมือนเร่งรีบ เมื่อจอดรถเห็นน้องตาโต ยืนอยู่ จากนั้นแม่น้องแคน ปรี่เข้าไปทำร้ายน้องตาโต ทันที โดยไม่ได้มีการซักถาม สาเหตุมาจากน้องตาโต เอายากระเพาะของน้องแคนไปทิ้ง

ส่วนนางทิพย์ คนก่อเหตุปิดบ้านเงียบ ไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ

Source : https://www.matichon.co.th/region/news_2640991

บุรีรัมย์ – จัดงานมหกรรมกัญชา กัญชง ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ขานรับการปลดล็อก ส่วนของพืชกัญชา กัญชง ออกจากยาเสพติด พร้อมชู “บุรีรัมย์โมเดล”

0

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับจังหวัดบุรีรัมย์ จัดงานกัญชา กัญชง 360 องศาเพื่อประชาชน ขานรับการปลดล็อก ส่วนของพืช ออกจากยาเสพติด พร้อมชู “บุรีรัมย์โมเดล” สนับสนุนการใช้ประโยชน์กัญชากัญชง ทั้งทางการแพทย์ และเศรษฐกิจ


วันนี้ (05 มี.ค. 64) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงสารณสุข นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดงาน กัญชา กัญชง 360 องศาเพื่อประชาชน ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ ให้การต้อนรับ มีประชาชนให้ความสนใจเดินทางไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก
สำหรับการจัดงานกัญชา กัญชง 360 องศาเพื่อประชาชน

กระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) องค์การเภสัชกรรม กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม 2564 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอกิต ต่อยอดจากการจัดงาน “พันธุ์บุรีรัมย์” ในครั้งแรก สู่มหกรรมกัญชากัญชงระดับประเทศ โดยมีจังหวัดบุรีรัมย์เป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์และส่งเสริมให้กัญชาและกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ

ภายหลังการพิจารณาปลดล็อกส่วนของพืชกัญชา กัญชง ได้แก่ ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก กิ่ง ก้าน ลำต้น เปลือก ราก และเส้นใย สารสกัดที่มีสาร ซีบีดี (CBD) เป็นส่วนประกอบ รวมถึงกากที่เหลือจากการสกัด ซึ่งจะต้องมีสารทีเอชซี (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 เมล็ดกัญชง น้ำมันและสารสกัดจากเมล็ดกัญชง ออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 มีผลทำให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ส่วนประชาชนสามารถใช้ส่วนต่างๆ ของกัญชา กัญชง ไปประกอบอาหาร ทำยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์ต่างๆ


กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย การให้คำปรึกษา การรักษาผู้ป่วยทั้งด้านแพทย์แผนไทย แพทย์แผนปัจจุบัน การบรรยายให้ความรู้ให้ความรู้เรื่องของกัญชากัญชง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทุกมิติเพื่อเปิดกว้าง เช่น กฎหมายยาเสพติด เทคนิคการใช้กัญชารักษาโรคได้ผล การปลูกบ้านละ 6 ต้น การนำกัญชา กัญชงไปใช้ประโยชน์ภายใต้กฎหมายใหม่ การใช้กัญชาดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง พืชเศรษฐกิจความหวังใหม่สู่โอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทย การจดแจ้งเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกัญชง การพัฒนากัญชา กัญชงในอุตสาหกรรม เทคโนโลยีนวัตกรรมการสกัด CBD 99 เปอร์เซ็น


นอกจากนั้นแล้วยังมีนิทรรศการให้ความรู้ ลงมือปฏิบัติในการนำใบกัญชาไปเป็นส่วนของผสมในอาหาร และเครื่องดื่ม เครื่องสำอางค์ ภายใต้กฎหมายใหม่ การนำเส้นใยกัญชง ไปถักทอเป็นทำเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม กระเป๋า แฟชั่นต่างๆ ต้นแบบการปลูกกัญชา 6 ต้นที่โนนมาลัย อำเภอคูเมือง การปลูกกัญชาในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

บุรีรัมย์ – ลุงกระบะปาดหน้าเบียดจยย.ล้มโร่พบตร.ที่แท้เป็นคนขับรถรพ.

