วันอังคาร, กันยายน 27, 2022

50 ปี จากวิทยาลัยครู สู่ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

Must Read

- Advertisement -

วิทยาลัยครู

- Advertisement -

มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ได้เริ่มก่อตั้งเป็น “วิทยาลัยครูบุรีรัมย์” ด้วยความต้องการของทางราชการและประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ (นายสุรวุฒิ บุญญานุสาสน์) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งนี้เพื่อสนองความต้องการของประเทศที่กำลังขาดแคลนครูอย่างหนัก จึงต้องเร่งรัดการผลิตครูให้เพียงพอแก่ความต้องการ วิทยาลัยครูได้เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2514 โดยได้รับงบประมาณ (ปีงบประมาณ 2515) จานวน 9 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารเรียน 1 หลัง ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านถนน ไฟฟ้า และประปา เป็นต้น

https://www.bru.ac.th/history-th/
- Advertisement -

การก่อสร้างได้เริ่มขึ้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2514
คณะผู้ร่วมดำเนินการระยะแรกคือ อาจารย์วิชชา อัตศาสตร์ (ต่อมาได้เป็นอาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ และเป็นอธิการคนแรกของวิทยาลัยครูบุรีรัมย์) อาจารย์ ดร.พล คาปังค์ อาจารย์ณรงค์ วิชาเทพ และ อาจารย์เจนวิทย์ ผาสุก วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ได้เปิดรับนักศึกษาครั้งแรกในปีการศึกษา 2515 โดยเปิดสอนนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) และในปีการศึกษา 2516 วิทยาลัยได้เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง(ป.กศ.ชั้นสูง) ทั้งภาคปกติและภาคคำ่

https://www.bru.ac.th/history-th/
- Advertisement -

ปี พ.ศ. 2519 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ได้รับการยกฐานะให้เป็นวิทยาลัยครู
ตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นผลให้เปลี่ยนชื่อตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดเป็น “อธิการ” เปลี่ยนรูปแบบองค์กรทางวิชาการจากหมวดวิชาเป็นคณะวิชา ภาควิชา และสำนักงานอธิการ มีการเปิดสอนตามหลักสูตรใหม่ของสภาการฝึกหัดครู ซึ่งเปลี่ยนระบบ 3 ภาคเรียน มาเป็น 2 ภาคเรียน

https://www.bru.ac.th/history-th/

ปีการศึกษา 2521 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ได้เปิดสอนระดับปริญญาตรี 2 ปีหลัง (ค.บ.) เป็นรุ่นแรก
โดยเปิดสอนภาคปกติ 6 วิชาเอก คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย พลศึกษา สังคมศึกษา ศิลปศึกษาและวิทยาศาสตร์ทั่วไป และได้เปิดระดับปริญญาตรี 2 ปีหลัง ให้กับครูประจาการในวันเสาร์และวันอาทิตย์ (ในภาคเรียนที่ 2) ปีการศึกษา 2521 ด้วยโดยเรียกว่า “โครงการอบรมครูประจำการ” (อคป.) ในปีการศึกษาต่อมา ได้เปิดศูนย์ให้การศึกษาสาหรับครูประจำการที่โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย จังหวัดร้อยเอ็ด

https://www.bru.ac.th/history-th/

ปีการศึกษา 2524 วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ได้เปิดหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.) 4 ปี เป็นครั้งแรก
วิชาเอกที่เปิดคือ ภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ทั่วไปเปิดสอนหลักสูตรใหม่ในระดับ ป.กศ. ชั้นสูงอีก 3 วิชาเอก คือบรรณารักษศาสตร์ พัฒนาชุมชน และสหกรณ์ พร้อมกับงดรับนักศึกษาในระดับ ป.กศ.

ปีการศึกษา 2527 มีการขยายฐานการศึกษาไปเป็น “เทคนิคการอาชีพ”
ได้เปิดสอนเทคนิคการอาชีพระดับ ป.กศ. ชั้นสูง หลายสาขาคือ การอาหาร ก่อสร้าง กสิกรรม ศิลปกรรม เป็นต้น

ปี พ.ศ. 2527 ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ซึ่ง พ.ร.บ. ใหม่นี้ ทำให้วิทยาลัยครูสามารถเปิดสอนวิชาเอกอื่นนอกจากสายครุศาสตร์ได้ ทั้งในระดับอนุปริญญา และปริญญาตรีในหลายสาขาวิชา เช่น สัตวบาล เศรษฐศาสตร์สหกรณ์ พัฒนาชุมชน เป็นต้น และเมื่อผู้เรียนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี จะได้รับปริญญาใน 3 หลักสูตร คือ ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) ศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) และวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.)

สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์

https://www.bru.ac.th/history-th/

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ” แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ และทรงมีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญตราพระราชลัญจกรมาเป็นตราของสถาบัน

ปี พ.ศ. 2538 มีพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ นำมาใช้แทนพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู จึงได้เปลี่ยนชื่อวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ เป็นสถาบันราชภัฏบุรีรัมย์” ตำแหน่งอธิการเปลี่ยนเป็น “อธิการบดี” คณะวิชาเป็น “คณะ” หัวหน้าคณะวิชาเป็น “คณบดี” สามารถเปิดสอนได้ถึงระดับปริญญาเอก โดยยึดหลักปรัชญาว่า “เป็นสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น”

สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์ ได้ขยายฐานการศึกษาโดยเปิดโปรแกรมต่างๆ ซึ่งเป็นที่ต้องการและจำเป็นต่อการพัฒนาท้องถิ่น และได้เปิดสอนในระดับปริญญาโท ในสาขาวิชาบริหารการศึกษา ในปีการศึกษา 2541 ในปีการศึกษา 2542 ได้เปิดสอนเพิ่มอีกหนึ่งสาขา คือ สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา ปีการศึกษาต่อมาได้เปิดอีกหลายสาขา ได้แก่ สาขาหลักสูตรและการสอน สาขาบริหารธุรกิจ สาขาวิจัยและการพัฒนาท้องถิ่น และสาขารัฐประศาสนศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

https://www.bru.ac.th/history-th/

ในปี พ.ศ. 2547 มีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อมาใช้แทนพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จึงมีฐานะเป็น “นิติบุคคล” ทำให้การดำเนินการตามภารกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น มีสภามหาวิทยาลัย สภาวิชาการ สภาส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยและสภาคณาจารย์และข้าราชการพลเรือนเกิดขึ้น การแบ่งส่วนราชการของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาการจัดการ สานักงานอธิการบดี สถาบันวิจัยและพัฒนา สานักศิลปะและวัฒนธรรม สานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักส่งเสริมวิชาการและ งานทะเบียน และโครงการจัดตั้งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานภายใน

นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ได้ดำเนินการขอใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์โคกหนองขวาง ตำบลพรสาราญ ซึ่งเป็นพื้นที่ถอนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ในท้องที่ตำบลพรสาราญ อำเภอคูเมือง จานวน 519 ไร่ 64.6 ตารางวา โดยได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวตามพระราชกฤษฎีกา ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2531 และต่อมายังได้ดาเนินการ ขอใช้พื้นที่ราชพัสดุบริเวณตำบลปะคา และตำบล หูทำนบ อำเภอปะคา จำนวน 1,834 ไร่ 1 งาน 43 ตารางวา (เดิมอยู่ในความดูแลของสถานีวิจัยและทดสอบพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) โดยได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2548 ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง เพื่อจัดสร้างเป็นศูนย์อุดมศึกษา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ท้องถิ่นตามปรัชญาของมหาวิทยาลัย

ปัจจุบันเปิดสอนทั้งหมด 7 คณะวิชา 1 บัณฑิตวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะพยาบาลศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัย

ขอบคุณข้อมูล ที่มา : https://www.bru.ac.th/history-th/ ที่มา : หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

- Advertisement -
- Advertisement -
- Advertisement -

Latest News

กระหึ่มโลก!! ดอร์น่าสปอร์ตนำนักบิดโมโตจีพี-นักบิดไทย ทำกิจกรรม Pre-Event สร้างไว – BURIRAM WORLD : มหานครอีสานใต้ เซราะกราวออนไลน์ 24 ชม.

