วันศุกร์, กรกฎาคม 30, 2021

บุรีรัมย์ – โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ กำลังมีโครงการก่อสร้างอาคารเรียนที่จังหวัดบุรีรัมย์

Must Read

บุรีรัมย์ – รวบแล้ว! มือกระชากกระเป๋า รับจำครั้งไม่ได้แต่ทำประจำ 3 จว.

ตำรวจ สภ.พุทไธสง บุรีรัมย์ รวบตัวได้แล้ว คนร้ายตระเวนขับรถประกบเหยื่อ เลือกผู้หญิง แล้วกระชากกระเป๋าสะพาย เป็นชาวขอนแก่น สารภาพทำมานับครั้งไม่ได้ จะเลือกหาเหยื่อเป็นผู้หญิงแล้วลงมือ ผกก.เผย มีผู้เสียหายเขตรอยต่อ 3 จังหวัดเตรียมทยอยมาชี้ตัวแล้ว   วันที่ 27 พ.ค.64 พ.ต.อ.สมยศ พื้นชัยภูมิ ผกก.สภ.พุทไธสง...

บุรีรัมย์ – กองปราบรวบหนุ่มหึงโหดยิงแฟนสาวเจ็บสาหัส

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.64 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3...

บุรีรัมย์ – เรียเจือน การลงทัณฑ์จากเงามืดบนดวงจันทร์อันไกลโพ้น

บุรีรัมย์ - แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันวิสาขบูชา อีกหนึ่งวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา แต่ก็เป็นวันที่มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่าง “จันทรุปราคา” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “กบกินเดือน” หรือ “แคเรีย” ในภาษาเขมรบุรีรัมย์อีสานใต้แคเรีย แคแปลว่า เดือน,ดวงจันทร์ เรีย แปลว่า การค่อยๆแผ่ปกคลุมทาบทับ,ค่อยเป็นค่อยไป แคเรีย จึงหมายถึงการที่เงาค่อยๆทาบทับดวงจันทร์ ถูกเรียกขานกันมาตามความเชื่อโบราณของชาวบ้านที่เชื่อกันมานมนาน...

บุรีรัมย์ถูกหวย 5 คนรวด รางวัลที่ 1 ทุกใบรับไปคนละ 6 ล้าน

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.บุรีรัมย์มีคนดวงเฮงถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 กันอย่างถ้วนหน้าถึง 5 คน รับเงินรางวัลคนละ 6 ล้านบาท รายแรก คือ นางทองศรี สินธร อายุ 52 ปี  ชาว ต.กลันทา อ.เมือง ภรรยาผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.กลันทา ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 68579  งวดประจำวันที่ 16 พ.ค. เบื้องต้นได้นำสลากที่ถูกรางวัลไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ไว้เป็นหลักฐานแล้ว นางทองศรี กล่าวว่า ก่อนหวยออก 1 วัน...

บุรีรัมย์ – ปิดหมู่บ้านเสม็ด ต.หนองเต็ม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า 14 วัน

บุรีรัมย์ - คำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ที่ ๑๖ /๒๕๖๔ เรื่อง การดำเนินการค้นหาเชิงรุก (Active Case Finding) ให้กับกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในจังหวัดบุรีรัมย์ (ฉบับที่ ๓) ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019...
- Advertisement -

- Advertisement -

บุรีรัมย์ – โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ กำลังมีโครงการก่อสร้างอาคารเรียนที่จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณถนนเส้นทางไปชุมเห็ด

- Advertisement -

สำหรับ“โรงเรียนในเครือสารสาสน์” โรงเรียนที่เคยมีรายได้เป็นอันดับ 1 ของประเทศโดยมีนายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ จากวันแรกมีนักเรียนเพียง 400 คน กระทั่งปัจจุบันมีนักเรียนกว่า 90,000 คน สู่โรงเรียนที่เคยได้ชื่อว่ามีรายได้มากที่สุดในประเทศ เผยเหตุผลสร้างโรงเรียนเพราะต้องการให้ครูมีรายได้.

- Advertisement -

นายพิบูลย์ มาจากครอบครัวที่เป็นสัตบุรุษ วัดนักบุญมาการีตา บางตาล มีพี่น้อง 9 คน เขาต้องไปอยู่บ้านเณรที่ “สามเณราลัยแม่พระนิรมลราชบุรี” หรือเด็กวัดในศาสนาคริสต์ เขาเรียนที่โรงเรียนบางตาล แล้วย้ายไปเรียนที่โรงเรียนดรุณานุเคราะห์ บางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม จนจบมัธยมฯ 6 เริ่มต้นชีวิตครูครั้งแรกตั้งแต่อายุ 18 ปี ที่ดรุณานุเคราะห์.