0

ความคืบหน้ากรณีที่รถกระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ สี่ประตู สีขาว ขับปาดหน้าเบียดรถจักรยานยนต์ 3 แม่ลูกที่ซ้อมกันมาจนล้ม ที่บริเวณหน้าปั้มน้ำมันบางจาก ถนนสายบุรีรัมย์ประโคนชัย ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อเวลาประมาณ07.00น. วานนี้ (2มี.ค.) จนทำให้ 3 แม่ลูกได้รับบาดเจ็บ โดยกล้องวงจรปิดของปั้มน้ำมันดังกล่าวสามารถบันทึกภาพอุบัติเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน

โดยในคลิปจะเห็นว่ารถยนต์กระบะ ได้ขับตีคู่กับรถจักรยานยนต์มา แต่พอถึงหน้าปั้มรถกระบะก็เลี้ยวปาดหน้าเบียดรถจักรยานยนต์ซึ่งจะขับไปทางตรง จนทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มกระแทกพื้นอย่างแรง เคราะห์ดีที่ล้อหลังไม่เหยียบศรีษะลูกคนโตที่ซ้อนท้าย

จากนั้นคนขับกระบะสวมเสื้อสีส้มก็ลงจากรถมายืนดู แต่กลับไม่ช่วยเหลือหรือถามอาการผู้บาดเจ็บสักคำ มีเพียงพนักงานในปั้มวิ่งเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บแล้วโทรแจ้งกู้ภัยฯ ให้มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่ช่วงชุลมุนที่กำลังช่วยเหลือคนเจ็บจู่ๆ ลุงคนขับกระบะก็เดินขึ้นรถทำเนียนไปเข้าห้องน้ำในปั้ม ก่อนจะขับหลบหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั่งมีการนำคลิปไปโพสต์ในโซเชียล เพื่อให้ช่วยตามรถกระบะคันก่อเหตุมารับผิดชอบ

3 มีนาคม  2564  คนขับรถกระบะคันที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ก็ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์แล้ว ทราบชื่อคือ นายชัยศักดิ์ โพธิ์ประไพ อายุ 58 ปี เป็นพนักงานขับรถของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้เดินทางมาพร้อมกับภรรยา โดยนายชัยศักดิ์ ยอมรับว่าเป็นคนขับรถกระบะที่ปรากฎตามคลิป แต่ยืนยันว่าไม่ได้เจตนาจะหลบหนี

พร้อมชี้แจงว่าวันเกิดเหตุตนเองกำลังจะขับรถไปหาหมอที่ รพ.บุรีรัมย์ เพื่อเจาะเลือด และรับยาโรคไตตามที่หมอนัด เพราะป่วยเป็นโรคไตมากว่า10ปีแล้ว ปกติจะฟอกไตที่ รพ.สัปดาห์ละ3วัน แต่พอมาถึงหน้าปั้มเกิดปวดท้องหนักก็จะเลี้ยวเข้าห้องน้ำที่ปั้มน้ำมัน

แต่เกิดเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ก็จอดรถลงไปดูและสอบถามน้องผู้หญิงซึ่งน่าจะเป็นลูกสาวว่าเป็นอะไรมั้ยน้องก็ตอบว่าไม่เป็นไรค่ะ จากนั้นก็เห็นพนักงานปั้มวิ่งเข้ามาช่วยหลายคนจึงไม่ได้เข้าไปช่วย ประกอบกับสภาพร่างกายของตนเองก็ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงเพราะป่วยโรคไต จึงไม่ได้เข้าไปช่วยยกรถ จยย.ที่ล้ม แล้วเห็นว่าจุดเกิดเหตุอยู่ทางเข้า-ออก กลัวรถจะขวางทางประกอบกับตอนนั้นปวดท้องแรงมาก

จึงตัดสินใจขับไปเข้าห้องน้ำในปั้ม แต่พอออกมาก็ไม่เห็นใครแล้วจึงไปถามพนักงานในปั้มก็บอกว่า มีรถกู้ภัยฯ นำส่งโรงพยาบาลแล้วก็เข้าใจว่าไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก ตนจึงขับไปหาหมอเพื่อเจาะเลือดและรับยาตามนัด เพราะหมอนัดไว้8โมง จากนั้นก็กลับบ้าน แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยอมรับผิดและพร้อมจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งซ่อมรถ จยย. และค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้เสียหาย

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยไกล่เกลี่ยกันนายชูศักดิ์ ก็รับปากจะซ่อมรถจักรยานยนต์ให้ พร้อมจ่ายค่าทำขวัญให้ทั้ง3แม่ลูกจำนวน15,000บาท โดยรับปากจะจ่ายให้ไม่เกินวันที่10เม.ย.2564

 ด้าน น.ส.ภคินี วิเศษสวัสดิ์ ผู้เสียหาย บอกว่า หลังจากที่ทางคู่กรณีรับปากจะซ่อมรถจักรยานยนต์ และจ่ายค่ารักษาหรือค่าทำขวัญให้ตนและลูกทั้ง3คน จำนวน15,000บาท ก็พอใจเพราะก็ไม่ได้อยากให้เรื่องยืดยาว แค่รู้สึกโกรธที่ทำไมไม่ช่วยเหลือแถมยังหลบหนีอีก ส่วนเรื่องคดีก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สื่อ และโซเชียลต่างๆ รวมถึงพนักงานปั้มที่ช่วยเหลือด้วย 

Source : www.msn.com /th-th/news/national/%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A3%E0%B8%9E/ar-BB1ebRgM