กระหึ่มโลก!! ดอร์น่าสปอร์ตนำนักบิดโมโตจีพี-นักบิดไทย ทำกิจกรรม Pre-Event สร้างไวรัลใหม่ “โมโตจีพี VS มวยไทย” กระหึ่มโลกอีกครั้งกับภาพนักบิดโมโตจีพีลงนวมซ้อมมวยไทย สร้างไวรัลใหม่ นำโดยนักบิดโมโตจีพีและโมโตทรี กับ 2 ดาวรุ่งนักบิดไทย “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” และ "เคเค" เขมินท์ คูโบะ ถ่ายโฆษณาโปรโมตการแข่งขันใจกลางกรุงเทพฯในธีมส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยผ่านศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่สนามมวยเวทีราชดำเนิน เตรียมเผยแพร่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ สู่ 207 ประเทศ ผู้ชมกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก เมื่อวันอังคารที่ 27 กันยายน 2565 ที่สนามมวยเวทีราชดำเนิน กรุงเทพ : ดอร์นา สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโตจีพี สนามประเทศไทย รายการ “OR Thailand Grand Prix 2022” ได้นำนักแข่งในรายการโมโตจีพี เดินทางมาทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์การจัดการแข่งขันและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในฐานะเป็นเจ้าภาพการจัดงาน นักบิดโมโตจีพี นำโดย อเล็กซ์ มาร์เกซ นักบิดชาวสแปนิช จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า , ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ ชาวอิตาเลียน จาก เกรซินี เรซซิ่ง โมโตจีพี , อัลเบิร์ต อารีนาส นักบิดชาวสแปนิช จาก แกสแกส อัสพาร์ ทีม และยังมีนักบิดรุ่น โมโตทรี อย่าง อิซาน เกวาร่า ดาวรุ่งชาวสแปนิช จาก แกสแกส อัสพาร์ ทีม ร่วมกับ นักบิดไทยที่ลงแข่งในรุ่น โมโตทู ได้แก่ "ก้อง" สมเกียรติ จันทรา จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย และ "เคเค" เขมินท์ คูโบะ จาก ยามาฮ่า วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ถ่ายโฆษณาร่วมโปรโมตการแข่งขัน โมโตจีพี ไทยแลนด์ สนาม 17 รายการ OR Thailand Grand Prix 2022 ระหว่าง 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ย้อนไปเมื่อปี 2018 “เด็กระเบิด” มาร์ค มาร์เกซ นักบิดชาวสเปน เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกโมโตจีพีชื่อดัง เคยทำกิจกรรมโปรโมตไทย สร้างไวรัล กับภาพนักบิดโมโตจพีกินข้าวหมูแดง ร่วมกับนักบิดไทย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และขับขี่รถโมโตจีพีในสถานที่สวยงามของกรุงเทพ จนโด่งดังมาแล้วทั่วโลก สำหรับในครั้งนี้ เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการถ่ายทำวีดีโอโปรโมตในรูปแบบไพรเวต โดยทีมดอร์น่าสปอร์ตยกกองฯมาถ่ายทำ กิจกรรมที่นักบิดเรียนรู้ศิลปะแม่ไม้มวยไทย สัมผัสประสบการณ์ถึงถิ่นกำเนิดต้นตำนานที่ “สนามมวยเวทีราชดำเนิน” หนึ่งในสนามมวยอันเก่าแก่ที่สุด เป็น Sports Destination ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยมีแผนจะนำวีดีโอนี้โปรโมตการแข่งขันและประเทศไทย เผยแพร่สู่ ไปกว่า 207 ประเทศ สู่ผู้ชมราว 800 ล้านคนทั่วโลก จากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงการพูดคุยกับเหล่านักบิด เปิดให้สื่อมวลชนซักถาม โดยมีผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนร่วมให้การต้อนรับและมอบของที่ระลึกเป็นกางเกงมวยไทยที่ปักชื่อนักบิดแต่ละคนเอาไว้ ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน กิจกรรม Pre-Event สุดคึกคักไปด้วยกองทัพสื่อมวลชน แฟนคลับโมโตจีพี ตัวแทนจากภาครัฐและเอกชน คณะผู้บริหารจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ , ภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุน อาทิ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ , บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้สนใจซื้อบัตรชมการแข่งขันได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศและ www.allticket.com หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือ www.bric.co.th/thailandgrandprix #buriram #บุรีรัมย์ #buriramworld
- Advertisement -

More Articles Like This

- Advertisement -