เป็นครูอยู่เกือบปี เขาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มุ่งมั่นจะมาเรียนต่อด้านก่อสร้าง แต่ไม่มีเงิน สุดท้ายต้องกลับเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพครูอีกครั้งที่โรงเรียนเปรมฤดี สอนไปด้วย เรียนไปด้วย โดยสอบเทียบวุฒิ ม.8 วัดสุทัศน์ฯ แล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สอนที่เปรมฤดีได้ 9 ปี พิบูลย์ตัดสินใจออกมาร่วมหุ้นกับเพื่อนทำโรงเรียนแห่งแรก คือ สารสาสน์พิทยา สาธุประดิษฐ์ เป็นทั้งผู้บริหาร ครูใหญ่ ครูน้อย ออกข้อสอบ พิมพ์ข้อสอบ ทำไปทำมาเพื่อนถอนหุ้นหมด.

ปี 2512 พิบูลย์ ชวนพี่สาวมาร่วมหุ้น เช่าที่ของกรมธนารักษ์ สร้างโรงเรียนแห่งที่ 2 คือ สารสาสน์พัฒนา ลุยอยู่ 2 ปี ไม่มีกำไร พี่สาวตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมด ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เพราะหากทำแค่โรงเรียนสายสามัญ เก็บค่าเล่าเรียนเทอมละ 450 บาท ไม่มีทางได้กำไรคืนทุนแน่ เขาหันไปลงทุนเปิดโรงเรียนพาณิชย์สาธุประดิษฐ์ เนื่องจากโรงเรียนพาณิชย์สามารถเก็บค่าเล่าเรียนได้ถึง 3,000 บาท เริ่มปีแรกมีเด็กสมัครเรียนเพียง 80 คน ปีต่อๆ มามีเด็กจบ ม.3 มาสมัครเกือบ 500 คน ประกอบกับแนวคิดเรื่องการเรียนสายอาชีพเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้โรงเรียนพาณิชย์สร้างรายได้เติบโต อย่างต่อเนื่องและจุนเจือโรงเรียนสายสามัญทั้งสองแห่ง.

พิบูลย์มองไปไกลอีกว่า โรงเรียนต้องมีการพัฒนาด้านภาษา เขาจัดการส่งลูกชาย 2 คนไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนั่นเป็นที่มาของการทดลองเปิดหลักสูตรภาษาอังกฤษ “เอ็กซ์ตร้า” ที่ “สารสาสน์พิทยา” ก่อนเปิดเป็นโรงเรียนสองภาษาแห่งแรกใช้ชื่อว่า สารสาสน์เอกตรา เมื่อปี 2537.

การเปิดโรงเรียนสองภาษาถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ “สารสาสน์” เนื่องจากหลักสูตรสองภาษา สามารถเพิ่มอัตราค่าเล่า เรียนแบบก้าวกระโดดจากไม่กี่ร้อยบาทเป็นปีละ 20,000 บาท ขณะเดียวกัน ปรับเพิ่มวิชาภาษาอังกฤษในหลักสูตรสายสามัญ โดยคิดค่าเรียนเพิ่มจากปกติอีก 4 วิชา 4,000 บาท เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกได้เรียนภาษาอังกฤษเข้มข้นขึ้น เพียงแต่มีเงื่อนไขคือ ใช้ครูไทยเป็นผู้สอน ไม่ใช่ครูต่างชาติเหมือนหลักสูตรสองภาษา.

จากโรงเรียนสายสามัญแห่งแรกที่สารสาสน์พัฒนา ค่าเทอมเทอมละ 450 บาท วันนี้เพิ่มเป็น 3,000 บาท บวกวิชาภาษาอังกฤษอีก 4 วิชา 4,000 บาท หลักสูตรสองภาษาจากปีละ 20,000 บาท เป็น 50,000-60,000 บาท ล่าสุด พิบูลย์เริ่มเปิดหลักสูตรนานาชาติที่สารสาสน์วิเทศบางบอน คิดค่าเล่าเรียนปีละ 1 แสนบาท เพื่อขยายตลาดในกลุ่มชนชั้นกลาง.

