หลวงปู่ปรีดา ฉนฺทกโร
วัดแสงอรุณ(วัดป่าดานวิเวก)
อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ

เมตตาให้ตัวแทนโดยคุณเยี่ยม มอบเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์ รอบที่ 2 รวมจำนวนเงิน 5,610,000 บาท โดยครั้งที่ 1 มอบเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์ 6,600,000 บาท รวมทั้งสิ้น 12,210,000 บาท

มอบให้ครั้งที่ 1

เมตตาให้ตัวแทนโดยคุณเยี่ยม มอบเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์ รอบที่ 1 รวมจำนวนเงิน 6,600,000บาท รายการดังนี้

เครื่องช่วยหายใจควบคุมด้วยปริมาตรและความดันจำนวน 10 เครื่องเป็นเงิน 4,000,000 บาท

ชุดผ่าตัดสำหรับถ่างสมองและยึดกะโหลกศีรษะ 980,000 บาท
ตู้อบเด็กชนิดควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติจากผิวหนังเด็กจำนวน 3 เครื่องราคาเครื่องละ 540,000

รวมจำนวนเงิน 6,600,000

มอบให้ครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น.

หลวงพ่อปรีดา ฉนฺทกโร (หลวงปู่ทุย) วัดแสงอรุณ (วัดป่าดานวิเวก) จ.บึงกาฬ มอบหมายให้ผู้แทน มาทำพิธีรับมอบการบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลบุรีรัมย์

โดยมีรายการดังต่อไปนี้
1. ชุดผ่าตัดจอประสาทตา จำนวน 2 ชุด มูลค่า 300,000 บาท
2. ชุดเลนส์ขยายภาพสำหรับผ่าตัดจอประสาทตาแบบไฟฟ้า 1 ชุด ราคา 710,000 บาท
3. เครื่องตรวจตา พร้อมกล้องถ่ายระบบดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 900,000 บาท
4. เครื่องช่วยหายใจสำหรับทารกแรกเกิดชนิดความถี่สูง จำนวน 1 เครื่อง ราคา 1,400,000 บาท
5. เครื่องดมยาสลบพร้อมเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องตรวจวัดคาร์บอนไดออกไซด์และยาดมสลบในลมหายใจออก สำหรับการผ่าตัดใหญ่ซับซ้อน จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 1,900,000 บาท
6. หัว Probe Ultrasound สำหรับตรวจหน้าท้อง จำนวน 1 หัวตรวจ มูลค่า 400,000 บาท

รวมมูลค่าทั้งสิ้น 5,610,000 บาท

โดยมี นพ.ไกรวุฒิ สุขสนิท รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เป็นตัวแทนรับมอบ
ณ ห้องประชุมพนมเทวาลัย ศาลา 60 ปี #ที่มา : ปฏิคม รพ.บุรีรัมย์

หลวงปู่ทุย หรือ พระอาจารย์ปรีดา ฉนฺทกโร จากวัดป่าดานวิเวก อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ท่านเป็นพระธรรมยุตสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ศิษย์รุ่นน้องหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และ หลวงปู่ทองพูล สิริกาโม หลวงปู่ทุยขึ้นชื่อว่าเป็นพระป่าที่ยังคงรักษาข้อวัตร ปฏิปทา และธรรมเนียมของพระป่าได้อย่างดี ท่านเคยเป็นพระอาจารย์ให้กับพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อครั้งที่ท่านออกบวชในปีพ.ศ. 2547

วัดป่าดานวิเวก ตั้งอยู่ที่อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ภายในมีเพียงอาคารเสนาสนะ ประกอบด้วยกุฎิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ที่สร้างด้วยไม้ และเรือนปฏิบัติธรรมของฆราวาส ถึงแม้ว่าหลวงปู่ทุยจะมีกิตติศัพท์ในเรื่องของความดุ เจ้าระเบียบ และความเคร่งครัด แต่ก็มีความเมตตาต่อลูกศิษย์มากมาย เพราะท่านตั้งใจจะยึดปฏิบัติตามแบบโบราณ ยึดกับของเก่า ไม่ใช้เทคโนโลยี เนื่องจากท่านเห็นว่าเทคโนโลยีเข้ามาจะเป็นผลเสีย คนสมัยนี้วิ่งเร็วเกินตัวเองไปมาก อันตราย ภายในวัดจะไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา พระสงฆ์และเณรใช้แสงไฟจากตะเกียงและน้ำบาดาลเท่านั้น ดังนั้นในวัดจึงไม่มีการบอกบุญ เรี่ยไร หรือตั้งตู้รับบริจาคใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ข้อห้ามอย่างหนึ่งที่หลวงปู่ทุยห้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ ห้ามถ่ายภาพตัวท่านและภายในวัดเป็นอันขาด เพราะท่านไม่เห็นว่าจะเกิดประโยชน์อันใด

ถึงแม้ว่าท่านจะขึ้นชื่อในความดุและเจ้าระเบียบ แต่กระนั้นก็ยังคงมีพระและสามเณรหลั่งไหลเข้ามาจำพรรษาเพื่อศึกษาธรรมจากหลวงปู่ทุยอย่างไม่ขาดสาย ตั้งแต่ก่อตั้งวัดป่าดานวิเวกหลวงปู่ทุยได้จัดงานทอดผ้าบังสุกุลเพียงครั้งเดียวเมื่อปีพ.ศ. 2550 ในครั้งนั้นหลวงตามหาบัวเป็นผู้มารับผ้าป่า และอีกครั้งหนึ่งเมื่อปีพ.ศ. 2556 ในครั้งนั้นหลวงพ่อทุยได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เพื่อเป็นสิริมงคลในงานมอบเครื่องมือแพทย์แก่โรงพยาบาลหนองคาย โดยมีพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นองค์ประธาน

หลวงปู่ทุยเคยสอนหลักธรรมง่าย ๆ แต่แสดงให้เห็นถึงวัตรปฏิบัติอันงดงามของท่าน ได้แก่

“โยมไม่ต้องมาบริจาคเงินให้วัด โยมเอาเงินไปให้พ่อแม่ได้บุญมากกว่าเอามาให้วัด เรื่องเงินไม่สำคัญ ฆารวาสมีศีล 5 ก็พอ”

“โยมอย่าเอาไฟฟ้าเข้าวัด เพราะจะทำให้พระต้องมีค่าใช้จ่าย พระไม่มีรายได้ อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าดีกว่า”

“โยมมาที่วัดขออย่าอึกทึกเสียงดัง มาอยู่วัดให้ทำสมาธิฝึกจิต ได้บุญกว่ามานั่งกราบพระ”

พุทธศาสนิกชนบางท่านอาจจะคิดว่าการทำบุญต้องใช้เงินทำบุญเป็นจำนวนมาก จนลืมไปว่าแท้จริงแล้วต้องใช้ธรรมะเป็นที่พึ่ง เหมือนดั่งที่พระพุทธวจนะที่กล่าวไว้ว่า พวกเธอทั้งหลาย จงมีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ จงมีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ

ข้อมูลจาก www.goodlifeupdate.com