จนถึงล่าสุด เครือสารสาสน์มีโรงเรียนทั้งหมดเเกือบ 50 แห่ง(ปี2555) แบ่งเป็นโรงเรียนหลักสูตรสองภาษา หลักสูตรสามัญและหลักสูตรอาชีวศึกษาอีก โดยเฉพาะช่วง 20 ปีหลัง สารสาสน์ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ทั้งการสร้างโรงเรียนและซื้อกิจการโรงเรียนเก่ามาทำใหม่.

นายพิบูลย์เคยได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเลือกทำเลเอง ผมมีนายหน้าหาที่ดินแล้วก็นั่งรถไปดูที่ อย่างเวลานี้เป็นยุคของหมู่บ้านจัดสรร คนซื้อบ้านต้องมีครอบครัว มีลูกก็ต้องไปโรงเรียน หมู่บ้านจัดสรรต้องอาศัยโรงเรียน บางแห่งมีกฎข้อบังคับต้องเหลือที่ดิน 7-8 ไร่ เปิดโรงเรียนเพื่อแลกสิทธิประโยชน์บีโอไอ ไม่ต้องเสียภาษี ที่หมู่บ้านสยาม พระสมุทรเจดีย์ ก็แบบนี้ ผมเปิดโรงเรียนสารสาสน์สมุทรสารมีเด็กร่วม 3,000 คน”.

สำหรับการลงทุนโรงเรียนแห่งหนึ่งใช้เงินไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน 20-30 ไร่ ประมาณร้อยกว่าล้าน ก่อสร้างอาคารอีก 70-80 ล้านบาท พิบูลย์บอกว่า ธนาคารยินดีปล่อยเงินกู้อย่างต่อเนื่อง เพราะมีหลักประกันด้านรายได้จากหลักสูตรสองภาษา ต้องการเงินลงทุนก็กู้ ปีหนึ่งเสียดอกเบี้ยปีละ 70 ล้านบาท.

นายพิบูลย์เคยยอมรับว่า สารสาสน์โตได้เพราะสองภาษา ถ้าเปิดสอนเฉพาะสายสามัญ อาศัยเพียงเงินค่าเทอมไม่กี่พันบาทและเงินอุดหนุนจากรัฐ ไม่มีทางขยายสาขาได้มากมาย จากนักเรียนสารสาสน์พิทยารุ่นแรกเพียง 400 คน วันนี้เครือสารสาสน์ทั้งหมดเกือบ 50 แห่ง มีนักเรียนรวมกว่า 90,000 คน เพิ่มขึ้นปีละ 4,000-5,000 คน .

ซึ่งหมายถึงสารสาสน์ยังขยายได้อีกไม่จำกัด แต่ปัจจัยสำคัญมาจากคุณภาพและการไม่หวังกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว เขาขยายโรงเรียนสารสาสน์ไม่หยุดไม่ใช่ไม่รู้จักพอ ทั้งที่โรงเรียนแห่งเดียวก็กินใช้ได้ไม่หมด แต่ทำเพราะครูส่วนใหญ่ยังลำบาก อยากช่วยครูมีรายได้ ครูมีเงินซื้อรถยนต์ อยู่ดีกินดี จุดสูงสุดคือ ครูมีรายได้ดี โรงเรียนไปได้ดี และเด็กมีคุณภาพ ทั้งหมดมาจากความเป็นครูที่เริ่มจาก “ศูนย์” ทำให้ “สารสาสน์” ขยายใหญ่โตได้อย่างทุกวันนี้ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000100339

- Advertisement -
- Advertisement -

Latest News

บุรีรัมย์ – รวบแล้ว! มือกระชากกระเป๋า รับจำครั้งไม่ได้แต่ทำประจำ 3 จว.

ตำรวจ สภ.พุทไธสง บุรีรัมย์ รวบตัวได้แล้ว คนร้ายตระเวนขับรถประกบเหยื่อ เลือกผู้หญิง แล้วกระชากกระเป๋าสะพาย เป็นชาวขอนแก่น สารภาพทำมานับครั้งไม่ได้ จะเลือกหาเหยื่อเป็นผู้หญิงแล้วลงมือ ผกก.เผย มีผู้เสียหายเขตรอยต่อ 3 จังหวัดเตรียมทยอยมาชี้ตัวแล้ว   วันที่ 27 พ.ค.64 พ.ต.อ.สมยศ พื้นชัยภูมิ ผกก.สภ.พุทไธสง...

More Articles Like This

- Advertisement -